เมื่อวานนี้ตอนเย็น  รถคู่ชีพของครูอ้อยยังดีอยู่เลย ขับออกมาจากโรงเรียนกับพี่ครูคนหนึ่ง ออกมาจากซอยโรงเรียนได้ไม่มากนัก.....ครูอ้อย รู้สึกว่า.....เกียร์กระปุกของครูอ้อย.....ไม่ทำงาน..

เวิ้งว้าง...เข้าเกียร์อะไร  กลายเป็น เลข ศูนย์ไปหมดเลย....ครูอ้อยตั้งสติ  ก่อนตีไฟซ้าย  หันหัวรถเข้าไปจอดหน้าบ้านใครไม่รู้.....

นึกออกทันทีว่า...ร้านแถวนี้ ครูอ้อยเคยเข้าไปให้ช่างซ่อมรถให้  ครูอ้อยบอกพี่ครูเฝ้ารถหนูไว้ก่อนนะคะ แล้วครูอ้อยก็ตั้งหน้าวิ่งไปร้านซ่อม ซึ่งห่างประมาณ 100 เมตร.....

ช่างก็จำได้ว่า...รถอะไร  สีอะไร.....

แล้วช่างก็มา 2 คน  เปิดหน้ารถ  เอาก้อนหินมาหนุน.....นานสัก 10 นาที  ครูอ้อยก็บอกให้พี่ครูกลับไปก่อน 

ครูอ้อยยืนดู...รถของตัวเอง นึกได้ว่า.....ถ่ายรูปเอาไว้ดูดีกว่า...แต่พอเปิดกระเป๋า...กล้องถ่ายรูปของครูอ้อยก็ไม่อยู่ 

เอาล่ะ..คิดมากเรื่องรถ กลับมาคิดมากเรื่องกล้อง..อีกแล้ว...

ครูอ้อย นั่งรอรถ  จนกระทั่ง  ยุงตัวใหญ่ๆมาแล้ว ประมาณ1 ทุ่มครึ่ง..ระหว่างนี้  ก็โทรศัพท์บอกพ่อบ้าน....เธอก็คิดว่า..ครูอ้อยช่วยตัวเองได้

รถเสร็จ..ครูอ้อยก็ขับรถออกไปอย่างระวัง...ช้าช้า...จนผ่านเส้นทางด่วน  มาถึงซอยอะไรมองไม่เห็น....  เกียร์กลายเป็นเลขศูนย์อีกแล้ว..โอ! พระเจ้า  ทำไม  พิการซ้ำซ้อน อย่างนี้หนอ  ต่อม..น้อยใจเกิดขึ้น...

หันหัวรถเขาไปในซอย เครื่องไม่ดับ แต่เกียร์เดินหน้าถอยหลัง...ไม่ได้เลย...รถสวนทางมาก็ หลบผ่านไปได้ รถคันใหม่เข้ามา ก็ผ่านไปได้

มีผู้ชายหนุ่ม 1 คนมาถาม...แล้วก็แนะนำ แล้วก็จากไป

แล้วมี ชายเตี้ย  เมาๆ  เดินมา  แล้ว ก็เรียก ให้อีก 3-4 คนมาช่วยเข็น รถมาจอดหน้าบ้านร้างหลังหนึ่ง.....ชายเตี้ยนั้น มาเดินรอบๆรถครูอ้อย และพูดแบบ..อยากได้เงินไปกินเหล้า.....

ครูอ้อย คว้ากระเป๋า  และน้องเอเซอร์....ล็อครถ  เดินข้ามถนน  ลาดพร้าว 

รถติดมากเลย...

โอ!แม่จ้าววววว  ครูอ้อย ตั้งหน้าตั้งตาเดิน  กดโทรศัพท์หาพ่อบ้าน....บอกเธอว่า  อยู่ซอยลาดพร้าว 72 ...(จำไว้ไปซื้อ เบอร์นะคะ) 

ต่อว่าพ่อบ้าน 2 คำว่า.....ไม่คิดจะช่วยเลยหรือ....ใจร้าย 

ขณะนั้นเกือบ2 ทุ่มแล้ว 

ครูอ้อยเดินไปหา  ร้านช่างที่เคยซ่อมรถให้ครูอ้อย ตอนที่น้ำท่วม ซึ่งเป็น พ่อของนักเรียนที่ครูอ้อย สอน....เธอตาไม่ดี ขับรถกลางคืนไม่ได้ 

ช่างอื่นๆก็กำลังจะไปกินข้าว 

แต่ช่างเหล่านั้น...จำครูอ้อยได้.....เธอเอารถปิกอัพ  ออกตั้งใจจะมาลากรถครูอ้อย พอมาถึงรถ  ครูอ้อยก็เห็นพ่อบ้าน  กำลังกดโทรศัพท์  ครูอ้อยก็ลงจากรถ เดินไปหาเธอทันที.....

เธอไม่ได้ใจร้ายแล้วนะ..แล้ว ทั้ง 3 คน ก็ช่วยกัน มุด เปิด ไข ..ก๊อกแก๊ก จนเสร็จ 

ครูอ้อย ให้ค่าข้าวกับช่างทั้ง 2 คน  กลับบ้าน... เกือบห้าทุ่ม.....

ระยะทางกลับบ้านที่ พ่อบ้าน เป็นคนขับรถ กับ ตัวเองจะต้องขับรถ..ความรู้สึกที่มีนั้น  ต่างกัน ราวกับ..ฟ้ากันดิน หรือ  ดำ กับขาว หรือ ทุกข์ กับ สุข..เลยทีเดียว  ก็เลย  คิดไปเรื่อยๆว่า.....กับรถคันนี้ 

หากท่านเคยได้อ่าน หรือ รู้จักกับครูอ้อยมานานแล้ว จะพบว่า..ครูอ้อย คนนี้มีวีรกรรมกับรถคันนี้ มาหลายครั้งหลายครา.....จนน่าจะเป็น เรื่อง....

แคล้วคลาด...ไปทุกครา