การทำความชัดเจนว่าสถาบันอุดมศึกษามีความหลากหลาย แต่ละสถาบันต้องทำความชัดเจนว่าตนเองจะเป็นสถาบันแบบไหน เพื่อจะได้สร้างวัฒนธรรมและสร้างระบบการจัดการ ระบบกำกับดูแล (ธรรมาภิบาล) ที่สอดคล้อง ขึ้นมาขับเคลื่อนความเป็นเลิศของตน เป็นเรื่องคอขาดบาดตายสำหรับสถาบันอุดมศึกษาที่จะอยูรอด และอยู่ดี เพราะเวลานี้สถาบันอุดมศึกษามีมากเกินความต้องการของสังคม การแข่งขันสูง ไม่ช้าต่างประเทศจะเข้ามาแข่งขันด้วยอย่างมากมาย
สมศ. ได้เป็นผู้นำด้านการแบ่งกลุ่มสถาบันอุดมศึกษา โดยแบ่งออกเป็น ๔ กลุ่ม ดังนี้
• กลุ่มสถาบันเน้นการผลิตบัณฑิตและวิจัย
เน้นด้านการผลิตบัณฑิตระดับบัณฑิตศึกษา และวิจัยสร้างความรู้ใหม่
เพื่อความเป็นเลิศทางวิชาการในทุกภารกิจ
และเผยแพร่ความรู้ไปสู่ผู้ใช้ทั้งระดับชาติและนานาชาติ
โดยมุ่งสู่ความทันสมัย และสามารถแข่งขันได้ในระดับสากล
• กลุ่มสถาบันเน้นการผลิตบัณฑิตและพัฒนาสังคม
เน้นการผลิตบัณฑิตระดับปริญญาตรีเป็นส่วนใหญ่
ผลิตบัณฑิตระดับสูงในบางสาขาและเน้นการพัฒนาสังคม
โดยการประยุกต์ความรู้ เพื่อบริการวิชาการ/วิชาชีพแก่สังคม
• กลุ่มสถาบันเน้นการผลิตบัณฑิตและพัฒนาศิลปะและวัฒนธรรม
เน้นการผลิตบัณฑิตระดับปริญญาตรีเป็นส่วนใหญ่
ผลิตบัณฑิตระดับสูงในบางสาขา โดยการประยุกต์ความรู้
เพื่อสร้างและพัฒนามาตรฐานศิลปะและวัฒนธรรม
รวมทั้งการเผยแพร่องค์ความรู้ภูมิปัญญาไทยสู่สากล
• กลุ่มสถาบันเน้นการผลิตบัณฑิต
เน้นการสอนระดับปริญญาตรี
ประยุกต์ความรู้เพื่อใช้ในการผลิตบัณฑิต
เป็นกลุ่มสถาบันอุดมศึกษาที่เน้นการผลิตและพัฒนาคนในด้านวิชาการและวิชาชีพต่างๆ
สกอ. ก็มีการแบ่งกลุ่มสถาบันอุดมศึกษาแต่ไม่เหมือนกัน ตาม ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง มาตรฐานสถาบันอุดมศึกษา โดยแบ่งออกเป็น ๔ กลุ่ม (ที่จริง ๕ กลุ่ม) ดังนี้
กลุ่ม ก
วิทยาลัยชุมชน
หมายความถึง
สถาบันที่เน้นการผลิตบัณฑิตระดับต่ำกว่าปริญญาตรี
จัดฝึกอบรมสนองตอบความต้องการของท้องถิ่น
เพื่อเตรียมกำลังคนที่มีความรู้เข้าสู่ภาคการผลิตจริงในชุมชน
สถาบันสนับสนุนรองรับการเปลี่ยนอาชีพพื้นฐาน เช่น
แรงงานที่ออกจากภาคเกษตร
เป็นแหล่งเรียนรู้ที่ส่งเสริมให้ประชาชนได้มีโอกาสเรียนรู้ตลอดชีวิตอันจะนำไปสู่ความเข้มแข็งของชุมชนและการพัฒนาที่ยั่งยืน
กลุ่ม ข
สถาบันที่เน้นระดับปริญญาตรี
หมายความถึง สถาบันที่เน้นการผลิตบัณฑิตระดับปริญญาตรี
เพื่อให้ได้บัณฑิตที่มีความรู้
ความสามารถเป็นหลักในการขับเคลื่อนการพัฒนาและการเปลี่ยนแปลงในระดับภูมิภาค
สถาบันมีบทบาทในการสร้างความเข้มแข็งให้กับหน่วยงาน
ธุรกิจและบุคคลในภูมิภาค เพื่อรองรับการดำรงชีพ สถาบันอาจมีการจัด
การเรียนการสอนในระดับบัณฑิตศึกษา
โดยเฉพาะระดับปริญญาโทด้วยก็ได้
กลุ่ม ค สถาบันเฉพาะทาง
หมายความถึง
สถาบันที่เน้นการผลิตบัณฑิตเฉพาะทางหรือเฉพาะกลุ่มสาขาวิชา
ทั้งสาขาวิชาทางวิทยาศาสตร์กายภาพ วิทยาศาสตร์ชีวภาพ
สังคมศาสตร์หรือมนุษยศาสตร์ รวมทั้งสาขาวิชาชีพเฉพาะทาง
สถาบันอาจเน้นการทำวิทยานิพนธ์หรือการวิจัย
หรือเน้นการผลิตบัณฑิตที่มีความรู้ ความสามารถ
ทักษะและสมรรถนะในการประกอบอาชีพระดับสูง หรือเน้นทั้งสองด้าน
รวมทั้งสถาบันอาจมีบทบาทในการพัฒนาภาคการผลิตจริงทั้งอุตสาหกรรมและบริการ
สถาบันในกลุ่มนี้อาจจำแนกได้เป็น ๒ ลักษณะ
ลักษณะที่ ๑ เป็นสถาบันที่เน้นระดับบัณฑิตศึกษา
ลักษณะที่ ๒ เป็นสถาบันที่เน้นระดับปริญญาตรี
กลุ่ม ง
สถาบันที่เน้นการวิจัยขั้นสูงและผลิตบัณฑิตระดับบัณฑิตศึกษา
โดยเฉพาะระดับปริญญาเอก
หมายความถึง
สถาบันที่เน้นการผลิตบัณฑิตระดับบัณฑิตศึกษาโดยเฉพาะระดับปริญญาเอก
และ เน้นการทำวิทยานิพนธ์และการวิจัยรวมถึงการวิจัยหลังปริญญาเอก
สถาบันเน้นการผลิตบัณฑิตที่เป็นผู้นำทางความคิดของประเทศ
สถาบันมีศักยภาพในการขับเคลื่อนอุดมศึกษาไทยให้อยู่ในแนวหน้าระดับ
สากล มุ่งสร้างองค์ความรู้ทฤษฎี และข้อค้นพบใหม่ทางวิชาการ
ผมมองว่า แบ่งไม่เหมือนกันอย่างนี้ดีแล้ว เพราะจริงๆ
แล้วความแตกต่างหลากหลายของสถาบันอุดมศึกษามันเป็น spectrum
มากกว่าเป็น group
ที่สำคัญกว่าคือความเข้าใจและวิธีปฏิบัติในแต่ละสถาบัน
ที่จะทำให้สถาบันของตนทำประโยชน์ให้แก่สังคมได้ดีจริงๆ
มีผลงานเป็นที่ยอมรับนับถือ
ในฐานะที่ผมเป็นประธาน กกอ. ผมอยากหาวิธีทำให้สังคมได้รับรู้ ว่าถ้าอยากเรียนมหาวิทยาลัยตามความต้องการแบบนั้นๆ มหาวิทยาลัยไหนเหมาะที่สุด คืออยากมีข้อมูล/สารสนเทศ สำหรับให้ประชาชนเลือกมหาวิทยาลัยได้ถูกต้องตามความต้องการของแต่ละคนซึ่งไม่เหมือนกัน โดยที่ความยากง่ายในการเรียนก็ไม่เหมือนกัน ค่าใช้จ่ายก็ต่างกัน รูปแบบการเรียนก็ต่างกัน ความสัมพันธ์กับอาจารย์ก็ต่างกัน
วิธีทำให้สังคมรับรู้มีหลายวิธี และต้องใช้หลายวิธีประกอบกัน วิธีหนึ่งคือ ยกร่างคุณลักษณะของสถาบันอุดมศึกษาแต่ละกลุ่ม แล้วเอามาทำความเข้าใจและถกเถียงกัน
ต่อไป คุณลักษณะ นี้ก็จะใช้ในการประเมินตนเอง และประเมินโดย สมศ., สกอ., กพร., สงป., ฯลฯ
เพื่อประกอบการยกร่างคุณลักษณะของสถาบันอุดมศึกษา ที่ สกอ. จะต้องดำเนินการ ผมจึงเอามาเชิญชวนให้ช่วยกันออกความเห็นครับ
วิจารณ์
พานิช
๕ ก.พ. ๕๒