ผมและภรรยาตกลงใจกันว่า จะลงไปสมุยไปลองฝึกดูว่าการภาวนาแบบ Osho นั้นเป็นอย่างไรกัน

        ช่วงชีวิตที่ผ่านมาได้เดินทางท่องเที่ยวไปยังที่ต่างๆ มากมายหลายแห่ง แต่ไม่น่าเชื่อเลยว่าเกาะสมุยที่อยู่ใกล้ๆ แค่นี้กลับยังไม่เคยได้ไป ในวันนี้ (ก.พ.) ผมกับภรรยาบินมาสมุยเป็นครั้งแรกในชีวิต เดินทางมากับสายการบินบางกอกแอร์เวย์ ใช้เวลาบินเพียงแค่50 นาที มาถึงสมุยตอนเที่ยงพอดี เรียกรถแท๊กซี่ให้พาไปยังศูนย์ฝึกภาวนา Osho ใช้เวลาเดินทางจากสนามบินประมาณยี่สิบนาที

 ศูนย์ Osho ตั้งอยู่บริเวณหาดบ้านใต้ (ทางด้านเหนือของเกาะ) ห่างจากโรงเรียนแหลมหอยไปประมาณ 100 เมตร สังเกตได้โดยดูเครื่องหมายนี้ (รูปที่ 1) ผมได้สอบถามรายละเอียดกับคุณสุตรา (Sutra) เจ้าของศูนย์และครูผู้ฝึกสอนไว้ก่อนแล้ว เรื่องที่พักคุณสุตราได้ให้รายชื่อโรงแรมที่อยู่ใกล้ๆ ไว้ 2-3 แห่ง อีกทั้งยังบอกว่ามีบ้านเช่าที่อยู่ใกล้ๆ ซึ่งใช้เวลาเดินแค่เพียงสิบกว่านาที โดยที่ราคาถูกกว่าโรงแรมมาก หากผมสนใจเธอก็จะติดต่อให้ ซึ่งผมก็รีบตอบรับไปทันที

     

      รูปที่ 1: เครื่องหมายศูนย์ฝึกภาวนา osho                             รูปที่ 2: ผม คุณสารานี และคุณสุตรา คุยกันวันไปถึง

     

             รูปที่ 3: บรรยากาศในบริเวณศูนย์๋                                          รูปที่ 4: บ้านเช่าที่คุณสุตราติดต่อให้

รถแท๊กซี่พาผมมาที่ศูนย์ฯ  (รูปที่ 3) เพื่อรับคุณสุตราให้พาไปยังบ้านเช่า (รูปที่ 4) พอไปถึงบ้านที่เช่าก็พบคุณสารานี (Sarani) ผู้ช่วยคุณสุตรารออยู่ที่นั่นแล้ว เข้าใจว่าคุณสารานีเอาผ้าเช็ดตัวมาให้ และมาดูสภาพความเรียบร้อยของบ้าน ผมต้องพักอยู่ที่นั่นสามคืนกับสี่วัน เพราะโปรแกรม “Meditation Camp” จะเริ่มในวันรุ่งขึ้น (วันที่ 3 ก.พ.) และจะจบตอนเที่ยงของวันที่ 5 ใช้เวลาทั้งหมดสองวันครึ่ง

หากถามว่าผมรู้จักศูนย์ Osho นี้ได้อย่างไร ก็ต้องย้อนไปประมาณเกือบสองปีมาแล้ว ตอนนั้นผมได้รับโทรศัพท์จากฝรั่งคนหนึ่งที่เป็นลูกศิษย์ของ Osho ที่พูดอย่างดีอกดีใจว่าเขาได้ไปร้านหนังสือและพบหนังสือ Osho เป็นภาษาไทย เขาได้เล่าให้ผมฟังว่ามีลูกศิษย์ลูกหา Osho อีกหลายคนอยู่ที่สมุยนี่ แถมยังมีศูนย์สอนปฏิบัติภาวนาตามวิถีของ Osho ที่นี่อีกด้วย หลังจากวันนั้น ก็ติดต่อกันทางอีเมล์เป็นส่วนใหญ่ ผมได้รับหนังสือ Osho ฉบับภาษาอังกฤษทางไปรษณีย์จากคุณสุตรา ที่ส่งมาเพื่อขอบคุณที่ผมนำงาน Osho มาเผยแพร่ให้คนไทยรู้จัก แล้วหลังจากนั้นก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย จนกระทั่งเมื่อไม่กี่วันมานี้ ตอนที่ผมและภรรยาตกลงใจกันว่า จะลงไปสมุยไปลองฝึกดูว่าการภาวนาแบบ Osho นั้นเป็นอย่างไรกัน 

นอกจากคุณสุตราและคุณสารานีจะมาดูความเรียบร้อยของบ้านเช่าให้แล้ว ยังอุตส่าห์ขนเฟอร์นิเจอร์บางชิ้นมาตั้งไว้ที่ระเบียงหน้าบ้านให้ด้วย สองคนนี้คนหนึ่งเป็นชาวอิตาลี (คุณสุตรา อายุ 66 ปี) ส่วนอีกคนหนึ่งเป็นชาวเยอรมัน (คุณสารานี อายุ 45 ปี) ทั้งสองมาอยู่ที่สมุยได้ 18 ปีแล้ว เรียกว่านิสัยใจคอค่อนข้างเป็นคนไทยไปแล้ว คุณสารานีพูดไทยได้คล่อง ส่วนคุณสุตราพูดไทยไม่ได้ ทั้งสองคนเป็นลูกศิษย์ที่ติดตาม Osho ไปหลายที่ ในวันแรกนี้จึงมีเรื่องที่คุยกันเกี่ยวกับ Osho ค่อนข้างมาก หลังจากหนึ่งชั่วโมงผ่านไป ทั้งสองคนก็ปล่อยผมกับภรรยาไว้ที่บ้านเช่า พร้อมทั้งได้ให้เบอร์โทรศัพท์บริการรถและคนขับไว้ หากผมต้องการจะไปเที่ยวดูรอบๆ เกาะ ก็สามารถเรียกใช้บริการได้ ซึ่งในที่สุดผมก็ได้ใช้บริการสมใจ รายละเอียดอ่านได้จากบันทึกที่ภรรยาผมเขียนไว้ในตอนต่อไปครับ