เมื่อวานกลับบ้านด้วยความอ่อนล้ามากถึงมากที่สุดครับ แต่ก็ไม่ได้พักเนื่องจากต้องทำหน้าที่พ่อต่อ โดยการพาลูกๆ ไปซื้อของที่ตลาด ขับรถไปเหมือนจะหลับเสียให้ได้ อันนี้เพราะลุยงานมาหลายสัปดาห์ แล้วด้วยความล้าและงานที่ใกล้เสร็จเหลือข้อปลีกย่อยนิดหน่อย ก็เลยตั้งใจจะพักผ่อน โดยการนอนแต่หัวค่ำ สองทุ่มครึ่งคือเป้าหมายที่จะเริ่มนอน แต่แล้วพออาบน้ำอาบท่า (ท่าไหนก็ไม่ทราบ) ความสดชื่นก็กลับมา แล้วก็เปลี่ยนจากการนอนมาเป็นการนั่งงานต่อสักนิดก็ยังดี ปรากฏงานที่ว่าเหลืออยู่นิดเดียวใกล้เสร็จแล้วนั่น ไม่เสร็จอีกจนได้ครับ ยาวไปจนถึงตีหนึ่ง แล้วก็เข้านอนด้วยเพราะคิดอะไรไม่ออกแล้ว
รายงานวิจัยเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคนสยามในรัฐกลันตันด้านประเพณีและวัฒนธรรมที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายของรัฐบาลที่นำหลักการศาสนาอิสลามมาเป็นกรอบการบริหารประเทศ เจออะไรน่าเรียนรู้เยอะครับจากการลงพื้นที่เก็บข้อมูล แต่ด้วยข้อกำหนดจากที่ปรึกษาสกว. ที่ไม่ให้เขียนรายงานวิจัยเกินหกสิบหน้า หลายอย่างก็ต้องตัดทิ้งไป เมื่อวานเลยคุยกับทีมงานว่า เก็บไว้เขียนเป็นบทความแล้วกัน คิดชื่อบทความออกแล้วครับว่า "เมื่อโต๊ะครูปกครองคนที่ไม่ใช่มุสลิม"
อย่างแรกที่ผมเจอคือ นักวิชาการคนไทย(ประเทศไทย) ที่ศึกษาคนสยามในมาเลย์ มักจะเรียกคนกลุ่มนี้ว่า "คนไทย" ซึ่งความจริงไม่ใช่อย่างที่เขาคิด ผมเรียกว่า ผิดเลยแล้วกัน เหมือนที่ผมผิดตอนเริ่มเขียนโครงการวิจัย เพราะผมก็เรียกว่าคนไทยเหมือนกัน แต่จากการลงพื้นที่วิจัย ได้ข้อสรุปว่า เขาไม่อยากให้เราเรียกเขาว่า คนไทย อยากให้เรียกว่า คนสยาม แต่ความจริงคือ ถ้าเราไปสัมภาษณ์เขาด้วยภาษาไทย เขาจะเรียกตัวเองว่า คนไทย เหมือนเรา
ผมใช้เวลากับการเช็คชื่อเรียกกลุ่มชาติพันธุ์นี้กับเกือบ 50 คน จากภายในกลุ่ม ภายนอกกลุ่ม ราชการ ป้ายประกาศ ป้ายโฆษณต่างๆ ที่เขียนโดยกลุ่มเองหรือคนภายนอกกลุ่ม พร้อมกับเอกสารหลักฐานต่างๆ ได้ข้อสรุปใหม่ว่า ถ้าจะเรียกให้ถูกและเป็นที่พอใจของเขาเอง ต้องเรียกว่า คนสยาม หรือ Orang Siam ออกเสียงด้วยมลายูถิ่นกลันตันว่า "ออแฆ เสียม" ดังนั้น สิ่งแรกที่ทำไปแล้วคือ เปลี่ยนชื่องานวิจัยจากที่เรียกว่า คนมาเลเชียเชื้อสายไทย เป็นคนสยาม
ตอนนี้รายงานฉบับนี้อยู่ในขั้นการตรวจสอบการพิมพ์ครับ เพราะปกติผมจะพิมพ์ผิด พิมพ์ตก ฮิฮิ บางทีหายไปเป็นประโยคก็มีครับ จากนั้นก็จะต้องตรวจสอบโดยผู้ทรงคุณวุฒิอีกรอบ ซึ่งอันนี้น่าสนใจว่า ใครคือผู้ทรงคุณวุฒิเกี่ยวกับมาเลเซียในประเทศไทย
งานวิจัยชิ้นนี้ ผมเขียนเล่าเหตุการณ์หลายครั้งผ่านบล็อกนี้ครับ วันนี้เลยอยากบอกด้วยความภูมิใจว่า "เสร็จแล้ว" อัลฮัมดุลิลลาห์
งานต่อไปคือ เร่งมือสำหรับวิจัยระบบและกลไกการประกันคุณภาพการศึกษาภายในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม และวิทยานิพนธ์ครับ สู้ต่อครับ
ผมชอบศึกษาในเรื่องชาติพันธุ์ต่างๆ มาก ชอบอ่านนิตยสารศิลปวัฒนธรรม และสารคดี
กลันตัน ...เคยไปทำค่ายที่นั่น คนไทยในรัฐก็มีเยอะมาก ไปอยู่ที่นั่นร่วมสัปดาห์ ก็ไม่ต่างไปจากอยู่บ้านเรา กลิ่นอายวัฒนธรรมความเป็นอยู่ไม่ต่างกัน ต่างเพียงวินัยเท่านั้นที่เห็นชัดมาก
การตั้งข้อสังเกตเรื่อง "คนสยาม" อันนี้เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ และผมมองว่างานวิจัยของอาจารย์น่าจะตอบโจทย์ได้อย่างชัดเจนอีกวิจัยหนึ่ง ผมเชื่อครับว่างานคุณภาพต้องมาจากคนคุณภาพ ขอเป็นกำลังใจสำหรับภารกิจต่อไปครับ...ผมเองตอนนี้งานเยอะครับ และที่สำคัญสนิมก็เกาะกินความคิดเยอะมากครับ
คนสยามในรัฐกลันตัน...
เพิ่งเคยทราบนี่ละค่ะ ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณครับอาจารย์ แผ่นดิน
วิถีชีวิตของคนมลายูและคนสยามที่กลันตันใกล้เคียงกับไทยมากครับ ไม่แตกต่างกัน แม้กระทั่งเรื่องรสชาดอาหาร ถ้าเป็นในชนบทนะครับ แต่พอในตัวเมืองอย่างโกตาบารู อาหารเริ่มจะเปลี่ยนไปบ้างครับ
ชีวิตคนสยามอบอุ่นดีครับ ผมไปคืนเตรียมงานลอยกระทง ได้กินขนมจากและขนมอื่นๆ นานาชนิด แบบฟรีๆ ครับ อันนี้เป็นเครื่องยืนยันอัธยาศัยของคนสยามเป็นอย่างดีครับ
ขอบครับอาจารย์เสียงเล็กๆ
ไม่ค่อยกล้ายืนยันคุณภาพของตัวเองเท่าไรครับ ต้องตรวจสอบหลายรอบครับถึงจะยืนยันได้
ขอบคุณครับคุณ Sasinand
คนสยามรัฐกลันตันมีความน่าสนใจมากครับ มีการรวมกลุ่มเพื่อการอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมที่เหนี่ยวแน้น แถมเดือน พ.ย.ที่ผ่านมามีการจัดสัมมนาวิชาการเป็นกับประเพณีด้วย ต้องยอมรับว่าเป็นกลุ่มชาติพันธ์ที่เข้มแข็งมากครับ