ฉันไม่เคยบอกกับเพื่อน ๆ ว่าฉันจะไปที่ไหน  โดยเฉพาะอาจารย์ขจิต  และน้องครูปู  เพราะฉันมีนิสัยชอบป่วนคนให้วุ่น ๆ เล่นแก้เซ็ง

          แต่ความตื่นเต้นที่จะได้ไปบ้านพ่อครูบาสุทธินันท์ ทำให้ฉันโทรหาอาจารย์ขจิตและน้องครูปูบ่อยมาก  ทำเป็นถามไถ่ว่าจะไปอย่างไร ไปกับใครบ้าง แต่ไม่ได้บอกว่าฉันจะไปด้วยเช่นกัน  นอกจากนี้ฉันเข้าไปป่วนในบันทึกอาจารย์ขจิต และแอบปลื้มคิดว่าอาจารย์ขจิตไม่รู้เรื่องว่าฉันต้องไปบ้านพ่อครูบาด้วย 

         ก่อนวันออกเดินทางอาจารย์ขจิตได้โทรเข้ามาถามว่าฉันอยู่ที่ไหน ฉันก็บอกว่าอยู่ที่บ้าน และถามต่อว่าฉันจะเดินทางไปบ้านพ่อครูบาอย่างไร ทำให้ฉันได้รู้ว่า..ความแตกแล้ว  อดป่วนกันเลย  ทำให้ฉันสารภาพแต่โดยดีว่าไปกับคุณหมอเจ๊และน้าอึ่งอ็อบเดินทางมาจากเชียงใหม่  พบกันที่ท่ารถ  อีกไม่นานอาจารย์ขจิตโทรไปบอกฉันว่า "น้องครูปูตกรถ  มาไม่ทันเพราะติดงาน" ฉันใจเสียนิด ๆ

         ความจริงฉันยังไม่เคยพบอาจารย์ขจิตเลยสักครั้งเดียว  เดิมทีนั้นฉันรู้สึกเกรงกลัวอาจารย์ขจิตมาก ๆ อ่านและติดตามผลงานของอาจารย์ขจิตมาตั้งแต่วิชาการดอทคอม  อยากได้อะไรก็เอาไปหน้าตาเฉย ไม่มีแม้แต่คำขอบคุณ ทั้ง ๆที่มีความรู้สึกดีต่อกันเสมอมา นอกจากนั้นอาจารย์ได้ช่วยเหลือในการเปิดบล็อกอีกด้วย  ต่อมาเราคุยกันทางสายบ่อย ๆ ทำให้มีความสนิทสนม เหมือนเป็นพี่น้องกัน  ทำให้รู้สึกสบายใจขึ้น  

        ถึงเวลาเพื่อนบ้านได้ขับรถไปส่งที่สถานีจอดรถ ฉันไม่เคยเดินทางไปสายนี้  แต่อวดตัวว่ารู้ดีโดยการอ่านจากตั๋วว่าไปรถสายเชียงใหม่อุบลราชธานี  ออกเวลา ๒๔.๐๐ น. ไม่มีหมายเลขของคุณหมอเจ๊ และคุณหมอจอมป่วนให้ติดต่อ  แต่ก็มั่นใจว่าไปเจอกันบนรถ  เมื่อไปถึงท่ารถอีก ๕ นาทีจะถึงเวลารถออก ฉันเห็นรถเชียงใหม่อุบลราชธานีของบริษัท..ที่ฉันจะเดินทางจอดอยู่ มองขึ้นไปเห็นผู้โดยสารเต็มรถ และประตูรถเปิดอยู่ 

       ฉันรีบเดินขึ้นไปบนรถ  แต่ไม่มีที่นั่ง มองหาคุณหมอเจ๊และน้าอึ่งอ็อบ คาดเดาหน้าตาไว้ก่อน แต่ก็ไม่เจอ  เดินลงด้านล่างเจอพนักงานรถจึงถามด้วยความสงสัย  เขาบอกว่า.."รถคันนี้มาจากอุบลราชธานีจะไปเชียงใหม่  ถ้าคุณจะไปอุบลราชธานีต้องไปคอยที่ร้านอาหารตรงด้านโน้น" ยังไปไม่ถึงไหนฉันก็ทำเห่ยอีกตามเคย

       ฉันจึงเดินไปที่ร้านอาหาร  มอง ๆ ดูว่ามีรถของบริษัท..นี้จอดอยู่  อีกไม่นานรถคันที่ฉันคอยก็แล่นมาจอด  ฉันมองขึ้นไปบนรถ ฉันเห็นหน้าตาเพียงครึ่งเดียว แต่ก็เดาว่า "ใช่เลยน้าอึ่งอ็อบ" ส่งยิ้มมาให้ฉันแต่ไกล  น้าอึ่งอ็อบเป็นคนง่าย ๆ และกันเอง   สักครู่คุณหมอจอมป่วนและคุณนุก็มาส่งคุณหมอเจ๊ 

         รถออกตามเวลาจนกระทั่ง ๗.๑๐ น. ถึงจังหวัดบุรีรัมย์ จึงโทรไปหาอาจารย์ขจิต  และอาจารย์ขจิตบอกให้คุณแม่หวีออกมารับพวกเราไป  น้าอึ่งอ็อบคล่องแคล่วกว่าจึงเป็นผู้จัดการการเดินทางไปโดยตำแหน่ง 

        เมื่อไปถึงบ้านพ่อครูบา  ความทึ่งกับบรรยากาศผสมกับความง่วง ความอ่อนล้า เจอป้าจุ๋มกอดกันแล้วตามธรรมเนียมประเพณีของชาวเฮ  แล้วฉันก็รีบตามหาอาจารยขจิต เรียกขานดูว่าอยู่ที่ไหน  สักครู่อาจารย์ขจิตก็เข้ามาจากไหนไม่ทราบ คงมาดูลาดเลา  อาจารย์ขจิตช่วยถือสิ่งของ กระเป๋าสัมภาระของฉันไปเก็บ และได้เจออาจารย์แป๋วตามมาติด ๆ

        ฉันอยากหายง่วงจึงไปล้างหน้า  ได้ยินเสียงอาจารย์ขจิตบอกว่า.."พี่ครูคิมอย่าเพิ่งล้างหน้า  ออกมาดูอะไรนี่ก่อนดิ" แล้วฉันก็ออกมาอย่างงง ๆ มองไปที่อาจารย์ขจิตนั่งก้มหน้าอยู่กับคอม  ทันใดก็ตกใจเมื่อมีใครกระโดดมากอดจากด้านหลัง  โอ๊ย..น้องครูปู งานนี้ขอมอบความประทับใจให้กับผู้อ่านค่ะ

ถ้าไม่มีบุคคลในภาพ  ฉันคงไม่ได้เดินทางไปถึงบ้านพ่อครูบา

คนใส่เสื้อสีฟ้าและคนใส่เสื้อลายขาวเหลืองช่วยกันป่วน

รอบเช้าของวันแรก  กอดเพื่อเป็นการอบอุ่นร่างกาย