ช่วงนี้มีพฤติกรรมใหม่ของผมออกมาล่าสุดครับ ประมาณสักสามสี่อาทิตย์แล้ว คือ การหนีประชุม เหตุที่ต้องหนีประชุมบ่อยก็ไม่ใช่อะไรมากมายครับ แต่รู้สึกว่า ไม่รู้เป็นงัยระยะนี้ ต้องมีความเห็นที่ไม่สอดคล้องกับผู้ใหญ่เป็นประจำ แล้วที่สำคัญคือ เวลาเสนออะไรไปมักจะใช้ถ้อยคำที่หนักๆ ไปสักนิดหนึ่ง รู้สึกตัวเหมือนกันครับ แต่ทำไงได้ พอได้โอกาสพูดแล้วยั้งไม่ค่อยจะอยู่ด้วย ดังนั้นวิธีการที่ปลอดภัยที่สุดคือ การหนีประชุม
เรื่องความเห็นแย้งหรือไม่สอดคล้องกับผู้ใหญ่ เป็นเรื่องปกติของผมอยู่แล้วครับ แต่ปกติการแย้งกลับไปของผมมักไม่รุนแรง อาศัยเหตุผลและการโน้นน้าวมากกว่า เนื่อกจากยึดเอาแนวทางที่ว่า "ต้องโต้แย้งด้วยฮิกมะห์และสิ่งที่ดีกว่า" แต่หลังๆ มานี้มักจะคุมไม่อยู่ครับ คิดเอาเองว่า น่าจะมาจากการที่อดนอนต่อเนื่องกันมาหลายสัปดาห์หรือเปล่าก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน
ที่สำคัญไม่รู้เป็นงัย ข้อเสนอของผู้ใหญ่ชวนให้ต้องค้านทุกที ตั้งแต่การย้ายสังกัดของสาขาวิชา อันนี้ดีหน่อยที่มาแย้งค้านกันในสาขาวิชาดูภาพไม่รุนแรง แต่ตอนคุยเรื่องการขยายจำนวนรับนักศึกษาป.บัณฑิต อันนี้ ผมเรียกว่า ผมระเบิดเลยก็ได้ครับ ผมมั่นใจว่ามหาวิทยาลัยนี้ตั้งขึ้นด้วยคำว่า มุ่งสร้างคุณภาพ หลังจากเหตุประชุมเรื่องจำนวนรับนักศึกษา ผมก็เลยตัดสินใจหนีประชุมมาได้ระยะหนึ่งครับ ที่เซ็งมากก็ลูกตื้อของเจ้าหน้าที่นี้แหละ เกือบทำผมใจอ่อน
การประชุมครั้งหลังที่ผมหนีประชุม มีคนนำข้อมูลมาเล่าให้ฟัง แล้วอดที่จะตำหนิหน่วยงานที่ให้ข้อมูลกับรองอธิการบดีไม่ได้จริงๆ ครับ เพราะเป้าที่ท่านประกาศในที่ประชุมกลายเป็นถอยหลัง เพราะตัวเลขของเป้าดังกล่าว แค่ในระดับคณะ สมัยที่ผมเป็นรอง ผมทำเลยเป้าที่ท่านประกาศว่าเป็นเป้าของมหาวิทยาลัยไปแล้ว นี่แสดงให้เห็นว่า หน่วยงานในระดับที่สูงขึ้นไปเกือบจะไม่รู้การดำเนินงานในระดับคณะเลย ตั้งใจว่า หากมีโอกาสคุยกับหน่วยงานรับผิดชอบ ผมจะบวกเลขให้เขาดู นี่ดีนะครับที่ไม่เข้าประชุมด้วย ไม่งั้นผมคงอดไม่ได้ที่จะไปนั่งบวกเลขให้ผู้ใหญ่ฟังในที่ประชุมแน่
ด้วยอารมณ์ตอนนี้เลยได้ข้อสรุปส่วนตัวว่า การหนีประชุมเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ขอเวลาปรับพฤติกรรมตัวเองให้สุภาพกว่านี้หน่อยแล้วจะกลับเข้าห้องประชุมครับ
ผมจะบอกว่าทำงานที่นี่มาก็พอสมควร ยังมีคำถามตลอดครับ ประเด็นเดียวกับที่อาจารย์ตั้งข้อสังเกตครับ ผมเจอตารางเปิดกลุ่มที่แจ้งสอนมาจากข้างบนหน่วยงานไรคงไม่ต้องพูด แต่งงครับว่าทำไม ไม่มีใครรู้หรือครับว่า อ.สอนภาษาไทยมีคนเดียว ถึงกำหนดกลุ่มมา ๔๐ กลุ่มคูณ ๔ คาบ ก็ปาไป ๑ ร้อยกว่าคาบ แล้วจะสอนยังไง งงเลยเขาทำงานกันแบบนี้ อันนี้จะบอกว่าสาขาแจ้งเปิดกลุ่มคงไม่ใช่แน่เพราะผมไม่เคยเห็นคำสั่ง (ปกติคำสั่งต่างๆก็ไม่ค่อยได้เห็นอยู่แล้ว) เพราะสาขามันไม่ชัดเจนเลยถูกทิ้งแทบทุกครั้ง ดีว่ามันเป็นความเคยชินเลยไม่ได้อะไร
บอกตามตรงครับเบื่อการประชุมที่นี่ในระดับนึงครับ...เพราะเหตุผลไม่เข้าใจผู้ใหญ่เหมือนกันครับ หรือว่าเด็กอย่างเราคิดน้อยไป แต่ดูเหตุผลที่ฟังแล้วไม่รู้ว่าใครคิดน้อยกว่ากัน (วัลลอฮฺอะลัม)
ขอบคุณครับอาจารย์เสียงเล็กๆ
เป็นความผิดพลาดซ้ำๆ ซากๆ ครับ เนื่องจากการขาดความใสใจครับ