ใครที่มาอยู่กับมุสลิม แล้วเขาได้รับความอบอุ่น นั้นแสดงว่ามุสลิมผู้นั้นได้ทำตามเป้าหมายของอิสลามแล้ว

                ผมต้องขอโทษทุกท่านที่ไม่มีเวลาตอบ ด้วยเหตุว่าผมต้องเดินทางอีกเช่นเคย ตามสัญญาเดิมที่บอกว่าจะเขียนเรื่อง มุสลิมไหว้พระด้วยเพราะว่านึกถึงท่านพระปลัด และในฐานะที่ผมเป็นมุสลิม และคุ้นเคยกับพระสงฆ์ทั้งหลายอย่างดี ผมเป็นมุสลิมที่คบหาสมาคมกับเพื่อนต่างศาสนิกแบบไม่มีนัยยะใดๆและไม่มีเงื่อนไข หากเราเข้าใจกันแล้ว 

            สมัยผมเด็กๆสังคมรอบบ้านผมล้อมรอบไปด้วยชุมชนชาวพุทธ พ่อแม่ผมเป็นคนเคร่งศาสนาแต่ไม่ครั่งนะครับ พ่อแม่ผมเป็นที่รักใคร่ของเพื่อนๆต่างศาสนิกมาก เพื่อนของพ่อผมมากมาย แม่ผมจะเป็นแม่ค้า ท่านทำขนมเก่งมาก เวลาหนูรีส่งขนมมาทีไรผมคิดถึงแม่ทุกที แม่จะพายเรือขายขนมเรียกกันว่าคนทั้งคลองจะรู้จักแม่ผมเป็นอย่างดี

            สมัยก่อนพ่อผมจะสูบยาใบจาก เพื่อนๆมาเยี่ยมก็จะเอาใบจากมาให้พ่อเสมอๆน้ำใจไมตรีของคนยุคนั้นมีมากเหลือเกิน พ่อไปเยี่ยมเพื่อนทีไรก็นำขนมที่แม่ทำไปฝากเพื่อนเสมอๆ เราแลกเปลี่ยนกันแบบนี้ มีเพื่อพ่อท่านหนึ่งได้บวชเป็นพระเมื่อไหร่ก็ไม่ทราบ สาเหตุที่เพื่อนไม่บอกพ่อ ก็เพราะว่าทราบว่ามุสลิมไปงานบวชไม่ได้ เพราะมันเป็นส่วนพิธีกรรม คนเราลองรู้และเข้าใจปัญหาก็ไม่มี เพื่อนพ่อรู้ว่าพ่อเป็นมุสลิมส่วนไหนที่ขัดกับหลักการจะรู้ อย่างนี้เรียกว่า เข้าใจ เข้าถึง อย่างแท้จริง

            อยู่มาวันหนึ่ง ผมไปตลาดกับคุณพ่อ ได้พบกับพระภิกษุรูปหนึ่ง ดูคุ้นๆมาก แต่ด้วยกับที่ไปเคยพบกันเป็นเวลานานจึงทำให้จำไม่ค่อยจะได้ ประกอบกับท่านเป็นพระห่มจีวรจึงดูแปลกๆ แต่ท่านจำพ่อผมได้ ท่านปรี่เข้ามาหาและทักพ่อผม ความเป็นเพื่อนรักกันมาก พ่อผมถามว่า จะกอดสักหน่อยได้ไหม พระเพื่อนจึงบอกว่า ไม่เป็นอะไรหรอกโยมเพื่อน

            ผมจำได้ว่าภาพของคนใส่หมวกที่บ่งบอกว่าเป็นมุสลิม กับพระสงฆ์ที่ห่มเหลือง จากยืนจนมานั่งสนทนาคุยกัน จนเป็นที่แปลกใจระคนกับความประทับใจ ของผู้คนที่ผ่านมาพบเห็น หลายคนได้เห็นต่างพูดว่า ไม่เคยพบไม่เคยเห็นภาพอย่างนี้เลยนะ

            พ่อผมให้ผมยกมือไหว้พระเพื่อนพ่อ แรกๆผมไม่กล้า เพราะกลัวจะผิดเป็นบาป แต่พ่อบอกว่า ทุกวันนี้เราก็ยกมือไหว้ โจร คนโกง คนโกหกตอแหล ได้ แต่นี่คือนักบวช ซึ่งท่านศาสดาก็ได้สอนว่าต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน การยกมือไหว้หรือสวัสดี คือการให้เกียรติกัน จริงอยู่ว่าอาจจะมีบางคนคิดมาก ว่าไปไหว้พระ และจริงอยู่ที่การศรัทธาเป็นเรื่องละเอียดอ่อน แต่ก็ต้องใช้ปัญญาด้วย ผมว่าพ่อผมสอนผมว่าพระเจ้าได้บอกกับมนุษย์ไว้ในคัมภีร์หลายตอนด้วยกันเกี่ยวกับการให้มนุษย์ใช้ปัญญา

            สิ่งสำคัญคือผู้ที่จะตัดสินให้มนุษย์ลงนรกหรือขึ้นสวรรค์ ไม่ใช่มนุษย์ด้วยกันเอง แต่มุสลิมเชื่อว่าพระผู้เป็นเจ้าเท่านั้นจะเป็นผู้ตัดสิน แต่ในสภาพความเป็นจริงมีมนุษย์บางกลุ่มได้พิพากษามนุษย์ด้วยกันแทนพระเจ้าเรียบร้อยแล้ว

            สิ่งที่ผมกำลังทำอยู่นั้นผมได้ทำตามสิ่งที่เป็นเป้าหมายในศาสนาอิสลาม คืออิสลามแปลว่าสันติ ผมกำลังทำให้ภาพลักษณ์ของอิสลาม ไม่ได้เป็นอย่างที่หลายๆคนเข้าใจ อิสลามคือสันติ ถ้าสันติจริงต้องอยู่กับใครก็ได้ มุสลิมต้องพิสูจน์ตัวเองให้ได้ว่า ถ้ามีมุสลิมอยู่ที่ไหนความสันติอยู่ที่นั้น (เรื่องความเชื่อคนละประเด็น) ใครที่มาอยู่กับมุสลิม แล้วเขาได้รับความอบอุ่น นั้นแสดงว่ามุสลิมผู้นั้นได้ทำตามเป้าหมายของอิสลามแล้ว อย่าลืมตรงนี้เป็นอันขาด แต่เท่าที่ผมสัมผัสมุสลิม(บางคนก็แล้วกัน)ชอบทำตัวแปลกแยก สิ่งที่เกิดขึ้นกับอิสลามคือภาพพจน์ที่เสียหาย ผมยืนยันครับว่าเป็นอิสลามหรือมุสลิม อยู่กับใครก็ได้ เพราะอิสลามได้ให้คำจำกัดความของตัวเองแล้วว่า สันติ ซึ่งสอดคล้องกับคำทักทายของมุสลิมที่ว่า อัสสะลามุอะลัยกุ่ม(ขอความสันติจงมีแด่ท่าน) จะใกล้เคียงกับคำว่าสวัสดีครับ/ค่ะ