เฮ้อ ! สอนได้แต่ลูก แต่สอนใจตัวเองไม่ได้

           เมื่อ สองสามวันก่อน ผม แม่อ้อย น้องจาว่า จาเป่า ไปเดินงานกาชาดกัน หลังจากสอย สลากกาชาด ได้แป้ง ยาสีฟันกันมาเต็มสองมือ ขากลับ เดินผ่านร้านหนวดหมึกย่าง น้องจาว่า บอกขอกินหนวดปลาหมึกย่าง

อ้างอิงภาพจากเว็บไซต์ http://i16.photobucket.com

           น้องจาว่า ตรงเข้าไป เลือก หนวดหมึกอันใหญ่ที่สุดในร้าน ราคาไม้ละ 60 บาท ถัดไปเป็นหนวดหมึกเล็กๆ เสียบไม้ ไม้ละ 5 บาท 

           หลังจากได้หมึกย่าง และหั่นใส่ถุงเรียบร้อยแล้ว หมึกไม้ละ 60 ดูไม่ต่างจากหมึก ไม้ละ 5 บาท

           ผมเลยถามน้องจาว่า ว่า

            พ่อ : "จาว่า หมึกที่หนูทาน รสชาดต่างจากไ"ม้ละ 5 บาทไหมลูก

            จาว่า เคี้ยวแล้วทำท่าเอียงคอทำท่านึกเหมือนกำลัง ทดสอบรสชาดเปรียบเทียบกัน เสร็จแล้วไม่แน่ใจ จิ้มเข้าปากอีกหนึ่งชิ้น แต่จาว่ารู้ทันว่าพ่อจะพูดว่าอะไร

            จาว่า : "กินแล้วก็เหมือนกันนะพ่อ ตอนแรก ว่านึกว่าเค้าจะให้ว่าถือกันทั้งไม้ใหญ่ๆ แต่พอหั่นแล้วก็เหมือนไม้ละ 5 บาทเลย"

           ผมก็เลยถามจาว่าต่อว่า 

            พ่อ : "เรากินหมึกที่ความใหญ่ของมัน ราคา 60 บาท หรือเรากินที่รสชาดของมัน "

            หมึกราคา 60 เมื่อหั่นแล้วใส่ถุง ดูไม่ต่างจากหมึกราคา 5 บาทเลย ถ้าเราเปลี่ยนมาชซื้อแบบไม้ละ 5 บาท คงได้หมึก 12 ไม้เต็มถุงนี้แน่เลย หรือถ้าเราทานไม่หมด เราซื้อแค่ 5 ไม้ ก็คงจ่ายแค่ 25 บาทเอง

            อ.อ้อย ฟังพ่อลูกสนทนากัน แล้ว ก็หันมาบอกว่า

            แม่ : "เธออย่างไปว่าลูกเลย คราที่แล้วเธอ กิดหมึกบดตัวละ 200 จำได้หรือเปล่า"

        ทำให้ผมนึกได้ว่าคราวที่แล้ว ผมผ่านร้านหมึกบด ตัวใหญ่มาก บดแล้ว ยาวเกือบท่วมหัวผม กินสองวันยังไม่หมด 

           เฮ้อ ! สอนได้แต่ลูก แต่สอนใจตัวเองไม่ได้ 

            จากนิทานในครัวเรือน ทำให้นึกถึงหนังสือเล่มหนึ่ง "ตรงกลางที่ต่างกัน" ที่เจ้าของหนังสือใจดีให้ยืมอ่าน


             " คนจนที่ได้กินข้าวราดแกงราคาถูก มีความสุข เท่าคนมีเงิน ที่ทานแฮมเบอเกอร์"

ไม่รู้ว่าเข้ากันไห