ไม่หาเงินเสริมรายได้จากเงินเดือนราชการ หันไปฝึกกินอยู่แบบประหยัด แบบพอเพียง

ชีวิตที่พอเพียง : 2. ตัดสินใจไม่หาเงิน

  • คนเป็นหมอ กว่าร้อยละ ๙๐ เปิดคลินิกส่วนตัว เพื่อหารายได้เสริม   ถือเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตการเป็นหมอ 
  • ผมเคยไปทำคลินิกของคนอื่น เพื่อหารายได้เสริมอยู่ปีสองปี   รายได้มากกว่าเงินเดือนราชการมาก   แต่รู้สึกว่าไม่ชอบ จึงเลิก  
  • การเป็นหมอที่รักษาคนไข้ ไม่ใช่แค่ได้ลาภลอยเป็นเงินเท่านั้น ยังมีของฝาก และความรู้สึกเป็นบุญคุณ และชื่อเสียงในหมู่คนไข้ ด้วย   สิ่งเหล่านี้คือผลประโยชน์ในรูปที่ไม่ใช่เงิน
  • การตัดสินใจเปลี่ยนจากเป็นแพทย์ทางคลินิก (รักษาคนไข้) ไปเป็นหมอปรีคลินิค (ทำ lab – ไม่รักษาคนไข้) เท่ากับเป็นการละจากผลประโยชน์ที่จะได้จากการรักษาคนไข้   ไปสู่ผลประโยชน์ในการทำงานเชิงระบบ ทำงานวิจัย ที่ผมรัก
  • เมื่อตัดสินใจเช่นนี้ ก็ต้องเตรียมตัวใช้ชีวิตแบบประหยัด แบบพอเพียง    ต้องขอบคุณคู่ชีวิต ที่ไม่บ่นอยู่นานเกินไป
  • แม่บ่นนานกว่า เกือบ ๑๐ ปี   “อุดมคติกินไม่ได้นะลูกเอ๋ย”   แม่ไม่ได้หวังพึ่งเงินจากเรา    แต่เป็นห่วงความมั่นคงของครอบครัว และหลานๆ 
  • ใช้เวลาหลายปี กว่าสังคมรอบข้างจะยอมรับว่าคนเป็นหมอที่ไม่มีเงินมาก ต้องอยู่อย่างประหยัด ก็มีเหมือนกัน
  • เพราะเลือกทางเดิน “นอกแถว” จึงมีโอกาสออกผจญภัย เผชิญโชค/เคราะห์ ในการทำงาน   มีโอกาสทำงานแบบไม่มีสูตรตายตัว    มีการเรียนรู้สูง    จึงมีประสบการณ์กว้าง   มีมุมมองที่ “มองต่างมุม” ได้มาก
  • มาตรฐานการครองชีพของเราจึงอยู่แบบคนทั่วไป ไม่ใช่มาตรฐานหมอ   เป็นมาตรฐานของ “ชีวิตที่พอเพียง”


วิจารณ์ พานิช
๑๔ เมย. ๔๙