ห้องสมุดทำให้สังคมมีชีวิตมาทุกยุคทุกสมัย เพราะห้องสมุดเป็นแหล่งเรียนรู้ของคนในสังคม ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสารสนเทศไม่ได้ทำให้ห้องสมุดขาดชีวิต แต่ทำให้ชีวิตมีความสะดวกสบาย มีทางเลือกและทางออกมากขึ้น สำหรับคำในภาษาอังกฤษเราสามารถเลือกที่จะอ่าน(Read) หรือ ไม่มีชีวิต(Dead) โดยเพียงเปลี่ยนตัว R กับตัว D ความหมายก็จะเปลี่ยนแปลงทันที คำว่า ห้องสมุดมีชีวิต ไม่มีในพจนานุกรมศัพท์บรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์ เนื่องจากคำๆนี้เป็นคำอุปมาอุปไมย ให้ห้องสมุดสอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนตามยุคสมัย(lifestyle)ซึ่งเสมือนการเปรียบเทียบว่าโลกนี้คือห้องสมุด เราอยู่ในโลกที่มีการเรียนรู้ตลอดเวลา แล้วสิ่งต่างๆก็มีการบันทึกไว้ให้เราได้เรียนรู้ เพื่อให้คนรุ่นหลังไม่ต้องทำซ้ำจากความผิดพลาดหรือข้อค้นพบนั้นอีก การเรียนรู้ของคนในแต่ละยุคสมัยจึงเป็นต่อยอดความรู้เพื่อให้โลกนี้มีการพัฒนาที่เรียกว่าเจริญขึ้น
การสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้เป็นการสนันสนุนการเรียนรู้ของคนในชุมชน ให้ได้รับประโยชน์จากแหล่งเรียนรู้เพื่อพัฒนาชีวิตและสังคม ความหมายของห้องสมุดในสารานุกรมบริแทนนิกา (Britannica) หมายถึง สถานที่รวบรวมทรัพยากรสารสนเทศในรูปสิ่งพิมพ์และสื่อในรูปแบบอื่น ที่มีการจัดระบบ และให้ง่ายต่อการเข้าถึงทรัพยากรดังกล่าวเพื่อการอ่านหรือการเรียนรู้ โดยคำว่าห้องสมุดมีมานานพร้อมๆกับพัฒนาการของสถานศึกษา และพัฒนาการทางภูมิปัญญาของคนในสังคม จึงมีคำกล่าวในต่างประเทศว่า ถ้าอยากรู้ว่าสถานศึกษาเป็นอย่างไร ให้ดูจากห้องสมุด ถ้าอยากรู้ว่าการเรียนรู้ของคนในสังคม เป็นอย่างไรให้ดูแหล่งเรียนรู้ของชุมชนนั้น ห้องสมุดจึงมีความสำคัญยิ่งต่อบรรยากาศการเรียนรู้ของคนในสังคมและการพัฒนาคุณภาพของคน
ห้องสมุดเกี่ยวข้องกับชีวิตและการเรียนรู้
ห้องสมุดเกี่ยวข้องกับชีวิตของคนในแต่ละยุคสมัย เพราะห้องสมุดเป็นแหล่งสืบทอดการเรียนรู้จากคนรุ่นหนึ่งสู่อีกรุ่นหนึ่ง ทุกประเทศจึงมีหอสมุดแห่งชาติ ทุกจังหวัดจึงมีห้องสมุดประชาชนประจำจังหวัดและห้องสมุดประจำอำเภอ ทุกมหาวิทยาลัยจึงมีห้องสมุดมหาวิทยาลัย ทุกโรงเรียนจึงมีห้องสมุดโรงเรียน ทุกองค์กรใหญ่ๆจึงมีห้องสมุดเฉพาะ เมื่อห้องสมุดเกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ของคน ห้องสมุดจึงควรเป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีการเคลื่อนไหว ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้ห้องสมุดแต่ละวัยในแต่ละยุคสมัย จึงมีคำว่า ห้องสมุดมีชีวิต เกิดขึ้นในความนึกคิดของคน เพราะต้องการเห็นห้องสมุดที่เราใช้งาน สอดคล้องกับสภาพสังคมและวิถีชีวิตของคนในปัจจุบัน เมื่อความต้องการได้รับการตอบสนอง ทุกฝ่ายย่อมมีความสุขและมีความพึงพอใจต่อการใช้ห้องสมุดนั้นๆ
โชคดีที่ประเทศไทยมีหอสมุดแห่งชาติที่มีอายุครบ 100 ปีใน พ.ศ.2548 ที่เป็นแหล่งเรียนรู้ของเยาวชนและคนไทยมาแล้วหลายรุ่นจนถึงปัจจุบัน พัฒนาการของหอสมุดแห่งชาติ เช่นเดียวกับห้องสมุดทุกแห่งในประเทศไทยมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องตามกรอบงบประมาณของการพัฒนาที่ได้รับ และนับว่าโชคดีที่รัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับรูปแบบของห้องสมุดยุคใหม่ที่อุทยานการเรียนรู้หรือเรียกว่า TK Park (http://www.tkpark.or.th) ในห้างสรรพสินค้าที่เปิดบริการในปลายปี พ.ศ.2547 ทำให้มีความหวังว่ารูปแบบของห้องสมุดต้นแบบนี้ จะเป็นแบบอย่างของการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ให้ประชาชนโดยการกำหนดเป็นนโยบายในการส่งเสริมการเรียนรู้และให้งบประมาณห้องสมุดอย่างต่อเนื่องในการจัดหาสื่อใหม่ๆมาให้บริการประชาชน เพื่อสร้างความเข้มแข็งทางความรู้และความคิดของประชาชนให้ยืนหยัดอยู่ได้ด้วยตนเอง