อาจารย์หมออมร บอกว่า....ถึงเวลาชาวบ้านต้องรู้ว่าลูกเราจะต้องเอาไปฉีดวัคซีนไม่ต้องให้ใครมาบอก มาตรการทางสังคมพวกนี้จะต้องสร้างแล้วก็อบรม อาจจะใช้เวลานานแต่ไม่เป็นไร ลูกต้องชั่งน้ำหนัก ต้องรู้แล้วว่าขาดสารอาหารหรือเปล่าหรือว่าปกติ ต้องรู้ได้ด้วยตัวเอง ด้วยมาตรการทางสังคม สังคมเขาเองจะเป็นตัวบอก ดูแลกันเองตรงนี้ที่สำคัญ ที่เราต้องการไม่อย่างนั้นชาวบ้านก็ลุกไม่ขึ้น

        บันทึกนี้ต่อยอดมาจากความคิดพี่สาว หนุ่ยนักอ่าน~หน้าตาเฉย ที่เขียนบันทึกเรื่อง แผนที่ยุทธศาสตร์เพื่อพัฒนาสุขภาพประชาชน   ผู้เขียนขอย้ำว่าความคิดของตัวเองนี้เกิดหลังจากการเข้ารับการอบรมแผนที่ยุทธศาสตร์( Strategic Linkage Model : SLM )เพียงครั้งแรก  ผิดถูกเชิญท่านผู้รู้เข้ามา ลปรร ร่วมกัน  เพราะยังเป็นเรื่องใหม่  แนวคิดใหม่สำหรับระดับปฎิบัติอย่างผู้เขียน

                         

การไปรับการบรมจากปรมาจารย์อย่างคุณหมออมร  นันทสุต  ช่างนับเป็นโชคดีที่แท้จริง  ที่ได้ไปฟังจากปากต้นแบบผู้มีความคิดริเริ่มเรื่อง  การสาธารณสุขมูลฐานของประเทศไทย  ที่คิดวิสัยทัศน์ที่ว่า “ประชาชนสามารถแสดงบทบาทในการดูแลสุขภาพของตนเอง  ครอบครัว  ชุมชน  สภาพแวดล้อมและสังคมโดยรวมได้อย่างยั่งยืน   ด้วยความตั้งใจ  เต็มใจ  มีจิตสำนึกที่ดีและมีศรัทธาในการพัฒนา”  เพราะว่า บทบาทในการในการป้องกันโรคและส่งเสริมสุขภาพนั้นไม่มีใครทำแทนให้กันได้  แม้แต่แฟนก็ยังทำแทนไม่ได้  อิอิ

         อาจารย์หมออมร  เล่าว่า แล้วเราย้อนกลับมาดูทุกวันนี้ซิว่าเรากำลังทำอะไรอยู่  ระบบเก่าของเราถึงแม้จะเป็นวันนี้ก็เถอะก็คือว่าเราไปสร้างบุคลากรเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่สถานีอนามัยขึ้นมาแล้วส่งไปเรียนเขาก็จบกลับมาพร้อมกับเทคโนโลยีหรือวิชาการที่เรียนรู้มา  เป็นเทคโนโลยีที่เราใช้กันอยู่ผ่านทางสถานีอนามัยเวลานี้  อาจจะรวมถึงพวกท่านด้วยที่นั่งอยู่ตรงนี้ท่านก็คือระบบนี้ท่านไปเรียนมาทางแม่และเด็กไปเรียนมาเป็นพยาบาลมาเป็นหมอ  ท่านก็มีเทคโนโลยีของท่านติดตัวมา  แล้ววันหนึ่งเจ้านายก็บอกไปเขียนโครงการมาจะได้แก้ปัญหาแม่และเด็ก  ท่านก็ต้องเอาเทคโนโลยีที่เรียนมานั้นไปสร้างแผนงานโครงการทำอย่างไรได้ไม่ได้โทษกันนะธรรมชาติมันก็ต้องเป็นอย่างนี้  เอาสิ่งที่เราเรียนรู้มาสร้างแผนงานโครงการ  แผนงานที่ท่านทำอยู่ทุกวันนี้มันเกิดอย่างนี้   ทีนี้ก็มาถึงจุดที่ว่าทำอย่างไรให้มันเป็นไปได้ท่านก็ต้องใช้วิธีบริการเพราะว่าเทคโนโลยีพวกนี้ชาวบ้านไม่ได้มารู้อะไรกับท่านท่านสร้างมาอย่างเก่งท่านก็เพียงถ่ายทอดไปถึงสถานีอนามัย   เจ้าหน้าที่สถานีอนามัยก็ต้องไปให้บริการอยู่ดีเพราะว่ามันเป็นเทคโนโลยีทางวิชาการที่พวกเราเรียนกันมาหนีไม่พ้นต้องไปให้บริการ  รูปแบบโครงการที่ท่านมีอยู่ทุกวันนี้เอนเอียงไปทางด้านบริการ  

 

               โจรสลัด                 โจรสลัด            

   งานสาธารณสุขมูลฐานต่อไปนี้จะเป็นอย่างนี้หมายถึงว่า  ขึ้นต้นมาต้องเปลี่ยนกระบวนทัศน์ของเจ้าหน้าที่ก่อนคือพวกเรานี้แหละถ้าเรายังคิดอะไรแบบเก่าไม่มีทางเปลี่ยนได้  ชาวบ้านจะไม่มีทางลุกขึ้นได้ก็ให้บริการไปเรื่อยเพราะฉะนั้นต้องเปลี่ยนกระบวนทัศน์คนของเราให้ได้เป็นจุดตั้งต้นที่สำคัญ   เสร็จแล้วจึงต้องไปปรับแผนงานโครงการใหม่   แผนงานโครงการอย่างเก่ามันสร้างมาจากความคิดประสบการณ์ของเจ้าหน้าที่  แต่แผนงานโครงการแบบใหม่จะต้องเน้นไปที่ชาวบ้านจะลุกขึ้นมาดูแลตัวเองได้ตามวิสัยทัศน์แผนงานโครงการตัวนี้ที่เราเล็งไว้คือแผนงานโครงการในระดับตำบลนั้นเอง  คือแผนชุมชนจะต้องมีมิติของการพัฒนาให้ชาวบ้านลุกขึ้นมาทำสิ่งต่างๆได้  

อาจารย์หมออมร บอกว่า....ถึงเวลาชาวบ้านต้องรู้ว่าลูกเราจะต้องเอาไปฉีดวัคซีนไม่ต้องให้ใครมาบอกมาตรการทางสังคมพวกนี้จะต้องสร้างแล้วก็อบรมอาจจะใช้เวลานานแต่ไม่เป็นไรลูกต้องชั่งน้ำหนัก  ต้องรู้แล้วว่าขาดสารอาหารหรือเปล่าหรือว่าปกติ  ต้องรู้ได้ด้วยตัวเอง  ด้วยมาตรการทางสังคมสังคมเขาเองจะเป็นตัวบอก  ดูแลกันเองตรงนี้ที่สำคัญ  ที่เราต้องการไม่อย่างนั้นชาวบ้านก็ลุกไม่ขึ้น 

 จึงพอสรุปได้ว่าการที่จะสร้างบทบาทใหม่ให้ประชาชน  ต้องปรับเปลี่ยนกันใหม่ตั้งแต่ ...

1 รากฐานต้องแข็งแรง  = องค์กรที่เกี่ยวข้องทุกองค์กร ต้องมีมาตรฐาน  บุคลากรมีศักยภาพ และต้องมีข้อมูลที่ทันสมัย

2 กระบวนการ  = การบริหารจัดการที่ดี  สื่อสารดีประสานงานดี  เพื่อ เพื่อผลักดันให้เกิด 2 กุญแจแห่งความสำเร็จที่สำคัญ คือ  การใช้แผนที่ยุทธศาสตร์และการจัดการนวตกรรม  เพื่อให้ภาคีนำไปใช้

      3 ภาคี  =  องค์กรที่เกี่ยวข้องที่อยู่ใกล้ชิดประชาชน คือคนที่ต้องลงไปทำจริง ซึ่งเขามีทั้งเงิน  และอำนาจ  เขาทำอะไรก็ได้   ส่วนเจ้าหน้าที่สถานีอนามัยก็จะเป็นเพียงคณะกรรมการฝ่ายวิชาการเท่านั้น

           

        เราทำทั้ง 3 อย่างเพื่อให้เกิด บทบาทใหม่ของประชาชน  และที่เราเน้นต้องการให้เกิด  คือ

      1 การเฝ้าระวัง  โดยชุมชนเอง ถือเป็นหัวใจของความสำเร็จของการพัฒนาสุขภาพโดยแท้จริง

     2 บทบาททางสังคม ที่เกิดโดยชาวบ้าน  เขาต้องคิดเองว่าในปัญหาอย่างนี้  เขาจะช่วยกันอย่างไร  เขาอาจลุกขึ้นมาสร้างระบบเฝ้าระวังกันเอง  เขาจะรู้ว่าเขาทำอะไรได้  ไม่ได้  มันจะเกิดผลลัพท์ ( product ) ตามมา ตามกระบวนการ (process) ของเขา  ซึ่งจะมีความยั่งยืนและเป็นไปได้สูง   ส่วนเราเจ้าหน้าที่มีบทบาทเพียงแค่ดูแลให้ผลลัพท์นั้น  สอดคล้องกับproduct ที่เราต้องการ และ outcome ที่วางไว้

        อาจารย์เอาองค์ประกอบข้างบนมาร้อยเรียงต่อกันให้ดู

แล้วเราจะเห็นว่าเป็นหัวใจของการอบรมครั้งนี้จริงๆค่ะ 

 

                    

         รออ่านตอนต่อไปนะคะ  ต้องค่อยๆบันทึก ค่อยๆทำความเข้าใจไปพร้อมๆกันค่ะ เพราะมันใหม่สำหรับผู้เขียนจริงๆ...

         ท่านผู้อ่านท่านใดที่มีความรู้หรือประสบการณ์การทำ SLM มาบ้างแล้วก็มาเล่าต่อยอดกันดูนะคะ ...  ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ