ใช้ “เงา” หล่อเลี้ยง “ความขาด” เลี้ยงเท่าไร ก็คงไม่สามารถ “เติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปในชีวิต” ให้เติบโตขึ้นมาได้แน่แท้เชียว...

 

 

 

 

           ... เมื่ออารมณ์และความกระวนกระวายสงบลง เราจะสามารถละเลิกนิสัยความเคยชินอันไร้ประโยชน์ที่ปรุงแต่งขึ้นมาและกลับไปอยู่กับประสบการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นตรงหน้าได้โดยตรง  ด้วยอาการดังนี้เองที่เราจะหยั่งรากลง จะประจักษ์ชัดว่าสิ่งใดมีคุณค่าอย่างแท้จริงต่อชีวิตเราจะสับสนน้อยลงและแบบแผนการใช้ชีวิตของเราจะดีงามและมีเป้าหมาย ....

 

จากหนังสือ วิถีแห่งดุลยภาพ

                                                 ตาร์ธาง ตุลกู

  

 

      จากประสบการณ์ของคนไม่มีรากในการเริ่มฝึกจิตด้วยอาการเตาะแตะ ล้มลุกคลุกคลาน บางประโยค บางข้อความ กลับสร้าง สติสัมปัญชัญญะ ให้แก่เราอย่างน่ามหัศจรรย์

 

        พบว่าที่ผ่านมา การที่เราเพียร ปรุงแต่ง เสียทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตนี่เอง ทำให้ไม่ก้าวหน้าในการพัฒนาจิตภายในเท่าที่ควร...และที่น่ากลัวก็คือ ปรุงแต่งแม้แต่ความคิดของตัวเองให้เป็นอารมณ์บางอย่างเพื่อหล่อเลี้ยง ความขาดของตัวเอง ...

 

        ก็หล่อเลี้ยงและสร้างเสริมเติมเต็ม ความขาด ด้วย อารมณ์ที่ปรุงแต่งขึ้นเสียแล้ว ... เราจะตระหนักและเก็บเกี่ยวผลแห่งความจริงแท้ ได้อย่างไรกันเล่า?

 

        ใช้ เงา หล่อเลี้ยง ความขาด เลี้ยงเท่าไร ก็คงไม่สามารถ เติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปในชีวิต ให้เติบโตขึ้นมาได้แน่แท้เชียว...

 

        ยิ้มละมุนละไมและบอกตัวเองว่า...เลิกปรุง เลิกแต่งแต้มจิต ... เสียเถิด เผื่อจะได้ประจักษ์ใน ความจริงแท้ของจิตภายในอันประภัสสรบ้าง....

 

                                                (^___^)