อย่างไรก็ตามสิ่งหนึ่งที่ผมมองเห็นและต้องการให้เกิดรูปธรรมในภูมิภาคนี้ก็คือ การมีส่วนร่วมของคนท้องถิ่นในการบริหารองค์กร ตั้งแต่การจัดการ การบริหาร การดูแล การเผยแพร่และการพัฒนาให้เกิดรูปธรรม เพราะเท่าที่ดูในขณะนี้กิจกรรมต่างๆอยู่ในการดูแลของคนต่างประเทศที่อาศัยอยู่ในประเทศลาว จริงอยู่การเริ่มต้นเกิดจากคนต่างประเทศก็เป็นสิ่งที่ดี แต่ในอนาคตนอกจากเยาวชนในท้องถิ่น คนท้องถิ่นได้รู้จักโดยการเล่นและชมแล้ว ยังต้องดำเนินการบริหารสมาพันธ์ บริหารชมรมอย่างเป็นรูปธรรม ผมอยากเห็นการพัฒนาจุดนี้ได้เกิดขึ้นจริงในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงแห่งนี้ ซึ่งน่าจะส่งผลดีต่อการบริหาร การดำเนินกิจกรรมได้กว้างขวางมากยิ่งขึ้น แต่อย่างไรก็ตามในช่วงระยะเวลาเช่นนี้ การดูแลการประสานงานกับต่างประเทศ การขอสนับสนุนทุนงบประมาณจากบริษัทข้ามชาติ ถือเป็นความสามารถของคนต่างชาติที่อาศัยในลาวได้ให้ความร่วมมือและสนับสนุนด้วยดีอย่างเต็มที จุดนี้เป็นข้อดีของสมาพันธ์รักบี้ลาว ที่เติบโตอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน แน่นอนที่สุดถึงวันหนึ่ง สมาพันธ์รักบี้ลาว ต้องยืนด้วยขาตนเอง และสร้างเครือข่ายในอนุภูมิภาคแม่น้ำโขง และอาเซียนและนานาชาติอย่างกว้างขวาง อย่างเต็มทีต่อไปด้วยสองมือสองขาของคนลาวเอง

 

 

 

 

พารักบี้หญิงภาคอีสานไปพัฒนาศักยภาพที่ สปป.ลาว

อิศรา ประชาไท

  

          เป็นความโชคดีที่ความผูกพันทางใจของพี่น้องสองฝั่งโขงยังสัมพันธ์แนบแน่นเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ระหว่างไทยกับลาว  ในทุกภาคส่วน ไม่เว้นกีฬารักบี้ฟุตบอล  หลายคนก็คงงงว่า  ที่ประเทศลาวปัจจุบันมีเล่นรักบี้ด้วยเหรอ ก็ต้องตอบว่าใช่เลย  ลาวก็มีทีมรักบี้ ทั้งชายและหญิง แม้จะเริ่มต้นไม่นานนัก แต่ก็มีพัฒนาการมาด้วยดีต่อเนื่องมาไม่น้อยกว่า 5-6 ปี ที่ผ่านมา และดีขึ้นเป็นลำดับ และก็มีการฝึกซ้อมออกไปแข่งขันต่อเนื่องเป็นประจำ โดยเฉพาะสองสามปีที่ผ่านมาถือว่าคึกคักมาก ความผูกพันด้านรักบี้ระหว่างลาวและไทย ก็เริ่มจากจุดเล็ก ๆ ในภูมิภาค ปฏิเสธไม่ได้คือ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ถือเป็นผู้สานสัมพันธ์รักบี้ไทย-ลาว จนสามารถดึงเอาทีมเครือข่าย เช่น มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ชมรมรักบี้ฟุตบอลร้อยเอ็ด ชมรมบริติชคัพ ชมรมเซาท์แทนเนอร์ จากประเทศไทย ไปแข่งขันที่ประเทศลาว จนการเป็นความผูกพันทางใจอย่างแนบแน่นตั้งแต่นั้นเป็นต้นม โดยเฉพาะ ชมรมรักบี้ฟุตบอลมหาวิทยาลัยมหาสารคาม และชมรมรักบี้ฟุตบอลจังหวัดร้อยเอ็ด ถือว่ามีความสัมพันธ์แบบลึกซึ้ง ก็ว่าได้   โดยเฉพาะมีการสร้างทีมทั้งทีมชายและทีมหญิง  โดย ทีมร้อยเอ็ด พัฒนาตั้งแต่ U-14 U-16 U-18 U-19 ส่วนมหาสารคามก็พัฒนา ระดับอุดมศึกษา และประชาชน ทั้ง ชายและหญิง  จุดนี้จึงเป็นส่วนที่เป็นภาระผูกพันที่ทำให้มีการติดต่อแลกเปลี่ยนกันเป็นประจำของ สมาพันธ์รักบี้ลาว กับทีมจากร้อยเอ็ดและมหาสารคาม

การเดินทางจากด่านมิตรภาพเข้านครหลวงเวียงจัน ด้วยรถตุ๊ก ตุ๊ก

ในขณะที่ลาวกำลังมีการต้อนรับสมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโชฮุนเซ็น เยือน สปป.ลาว พอดี

 

 

โรงแรมจะเลินไชยที่พักของการอบรมในครั้งนี้ พอถึงเย็นก็ออกวอร์มที่สนามกีฬาแห่งชาติเลย

 

  

          และเมื่อวันที่ 25-30 พฤศจิกายน 2551 ที่ผ่านมา ทีม รักบี้มหาวิทยาลัยมหาสารคามและทีมรักบี้ร้อยเอ็ด ทีมหญิง ร่วมกับทีมรักบี้จากจังหวัดเลย ก็ได้รับเชิญจากสมาพันธ์รักบี้แห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ให้เข้าร่วมการอบรมการพัฒนารักบี้หญิงทั้งผู้ฝึกสอนและผู้เล่น เรียกการอบรมครั้งนี้ว่าARFU International Women’s Development Camp, Vientiane Lao PDR โดยได้รับการสนับสนุนจากสมาคมรักบี้แห่งเอเซียThe Asian Rugby Football Union (ARFU) และทุนส่วนหนึ่งจาก ANZV Bank ผมและผู้ฝึกสอน  คือ  อาจารย์จักรพงษ์ ศรีจำนงค์ อาจารย์ไกรวุฒิ ชุไชย์ และคุณรัฐสิทธิ์ ศักดิ์ศรี จึงได้พากันเดินทางไป นครเวียงจันทน์ พร้อมนิสิตนักรักบี้หญิง 12 คน และนักเรียนจากโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ ร้อยเอ็ด อีก 12 คน  รวมทั้งทีมจากโรงเรียนเลยพิทยาคมนำโดยท่านอาจารย์หยอง อีก 14 ชีวิต ข้ามโขงไปฝึกแอบ (ฝึกอบรม) ที่นครเวียงจันทน์ เป็นเวลา 6 วันเต็ม

 

 

รถเดินทางไปวิทยาลัยสรรพวิชาทุกเช้าทุกวันเพื่อไปฝึกปฎิบัติการภาคสนามของโค้ชและผู้เล่น

 

              เราเดินทางด้วยรถกองกิจการนิสิต โดยน้าแสวงเป็น พขรโดยท่านอธิการบดีอนุมัติให้เดินทางไปราชการพร้อมด้วยนักกีฬารักบี้หญิงทั้งทีม ทราบว่าโดยความจริงนั้นทีมรักบี้หญิงต่างชาติหลายประเทศที่ได้รับเชิญเข้าอบรมครั้งนี้เช่นฟิลิปปินส์กวมกัมพูชาเวียดนามอิหร่านและทีมไทยจากภาคอีสาน แต่ด้วยเหตุผลของด้านงบประมาณของแต่ละทีมเป็นปัญหาหลักทำให้การเดินทางของประเทศต่างๆ เกิดปัญหาเจ้าภาพคือสปป.ลาวเองก็คงมีงบประมาณได้รับสนับสนุนจาก ARFUจำกัด ก็เลยทำไมมีแต่เพียงสามชาติเท่านั้นที่มา คือ ไทยทั้งโค้ชทั้งนักกีฬาจากมหาสารคามร้อยเอ็ดและเลย กัมพูชามีโค้ชมาสองคน มาเลเซียมีโค้ชมาสองคน ฮ่องกงมาในฐานะสต๊าฟผู้ฝึกสอน  พวกเราทำใบผ่านแดนชั่วคราวเข้าไปเพราะมีนักกีฬายังเป็นเยาวชนและยังไม่มีฟาสปอร์ตเลย  อันนี้ส่งผลในอนาคตต่อมาเพราะใบผ่านแดนอยู่ได้แค่สามวันสองคืน  เราจำเป็นจะต้องออกมาต่อใบผ่านแดนแล้วเข้าไปใหม่ในวันที่สามโชคดีที่เวียงจันทน์กับหนองคายไม่ห่างกันเท่าใดไม่งั้นคงเป็นเรื่องยุ่งยากมากพอสมควรในการเดินทางเข้าออกเวียงจันทน์-หนองคาย ในการไปอบรมครั้งนี้   ผมไม่ค่อยกังวลในเรื่องการอบรมหรือการได้เกียรติบัตร หรือการการันตีความเป็น โค้ชผู้ฝึกสอน แต่ที่ต้องการพาเด็กได้มาเรียนรู้ การฝึกที่ถูกต้องจากโค้ชฝรั่ง เจ้าตำหรับกีฬารักบี้ฟุตบอล ผมเป็นโค้ชประเภทครูพักลักจำ เรียนรู้จากการเป็นนักกีฬา ผ่านผู้ฝึกสอนท่านแรก คือพี่นวย    ผ่านผู้ฝึกสอนระดับมืออาชีพคือ พี่บัติ และตั้งตนเป็นโค้ชเมื่อถูกมอบหมายให้ดูแลน้อง ๆ บ้าน 4 ที่ ภ.ป.ร.ราชวิทยาลัยฯ

 

                ทีมเยาวชนลาว เสื้อขาว และทีมจังหวัดเลยเสื้อสีน้ำเงิน เข้าร่วมโครงการนี้

 

ทีมมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ใส่เสื้อ WOOD BAGOT ให้การสนับสนุน ทีมอิหร่าน เคร่งครัดในการแต่งตัวตามหลักศาสนาอิสลามอย่างยิ่ง เสื้อแดงทีมร้อยเอ็ด ยังเป็นเยาวชนรุ่น U-15

                 หลังจากนั้นก็มาเล่นรักบี้ให้ มศว.ประสานมิตร เป็นทั้งโค้ชทั้งผู้เล่น ย้ายมาเรียนปริญญาโทอยู่มศว.มหาสารคาม ก็เป็นโค้ชและผู้เล่น เมื่อ มศว.มหาสารคาม จัดกีฬาแปดวิทยาเขต ก็เป็นครั้งแรกที่มหาสารคามมีรักบี้ฟุตบอล ประมาณ ปี 2528-29 แต่ตอนที่รับราชการอยู่วิทยาลัยพลศึกษาศรีสะเกษ รักบี้ยังไม่ถูกบรรจุในกีฬาวิทยาลัยพลศึกษา ก็ไปช่วยอาจารย์ไกรสิทธิ์ทำบาสเกตบอลทั้งหญิงและชายก็ได้ชนะเลิศกีฬาวิทยาลัยพลศึกษา จนนักกีฬาหญิงติดทีมชาติ หลายคนได้งานการทำเพราะเป็นนักกีฬา ครั้นพอมาอยู่วิทยาลัยพลศึกษามหาสารคามก็ช่วยอาจารย์อารีย์ทำบาสเกตบอลหญิงก็ได้ชนะเลิศกีฬาวิทยาลัยพลศึกษาอีก  นักกีฬาก็ติดทีมชาติได้ไปเล่นกีฬาเขตใหญ่เกือบทุกปี ท่านรองศาสตราจารย์ ศิริศักดิ์    จันทรฤาไชย เป็นผู้ฝึกสอนฮอกกี้ในขณะนั้นฝึกเด็กจนเก่งไม่เป็นรองวิทยาลัยไหน แต่ขั้นพอจะเข้าตัดเชือกในการแข่งขันแต่ละรายการ ก็ไปไม่ถึง ดวงดาวสักที ท่านเลยบอกผมว่า วรรณศักดิ์น้องมีดวงกับการทำกีฬาและมีจิตวิทยาสอนเด็กดี  มาแก้เคล็ดทำทีมฮอกกี้ให้พี่สักปีหน่อย ผมก็เลยอาสาท่านเพราะเคยช่วยดร.ประกิตหงษ์แสนยาธรรมทำที่ศรีสะเกษจนโด่งดังไปทั่วประเทศอยู่  ด้วยความสัตย์จริงผมเล่นฮอกกี้ไม่เป็นเลย แต่รู้วิธีการ หลักการอยู่บ้าง ผมก็พาเด็กที่ท่านอาจารย์ศิริศักดิ์ ฝึกฝนมาอย่างดี ไปแข่งในที่ต่าง ๆ สุดท้ายได้เหรียญทองแดง กีฬาวิทยาลัยพลศึกษา และได้ชนะเลิศเยาวชนแห่งประเทศไทยเป็นครั้งแรกของสมาคมฮอกกี้ ได้เงินรางวัลหนึ่งหมื่นบาทเมื่อประมาณปี2530 

 

โค้ชให้การอบรมโดยแบ่งนักกีฬาเป็นฐาน ๆ คละกันทุกชาติ ทำให้เกิดมิตรภาพอย่างรวดเร็ว

                และครั้นเมื่อสมาคมรักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทยจะนำรักบี้ฟุตบอลเข้ากีฬาแห่งชาติ ครั้งแรกที่ เชียงใหม่  หาทีมในเขตต่าง ๆ ส่งแข่งขัน    ปรากฎว่า ครั้งแรก เขต 4 ทีมมหาวิทยาลัยขอนแก่น รับปากที่จะไปเป็นตัวแทนเขต 4 เพราะมีท่านอาจารย์สมศักดิ์ เผือกพันธ์ นักรักบี้ทีมชาติและเป็นผู้ฝึกสอนที่นั่นพอดี แต่พอถึงเวลาใกล้เข้ามา นักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่นมีภารกิจการเรียนและต้องสอบในระยะเวลาใกล้เคียงกัน ไม่สามารถเดินทางไปได้สมาคมทราบว่า ผมเคยส่งทีมมศว.มหาสารคามเข้าแข่งขันกีฬา8วิทยาเขต เลยขอร้องให้ผมส่งทีมเข้าไปแข่งแทนทีมจังหวัดขอนแก่น โดยจะสนับสนุนงบประมาณในการ ดำเนินการครั้งนี้ หนึ่งหมื่นบาท ซึ่งพี่นวย ในขณะนั้นเป็น กัมสัมปาทิกของสมาคม ก็ได้ติดต่อมา ผมตกลงรับปากและรีบตามนักกีฬามาซ้อม มีท่านอาจารย์พโยม จันทนฤบาลเป็นผู้จัดการทีม ผอไชยยุทธ หาญคำภา พี่แอ๊ด หัวหน้าศูนย์ฝึกกรมพลศึกษาเป็นคนไปหาชุดแข่งเสื้อผ้าให้นักกีฬารวมแล้วได้23คนทั้งหัดใหม่และประเภทดาวค้างฟ้า มีในจังหวัดเท่านั้นจริง ๆ เดินทางไปเชียงใหม่ทั้งหมดเพื่อให้กีฬารักบี้ฟุตบอลได้รับการบรรจุในครั้งนั้นให้ได้ ณ จุดนี้เองชีวิตผมจึงได้พัวพันคลุกคลีกับกีฬารักบี้ฟุตบอลในฐานะที่เป็นผู้ฝึกสอนในระดับท้องถิ่นมาถึงวันนี้ก็นับดูแล้วไม่น้อยกว่า 20 ปี

 

ฝึกหนักทุกวัน เด็กจากประเทศไทยทั้งสามทีม ม.มหาสารคาม ร้อยเอ็ด เมืองเลย ได้พัฒนาการอย่างรวดเร็ว จนเห็นพัฒนาการคราวนี้ เมื่อลงทำการแข่งขันถือว่าประสบผลสำเร็จยิ่ง

          เมื่อเราไปถึงนครหลวงเวียงจัน ก็เป็นเวลาเกือบบ่ายสามโมงแล้ว สมาพันธ์รักบี้ลาว เหมารถตุ๊ก ๆ ให้ สามคัน ออกจากด่านสะพานมิตรภาพ เข้าที่พักโรงแรมเจริญไชย ใจกลางเวียงจัน อยู่ใกล้ตลาดเช้า อาหารมื้อเที่ยงทางลาวไม่จัดให้ เราต้องให้นิสิตช่วยเหลือตัวเองก่อนแล้วค่อยหาทางเบิกกับมหาวิทยาลัยซึ่งเราได้งบประมาณไปเป็นค่าเดินทางเท่านั้น แต่ในวันต่อมาก็เป็นการให้บริการจากทางลาวทั้งหมด แต่เราต้องเสียค่าใช้จ่ายการเดินทาง การทำใบผ่านแดนทั้งหกวันเอง ร่วมทั้งค่าธรรมเนียมเข้าประเทศลาว โรงแรมทั้งโรงถูกจัดให้เป็นที่พักของผู้ฝึกสอนกับนักกีฬา มีลาว ไทยและอิหร่าน เกือบ 70 ชีวิต  กติกา ก็จะมีการฝึกซ้อม โค้ชเรียนรู้วิธีฝึกแบบหลักสูตรของ IRB นักก็เรียนรู้การฝึกเทคนิค ทักษะต่าง ๆ โดยใช้สนามฝึกของ วิทยาลัยสรรพวิชา เป็นสถานที่ฝึกตั้งแต่เช้าจนถึง 4 โมงเย็น อยู่ที่นั่นทั้งวัน จนถึงวันสุดท้ายจึงจัดให้มีการแข่งขันแต่ละทีม เพื่อดูผลสำฤทธิ์ในการฝึก ก็ปรากฎว่า  อิหร่านก็ได้ตำแหน่งชนะเลิศ ถ้วย 1  มหาวิทยาลัยมหาสารคาม  ได้ตำแหน่งชนะเลิศ ถ้วย 2 (รองชนะเลิศอันดับ 1 )ทีมชาติลาว     (ไลอ้อน) ได้ชนะเลิศ ถ้วย (รองชนะเลิศอันดับ 2)  ร้อยเอ็ด ได้รองชนะเลิศ อันดับ 3 และเลย ได้รองชนะเลิศ อันดับ 4 การแข่งขันอันดับต่าง ๆ ไม่ใช่สาระสำคัญนัก แต่สิ่งที่ได้คือ การร่วมฝึกของเยาวชนชาติ  ต่าง ๆ ที่ได้ทำกิจกรรมร่วมกัน ออกกำลังร่วมกัน ได้ก่อให้เกิดมิตรภาพอย่างเต็มทีและอย่างดียิ่ง ด้วยการเชื่อมไมตรีและมิตรภาพด้วยกีฬารักบี้ฟุตบอล

          ซึ่งกล่าวได้ว่าการอบรมและฝึกปฏิบัติการครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ต่อการพัฒนารักบี้ในอนุภูมิภาค แม่น้ำโขงเพราะเป็นการลงมาของIRBและARFUที่ต้องการเห็นความเจริญเติบโตของกีฬารักบี้ฟุตบอลในภูมิภาคนี้ให้เกิด ขึ้นเป็นรูปธรรมอย่างแท้จริง อย่างไรก็ตามสิ่งหนึ่งที่ผมมองเห็นและต้องการให้เกิดรูปธรรมในภูมิภาคนี้ก็คือ การมีส่วนรูปของคนท้องถิ่นในการบริหารองค์กรตั้งแต่การจัดการการบริหารการดูแลการเผยแพร่และการพัฒนาให้เกิด รูปธรรมเพราะเท่าที่ดูในขณะนี้กิจกรรมต่างๆอยู่ในการดูแลของคนต่างประเทศที่อาศัยอยู่ในประเทศลาวจริงอยู่การเริ่มต้นเกิดจากคนต่างประเทศก็เป็นสิ่งที่ดีแต่ในอนาคตนอกจากเยาวชนในท้องถิ่นคนท้องถิ่นได้รู้จักโดยการเล่นและชมแล้วยังต้องดำเนินการบริหารสมาพันธ์บริหารชมรมอย่างเป็นรูปธรรมผมอยากเห็นการพัฒนาจุดนี้ได้เกิดขึ้นจริงในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงแห่งนี้ ซึ่งน่าจะส่งผลการบริหารการดำเนินกิจกรรมได้กว้างขวางมากยิ่งขึ้น แต่อย่างไรก็ตามในช่วงระยะเวลาเช่นนี้ การดูแลการประสานงานกับต่างประเทศการขอสนับสนุนทุนงบประมาณจากบริษัทข้ามชาติถือเป็นความสามารถของคน ต่างชาติที่อาศัยในลาวได้ให้ความร่วมมือและสนับสนุนด้วยดีจุดนี้เป็นข้อดีของสมาพันธ์รักบี้ลาวที่เติบโตอย่างรวดเร็วใน ปัจจุบัน แน่นอนที่สุด ถึงวันหนึ่ง สมาพันธ์รักบี้ลาว ต้องยืนด้วยขาตนเอง และสร้างเครือข่ายในอนุภูมิภาคแม่น้ำโขง และอาเซียน อย่างเต็มทีต่อไป