วันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒  กว่าถั่วจะงอก

         การทำหน้าที่ครูแนะแนวของฉัน  ซึ่งเริ่มมาจากอยากเรียนรู้ อยากศึกษาว่าหน้าที่ครูแนะแนวต้องทำอะไรบ้าง  สำหรับเด็กวัยระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน  ทำให้ฉันสมัครใจทำหน้าที่ครูแนะแนว  ตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๕๔๗ เป็นต้นมา ฉันทำหน้าที่ไม่ได้ดีเลย  เพราะฉันไม่มีประสบการณ์ ขาดความรู้  เพื่อน ๆ ต่างโรงเรียนช่วยเติมเต็มให้ การเข้ารับการอบรม เรียนรู้จากเอกสารและตำรา  เพื่อต้องการเอาจริงเอาจัง  โครงการช่วยเหลือดูแลนักเรียนเชิงระบบ  ฉันมุ่งหวังที่จะให้นักเรียนของฉันมีความเป็นมนุษย์และได้เรียนรู้ทักษะชีวิตเป็นสำคัญ ส่วนด้านอื่น ๆ ฉันปฏิบัติตามนโยบายที่หน่วยงานกำหนดให้เต็มเวลา

          ชั่วโมงสุดท้ายของวันที่ ๓ - ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒  นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ มาเรียนรู้ร่วมกัน  กิจกรรมของสัปดาห์นี้มี"การเพาะถั่วงอก"สำหรับหนึ่งมื้อและกิจกรรม เจ้าเป็นไผ

          การเพาะถั่วงอก  โดยการไปสอบถามพ่อ แม่ ผู้ปกครองหรือภูมิปัญญาในหมู่บ้าน ทุกเรื่องถ้าไม่นั่งเรียนในห้องเรียนโดยเอกสารตำรา นอกตำรานักเรียนมีความสนใจเป็นพิเศษ  นักเรียนได้แนวคิดและวิธีการมาต่าง ๆกัน

          อุปสรรคปัญหาที่เกิดขึ้นคือนักเรียนส่วนน้อยไม่มีอุปกรณ์มา นักเรียนกลุ่มนี้ส่วนหนึ่งมีความสนใจดูเพื่อน ช่วยเพื่อนและขอเมล็ดถั่วงอกกลับไปฝึกทำที่บ้าน  และบางคนซึ่งเป็นส่วนน้อยดูเหมือนไม่ทราบจะตัดสินใจอย่างไรดี   เมื่อสินสุดกิจกรรมนักเรียนจึงช่วยกันกำหนดกฎเกณฑ์ขึ้นมาใหม่  เพื่อประเมินผลกิจกรรม

 

วันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ เมื่อได้รู้ว่ามาจากไหน

           ตามข้อตกลงวันนี้นักเรียนจะต้องตอบและเขียนบันทึกใหม่ แต่ปรากฏว่าสัญญาณเน็ตขัดข้อง  นักเรียนแต่ละคนช่วยกันเสนอความเห็นว่าควรทำอะไรบ้าง  ในที่สุดก็ตกลงว่าจะทำกิจกรรม”เจ้าเป็นไผ” เนื่องจากนักเรียนเคยอ่านบันทึกในบล็อกต่างๆ โดยเฉพาะของคนที่รู้จัก คุ้นเคยนั่นคือ “พ่อครูบาสุทธินันท์” จะถูกใจมากกับคำนี้  ตอนแรกก็เขียนกันไม่ค่อยออก  แต่เมื่อมีนักเรียนสองสามคนอ่านเรื่องของตัวเองที่ได้เริ่มแล้วให้เพื่อน ๆ ฟัง  ทำให้นักเรียนคนอื่น ๆ เขียนกันได้ดีขึ้น

           นักเรียนที่น่าเป็นห่วงมีอยู่ ๒ คนที่ไม่ตั้งใจเรียนเป็นอย่างมากทุกกลุ่มสาระ เป็นนักเรียนชาย  ซึ่งเป็นปัญหาของครูทุกคน  กิจกรรมนี้ก็ไม่คาดคิดว่าทั้งสองคนนี้อยากจะร่วมกิจกรรม  เดินไป เดินมา นั่งนิ่งบ้าง

            นักเรียนแต่ละคนอ่านเรื่องราวของตนเองให้เพื่อน ๆ ฟัง  เพราะอ่านแล้วเพื่อนและครูสนใจ  สังเกตว่าเขามีความสุข  ฉันเห็นเด็ก ๑ ในสองเขียนอะไรเกือบเต็มหน้า  ใครเขียนให้ แล้วเขาก็บอกว่าขออ่านบ้าง  เมื่อเขาอ่านจบเพื่อปรบมือกันเกรียวกราวลั่นห้อง  ฉันเห็นด้วยกับการปรบมือของเพื่อน ๆ จึงสั่งให้เพื่อปรบมือให้อีกครั้ง  เป็นเรื่องเล่าตั้งแต่แม่เริ่มตั้งท้อง  คลอดกับหมอตำแยที่บันได ใช้คมไม้ไผ่ตัดสายสะดือ เมื่อเริ่มเดินเตาะแตะเขาชอบเล่นสิ่งของนั้นมาก จึงถูกปู่ซึ่งเป็นหมอปราบผีตั้งชื่อให้”แล้วเขาบอกว่าต้องกลับไปเขียนต่อที่บ้านถามพ่อไปด้วย

           เพื่อน ๆอยากจะลุ้นให้อีก ๑ ที่เหลือออกไปอ่านบ้าง ฉันคิดเหมือนคนเดิมว่าคงไม่อยากจะเขียนอะไร เพราะพฤติกรรมทางการเรียนของพอ ๆกัน เขาเล่าว่า เกิดที่ไหน พ่อแม่ชื่ออะไร ในสมัยนั้นพลเอกเปรม ติณสูลานนท์  กำลังดังและพ่อเขาโปรดปรานฯพณฯท่านพลเอกเปรม ฯ มากจึงตั้งชื่อเล่นของเขาว่า “เปรม”

           นอกจากนั้นทำให้ทราบว่าเด็กแต่ละคนมีประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจ เล่ากันอย่างสนุกสนานและมีความสุข บางคนอยู่ในตู้อบ บางคนแม่ชอบละครหลังข่าว บางคนมีความน่ารักอย่างไร บางคนถูกพ่อแม่ทิ้งให้อยู่กับตายาย โตขึ้นมาคิดว่าเป็นลูกตายาย เรียกพ่อแม่ตัวเองว่าพี่จนปัจจุบัน นับว่า..เป็นเรื่องเล่าเร้าพลังได้ดีพอสมควร  และที่ดีมากคือเด็ก ๆมีความสุข  เช้าวันนี้มีเรื่องเล่าตอนใหม่ส่งไว้บนโต๊ะทุกคน เมื่อตรวจทานแล้วคงมีโอกาสได้เล่าลงในบล็อก 

          ขอขอบพระคุณแหล่งเรียนรู้โกทูโนว์ และผู้เกี่ยวข้องที่มีส่วนช่วยเหลือ ในการเรียนรู้และเป็นการจุดประกายให้กับเด็ก ๆ