เชียงปุมหรือพระยาสุรินทร์ภักดีศรีปทายสมันต์
ประวัติท้องถิ่นอำเภอจอมพระ
จาก เซราะซเร็นโดยวารุณี อาสาเสน
หรือพี่แมว พิมพ์เผยแพร่โดยครูตุ้ม
คำขัวญอำเภอจอมพระ จอมพระเมืองเก่า
เล่าลือปราสาทหิน ถิ่นงามวัฒนธรรม เลิศล้ำผ้าไหม
สะอาดใสลำน้ำชี เกษตรอินทรีย์เป็นเลิศ
ก่อเกิดข้าวหอมมะลิ
ในสมัยกรุงศรีอยุธยา
ราชอาณาจักรไทยมีอาณาจักรกว้างขวางมากชาวไทยพื้นเมืองกลุ่มหนึ่งซึ่งเรียกตนเองส่วย
กวย หรือกูย ทีอาศัยอยู่แถบเมืองอัตปือแสนแป
แค้วนจำปาสัก
ขณะนั้นเป็นดินแดนของไทยโดยสมบูรณ์เสียให้ฝรั่งเศส พ.ศ.2436
หรือร.ศ. 112 พวกส่วยมีความสามารถในการจับช้างป่า
พากันอพยพข้ามลำน้ำโขงมาสู่ฝั่งขวา
เมื่อพ.ศ.2200-2260โดยแยกกันมาหลายพวกแต่ละพวกมีหัวหน้าควบคุมดังนี้
พวกที่
1มาตั้งหลักฐานที่เมืองที ชื่อเชียงปุม
พวกที่
2มาตั้งที่บ้านกุดหวาย ชื่อ เชียงสี
พวกที่ 3
มาตั้งหลักฐานที่บ้านเมืองลีง ชือเชียงสง
พวกที่ 4
มาตั้งหลักฐานที่บ้านลำดวน ชื่อเชียงขัน(ตากะจะ)
พวกที่ 5
มาตั้งหลักฐานที่บ้านอัจจะปนึง ชื่อเชียงฆะ
พวกที่ 6
มาตั้งหลักฐานที่บ้านกุดปะไท(จารพัต) ชื่อเชียงไชย
ประมาณปี2302
ในแผ่นดินสมเด็จพระบรมราชาที่ธิบดีที่ 3
หรือพระเจ้าอยู่หัวพระที่นั่งสุริยามรินทร์
(พระเจ้าเอกทัศน์) ช้างเผือกหลวงได้แตกโรง
มุ่งหน้ามาทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
โดยมีพระเจ้าสองพี่น้องเป็นผู้ติดตามหาช้างเผือกและได้ติดตามจนพบ(อ่านในเรื่องพระเจ้าสองพี่น้องที่ได้นำเสนอมาก่อนแล้ว)เชียงปุมได้ติดตามนำไปถวายพระเจ้าเอกทัศน์ภายหลังได้ฐานันดรศักดิ์ลวงสุรินทร์ภักดี
พ.ศ.2449 เมืองจอมพระ ศีขรภูมิ
จังกัลพรหมกัลอยู่ในประเทศกัมพูชาปัจจุบันขึ้นกับอำเภอสังขะ
ภายหลังยุบจอมพระจึงขึ้นกับอำเภอท่าตูม
จอมพระหมายถึงการรุมล้อมแย่งชิงเอาพระพุทธรูป(หมายถึงพระพุทธรูปที่ประดิษฐานในปราสาทหินจอมพระ
ปัจจุบันไม่มีพระพุทธรูปภายในปราสาท
ปัจุจบัน พ.ศ. 2552 อำเภอจอมพระแบ่งการปกครองเป็น 9
ตำบล 105 หมู่บ้านมีเนื้อที่ประมาณ 429
ตารางกิโลเมตร
มีลำน้ำชีใหลผ่านที่เขตชายแดนจอมพระสตึก(บุรีรัมย์)ราษฏรมีอาชีพทำนา
ร้อยละ80 ประชากรทั้งสิ้น 60526 คน ชาย30370
คนหญิง30156 คนภาษาถิ่นคือภาษาส่วย ร้อยละ70มีภาษาเขมร
และลาวบางส่วน
สถานที่สำคัญและแหล่งท่องเที่ยว
1 ปราสาทจอมพระ
ตั้งอยู่บริเวรวัดป่าปราสาทจอมพระ
2
อ่างเก็บน้ำห้วยละหารบ้านขาม ตำบลบุแกรง
3
หนองคูใหญ่ตั้งอยู่หน้าวัดป่าปราสาทจอมพระ
4 โพนเรียง
อยู่ทิศตะวัออกของค่ายลูกเสือไพรวิจิตร
5 ค่ายลูกเสือไพรวิจิตร ค่ายศิรประภา
ค่ายจิรนนท์
โอกาสหน้าครูตุ้มจะนำเสนอใหม่นะคะ
น่าจะมีภาพให้เบิ่งแยงด้วยยิ่งดี
ขอบคุณครับสำหรับความรู้ดี ๆ เช่นนี้
บล็อกหวานมากๆ..เหมือนเจ้าของบล็อกเลยค่ะง.พี่ตุ้มอิอิ..
แถมได้ความรู้มากมาย..ทั้งหมดเนี่ย..แอ๊วไม่เคยรู้เลยนะคะเนี่ย..แต่จำได้ว่า..แม่บอกว่าปราสาทนี้ยิ่งใหญ่และเคยสวยงามมากๆค่ะ..
เสียดายจัง..เกิดมารุ่นหลังเห็นแต่ปรักหักพังมากๆแล้วค่ะ..เฮ่อ..
ขอบคุณสำหรับข้อมูลมากๆเลยนะคะ..^^
พี่ตุ้มคะ..
มีความสุขกับความรักในทุกๆวันนะคะ..^^
ได้ความรู้ดีนะคะ แต่อยากทราบว่าทำไมจึงไม่มีการบูรณะซ่อมแซม คุณครูตุ้มช่วยบอกด้วยนะคะ ขอบคุณคะ
สวัสดีค่ะ พี่ตุ้ม
สวัสดีค่ะ.คุณ พิมล มองจันทร์
พี่ยังหาเวลาไปถ่ายภาพไม่ได้เลย..ไว้เดี๋ยวพี่จัดให้นะจ๊ะ..ระยะนี้งานเข้าเยอะมากค่ะ
ยังไงรอติดตามตอนต่อไปนะคะ..
ขอบคุณที่แวะมาทักทายนะคะ
สวัสดีค่ะ..ครูแอ๊ว
คุณครูแอ๊ว
พี่ตุ้มอยากถูกล็อตเตอรี่จังเลยจ้ะ..เพราะภาพปราสาทที่สวยงามยังประทับจิตประทับใจพี่ตุ้มอยู่ถึงความอลังการของปราสาทจอมพระ ถ้ามีเงินเนี่ย รับรองว่าทุกคนจะได้เห็นปราสาทที่งดงามนี้อีกครั้ง ถ้าพี่ถูกล็อตเตอรี่นะจ๊ะ
ช่วยอวยพรให้พี่ถูกล็อตเตอรี่เร็วๆด้วยนะจ๊ะ..รางวัลใหญ่ๆด้วยนะ เอาแบบ16 ล้านเลยนะ..อิอิ
ครูเพลินคะ
ลักษณ์คณา
ที่ไม่ได้บูรณะซักที เพราะกรมศิลป์ยังไม่มีงบประมาณในการบูรณะซ่อมแซมค่ะ..รอคนใจบุญร่วมสมทบทุนบูรณะอยู่ค่ะ..ตอนนี้.แต่ตอนที่พี่ตุ้มเห็นสมัยก่อน ปราสาทนี้งดงามมาก คิดแล้วก็เสียดายโบรษรสถานในท้องถิ่นที่ลำค่ามีแต่ผุพัง เสื่อมสลายลงไปโดยที่คนรุ่นหลังไม่มีโอกาศได้เชยชม
พูดแล้วมันเศร้า..
ขอบคุณครูเพลินนะจ๊ะ ที่แวะมาทักทายจ้ะ..
น้องตุ่น
สิริพร ทิวะสิงห์ tuk-a-toon จ๊ะ
แต่ก่อนนี้ปราสาทจอมพระ สวยงามมากๆจริงๆ..แล้วพี่จะหาภาพสมัยนั้นและตอนนี้มาเปรียบเทียบให้ดูว่าแตกต่างกันมากเพียงไหน ซึ่งตอนนี้ปรักหักพังลงไปมากเมื่อเทียบกับเมื่อก่อน
ยังไงรอติดตามตอนต่อไปนะจ๊ะ พี่จะรีบหารูปมาให้ดูตามคำเรียกร้อง
ดีใจที่น้องตุ่นแวะมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับพี่ตุ้ม
แล้วตุ่นล่ะ งานยุ่งหรือเปล่า สบายดีหรือเปล่าจ๊ะ
ว่างๆมาแวะจอมพระบ้างนะ พี่จะพาไปเที่ยววัดป่าที่ว่านี้นะจ๊ะ..
แล้วมาทักทายกะนใหม่นะ..ขอบคุณมากจ้า