วันที่ ๒๖  มกราคม  ๒๕๕๒  เกิดปรากฎการณ์ทางธรรมชาติของสุรยจักรวาลนั่นคือสุริยุปราคาหรือสุริยคราส เริ่มตั้งแต่เวลา ๑๓.๐๐ - ๑๔.๒๐ น. ๑๕.๕๓ -๑๗.๕๙ น.

                           

                www.hilalthailand.com/.../551000009815002.jpg

                              

               www.thaigoodview.com/.../elipse/solareclipse.jpg

               และวันนี้เป็นวันตรุษจีนหรือวันปีใหม่ของชาวจีน ครูพรรณาขอนำความรู้เกี่ยวกับปรากฎการณ์สุริยคราสซึ่งเป็นหนึ่งในตำนานเทพสุริยันหรือสุริยเทพของชาวจีน  จากตรีทศเคราะห์เทวา  ตำนานเทพสุริยัน  ตอนที่ ๔ http://www.lekpluto.org/astrogod/astgd_02.htm   ตามไปอ่านกันค่ะ

ตรีทศเคราะห์เทวา (๔)

พระอาทิตย์  สุริยเทพ (๓)

********************

                ทีนี้มาว่ากันถึงตำนานพระอาทิตย์ ตามแบบฉบับของคนจีนกันบ้าง  ตำราของจีนมีพรรณนาไว้ในหนังสือ ไคเภ็ก เล่าไว้อย่างพิสดารว่า เมื่อพระเจ้าได้สร้างฟ้าและดิน มนุษย์ สัตว์ และ พืชต่าง ๆ  แล้วยังขาดพระอาทิตย์ผู้ให้แสงสว่าง และกล่าวถึง เพียนอ่องสีฮ่องเต้ และน้องชายทั้ง ๑๒ คน (คือ สิบสองราศี) ดังมีความว่า

               เพียนอ่องสีฮ่องเต้ เรียกน้องชายทั้งสิบสองคนเข้ามาชุมนุมแล้วจึงว่า เราจะตั้งให้มีปีสิบสองปี บรรจบเป็นรอบหนึ่ง จะให้ท่านทั้ง ๑๒ คน เป็นชื่อปี กำกับกันทั้ง ๑๒ ปีทั้งหมดต่อมา ได้สิ้นอายุขัย จึงเกิด ตี่อ่องสี และน้องชายอีก ๑๐ คน

                หลังจากตั้งชื่อน้องทั้ง ๑๐ คน แล้ว จึงให้น้องคนหนึ่งไปตามเดือนกับตะวัน ซึ่งอยู่ยังตำบลฮ่ำตี่ ซึ่งไม่มาเดินราศี ให้ผู้อื่นไปตามเห็นจะไม่มา นอกจากน้องชายผู้มีนามว่า เตสิน นั้น

                พระอาทิตย์มีแซ่ชื่อ คัย ยี่ห้อ จือจิ้น เป็น ชาย ส่วนพระจันทร์ แซ่ ถัง ชื่อ บี้ ยี่ห้อ เพียนเหียน เป็น หญิง สมัยเมื่อยังไม่ได้ตั้งฟ้าและดินนั้น ทั้งสองเป็นสามีภรรยากัน และไปซ่อนอยู่ยังตำบลฮ่ำตี่  อันเป็นถ้ำใหญ่  หลังจากเตสินไปอ้อนวอนแล้ว พระอาทิตย์ กับ พระจันทร์ ก็ไม่ยอมไปเดินส่องสว่างให้แก่ชาวโลก เตสินจึงกลับมาทูลต่อตี่อ่องสี ผู้พี่ชาย

                ตำนานเล่าว่า ตี่อ่องสี นั้น เป็นคนเกิดแต่ทิศตะวันตก จึงอาบน้ำแล้วไปเฝ้าพระ เล่าเหตุการณ์ให้ฟัง พระจึงใช้ คุนต่อเป็งชาน้า ลงไปจัดการ และบอกวิธีจัดการกับพระอาทิตย์ พระจันทร์ ให้

               พระจึงตรัสว่า ให้จารึกในฝ่ามือขวาเป็นอักษรว่า ยิด (แปลว่า ตะวัน) ให้จารึกฝ่ามือซ้ายนั้นเป็นอักษรว่า ง้วย (แปลว่า เดือน)

                ข้อนี้เป็นที่น่าสังเกตว่า ในทางโหราศาสตร์นั้น ถือว่า อาทิตย์เป็นฝ่ายขวา เพศชาย จึงจารึกไว้ในมือขวา ส่วนจันทร์นั้นเป็นฝ่ายซ้าย เพศหญิง จึงจารึกไว้ในมือซ้าย คตินี้ถูกต้องตรงกัน

                คุนต่อเป็งชาน้า ไปยังถ้ำใหญ่ฮ่ำตี่ แบมือขวาและซ้ายออก แล้วอ่านมนต์เจ็ดชั้น พระอาทิตย์ กับ พระจันทร์ ก็วิ่งไปที่ฝ่ามือทั้งสอง แล้วดาวทั้งสองก็เดินตามจักรราศีตามปกติ แต่ดาวทั้งสองรักกันมาก เมื่อเดินทันกัน คนในโลกจึงเรียกกันว่า คราส กล่าวคือ

               คุนต่อเป็งชาน้า จึงว่า ถ้าพระอาทิตย์เดินเร็วทันพระจันทร์เข้าแล้ว คนในโลกก็เรียกว่า จันทรคราส ถ้าเดือนเดินเร็วทันตะวัน ก็พากันตกใจ เรียกว่า สุริยคราส ก็จะมืดครึ้มไป จะต้องให้มนุษย์ตีกลอง ม้าฬ่อ พระอาทิตย์ พระจันทร์ ตกใจ ก็จะเลี่ยงหลีกกันไป

                จะเห็นว่าตำนานไคเภ็กนี้ รจนามาจากความเข้าใจในโหราศาสตร์ และดาราศาสตร์เป็นเกณฑ์  เป็นที่น่าคิดว่า พระอาทิตย์ กับ พระจันทร์ เคยเป็นผัวเมียกัน ก็เข้าเค้าความจริง ด้วยในโหราศาสตร์นั้น เมื่อพิจารณาดูดวงชะตาของบุคคล ดาวอาทิตย์ หมายถึง สามี ส่วนดาวจันทร์นั้น หมายถึง ภรรยา

                ดาวสองดวงนี้มีเคล็ดสำคัญในการดูสมพงษ์คู่ผัวตัวเมีย  ถ้าดวงของหญิงและชาย หากมีดาวอาทิตย์ กับ จันทร์ ของแต่ละดวงอยู่ราศีเดียวกันก็ดี ตรีโกณ หรือ โยคกัน ถือว่า เป็นดวงอันสมพงษ์กัน

                แต่เท่าที่สังเกตมา เคยเห็นว่า หากดาวคู่นี้อยู่ร่วมราศีเดียวกัน ในดวงชะตาผู้ใด มักจะร้อนคู่ หรือชีวิตคู่ไม่ราบรื่น ไม่เป็นปกติสุขนัก อาจมีเกณฑ์พลัดพราก หรือ เลิกราหย่าร้าง บิดามารดา มักแยกทางกัน ด้วยเหตุที่ว่า อาทิตย์ นั้น หมายถึง บิดา สามี เป็นธาตุไฟ ส่วนจันทร์นั้น หมายถึง มารดา ภรรยา เป็นธาตุน้ำ เมื่ออยู่ร่วมกัน หรือ กุมกัน ในดวงชะตา ย่อมเป็นปฏิปักษ์ หรือ ขัดแย้งกัน เข้ากันไม่ได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น จะต้องดูดาวเจ้าเรือนที่เกี่ยวกับคู่ครอง คือ ปัตนิ และดาวเจ้าเรือนที่เกี่ยวกับบิดา มารดา คือ พันธุ และ ศุภะ ประกอบด้วย จึงจะชี้ชัดลงไปได้

                การศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของเทพยดาประจำดาวพระเคราะห์นั้น  ไม่ว่าจะเป็นคัมภีร์ใด ชาติใด ภาษาใด หากพิจารณาให้ลึกซึ้ง ถ้วนถี่แล้ว จะอำนวยคุณประโยชน์แก่นักศึกษาวิชาโหราศาสตร์เป็นอย่างมาก เพราะประวัติเรื่องราวในคัมภีร์นั้น ท่านได้แต่งขึ้นตามลักษณะของดาวนั้น ๆ ที่สามารถนำมาใช้ในการพยากรณ์เรื่องราวต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี ชนิดที่ไม่ควรมองข้าม

                จากเรื่องราวของพระอาทิตย์ หรือ สุริยเทพ ทั้งหมดที่กล่าวมา เราจะได้ความรู้ว่า อาทิตย์ (๑) นั้น คือ ธาตุไฟ เป็นเกษตรราศีสิงห์ เพราะมีพาหนะเป็นราชสีห์ เป็นดาวที่มีลักษณะของการเป็นผู้นำ ผู้ยิ่งใหญ่ ผู้ทรงอำนาจราชศักดิ์ ทำอะไรมักจะให้ได้ดังใจ ไม่เอาใจใคร มักอกหักผิดหวัง พลัดพรากจากเพื่อนสนิท หรือ เพื่อนสนิทมักตายจาก เป็นเพศชาย ฝ่ายขวา ใช้พิจารณาจุดสมพงษ์ดวงชะตาร่วมกันกับจันทร์ เป็นดาวที่ให้แสงสว่าง หรือ ให้พลังกับดาวอื่น ๆ ดังนั้น เมื่ออยู่กับดาวที่เป็นฝ่ายศุภเคราะห์ด้วยกัน เช่น จันทร์ พุธ ศุกร์ พฤหัสบดี แบคคัส ก็จะส่งเสริมและให้คุณแก่ดาวนั้น ๆ แต่ถ้าหากว่าอยู่ร่วมกับดาวบาปเคราะห์ เช่น อังคาร เสาร์ ราหู เกตุ มฤตยู เนปจูน พลูโต ก็จะเสริมความร้ายกาจ หรือ ร้ายแรงแก่ดาวนั้น ให้โทษแก่ดวงชะตามากขึ้น พอจะยกตัวอย่างคำพยากรณ์ ดังนี้

                อาทิตย์ กุม จันทร์  แม้จะเป็นศุภเคราะห์ ให้คุณในด้านเสน่ห์ เมตตา มหานิยม ทำอะไรมักราบรื่น ประสบความสำเร็จก็ตาม แต่เนื่องจากคู่นี้เป็นดาวคู่ปฎิปักษ์ธาตุ คือ ขัดแย้งกัน ดังนั้น อาจส่งผลให้เกิดการเบียดบังเกียรติคุณของตน คือ ทำดีแล้วไม่ได้ดี หรือ ถูกใส่ร้ายป้ายสี มีคนคอยอิจฉาริษยา , มักมีเรื่องรุ่มร้อนเข้ามา, สุขภาพไม่ดี บางรายอาจจะอาภัพอับโชคได้ คือ มีทั้งส่วนดี และส่วนเสีย

                อาทิตย์ กุม อังคาร ซึ่งเป็นดาวคู่ศัตรู และดาวฆาต ดังนั้น ต้องระวังอุบัติเหตุ หรือ อาจมีการผ่าตัดใหญ่เกิดขึ้น อย่างน้อยหนึ่งครั้งในชีวิต, มักจะเป็นคนเจ้าโทสะ มีปัญหาอุปสรรค และศัตรูมาก หลายรายต้องตายโหง หรือ ตายก่อนอายุขัย ด้วยดาวคู่นี้กุมกันในดวงชะตา

                อาทิตย์ กุม พุธ มักจะเป็นผู้มีมันสมอง ปฏิภาณ ไหวพริบดี ช่างพูด ช่างคิด ช่างเจรจา มีความสามารถในด้านการขีดเขียน หรือ งานประพันธ์

                อาทิตย์ กุม พฤหัสบดี เป็นผู้ใฝ่รู้ ใฝ่ธรรม ผู้ใหญ่รักใคร่เมตตา ทำอะไรมักจะประสบความสำเร็จ ราบรื่น สมหวัง มีปัญญารู้สิ่งผิดชอบชั่วดี แยกแยะได้ว่า อันใดควร ไม่ควร

                อาทิตย์ กุม ศุกร์ มักชอบสนุกสนานร่าเริง ชอบกิจกรรมการบันเทิงทุกชนิด รักศิลปะ รักสวย รักงาม มักเจ้าชู้ ไม่ขาดแคลนในเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ สนใจในเพศตรงข้าม

                อาทิตย์ กุม เสาร์ มักเป็นคนหดหู่ เซื่องซึม เจ้าทุกข์ คิดมาก แบกภาระรับผิดชอบสูง ลำบากตรากตรำ มักมีปัญหาอุปสรรคในการดำเนินชีวิต หรือการทำงานอยู่เสมอ มักอกหักผิดหวัง ไม่สมหวังในเรื่องของความรัก ชีวิตมักมีมุมหัก หรือ ลุ่ม ๆ ดอน ๆ

                อาทิตย์ กุม ราหู มักเป็นคนลุ่มหลงมัวเมา เอาอะไรให้ได้ดังใจ หักห้ามใจตนเองไม่ได้ อาจถูกชักจูงไปในทางที่เสียหายได้ง่าย หลายคนกำพร้าบิดา ในดวงหญิง มีเกณฑ์เลิกราหย่าร้าง อาจได้สามีไม่ดี หรือ มีตำหนิ คือ เป็นชาวต่างชาติ ต่างภาษา เป็นหม้าย ผ่านการมีเรือนมาแล้ว

                อาทิตย์ กุม เกตุ พอ ๆ กัน กับอาทิตย์ กุม ราหู แต่อาจเบาบางกว่า และมักจะเป็นคนที่ชอบ หรือ หลงใหลคลั่งไคล้ในเรื่องเร้นลับ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ สนใจ จิต วิญญาณ ทำอะไรแปลก ๆ แผลง ๆ แหวกแนวกว่าคนอื่น

                อาทิตย์ กุม มฤตยู มักมีศัตรู มีคนบ่อนทำลายชื่อเสียง มีอุปสรรคขวากหนามมากในการดำเนินชีวิต ต้องต่อสู้กับคู่แข่งขันมาก ชีวิตมักจะลุ่ม ๆ ดอน ๆ เอาแน่นอนอะไรไม่ได้ ชั่วเจ็ดที ดีเจ็ดหน

                อาทิตย์ กุม เนปจูน สุขภาพร่างกายไม่ใคร่ดี มักป่วยเรื้อรัง รักษาไม่หาย หรือมีโรคร้ายเข้ามาเกาะกุม ชนิดที่รักษาไม่ทันการ เช่น มะเร็ง, ไวรัส, เอดส์ ฯลฯ มักมีคนบ่อนทำลายชื่อเสียง เข้าสังคมต้องระวัง เพราะมีคนไม่ชอบ หรือ หาคนจริงใจยาก มักตกจากตำแหน่ง มีญาณ หรือ สังหรณ์ที่แม่นยำ

                อาทิตย์ กุม พลูโต แม้จะเป็นบาปเคราะห์ แต่ก็ให้คุณในด้านปฏิภาณไหวพริบที่ดีมาก ด้วยเป็นดาวคู่ธาตุเดียวกัน มักสนใจในศาสตร์เร้นลับ ศึกษาโหราศาสตร์ได้ดี มีญาณทัศนะในการพยากรณ์ที่ดีมาก ทำอะไรมักตามใจตนเอง คือ นึกอยากจะทำอะไรก็ทำ ชอบเก็บงำ สะสม และชอบเก็บตัว

                อาทิตย์ กุม แบคคัส ให้คุณในด้านลาภผล ความสำเร็จสมหวัง มักเป็นคนสนุกสนานร่าเริง มักมีรายได้ดี มีฐานะความเป็นอยู่ดี ไม่อัตคัตฝืดเคือง เสี่ยงโชคดี บุตรบริวารให้คุณ บางคนอาจจะลุ่มหลงมัวเมา เอาแต่ใจตนเอง หรือ หักห้ามใจตนเองไม่ได้ รักใครรักจริง ยอมทุ่มเททุกสิ่งอย่างได้

                ความหมายที่ให้ไว้นี้ เป็นตัวอย่างของการพยากรณ์เกี่ยวกับอาทิตย์ในบางส่วนเท่านั้น เพราะอันที่จริงแล้ว อาทิตย์ในทางโหราศาสตร์ ยังมีความหมายกว้างขวางมากกว่านี้อีก เช่น สถานที่อันโอ่โถง ใหญ่โต เด่น สะดุดตา, ผู้นำ หัวหน้า ประมุข, บิดา สามี บุตร บริวาร สัตว์เลี้ยง, ลักษณะงานที่มีเกียรติ มีคนนับหน้าถือตา เช่น งานราชการ รัฐวิสาหกิจ ฯลฯ , อวัยวะในร่างกาย ได้แก่ ดวงตา และ หัวใจ ฯลฯ เหล่านี้ เป็นต้น

                หากอาทิตย์ในดวงชะตาของผู้ใดเด่น คือ กุมลัคน์ หรือ ลอยเหนือศีรษะขณะเกิด (อยู่ในภพที่ ๑๐ กัมมะ) จะมีลักษณะนิสัยคือ รักเกียรติ รักศักดิ์ศรี มีความจริงใจ เชื่อมั่นในตนเองสูง มักเล็งผลเลิศ ใจร้อน เอาอะไรมักจะเอาให้ได้ดังใจ ไม่ชอบให้ใครมาบังคับ ไม่ชอบเอาใจใคร แต่ชอบที่จะมีคนคอยเอาอกเอาใจ อย่างกับพระราชา ชอบความเป็นใหญ่ หัวหน้า มักทำตัวเด่นในหมู่เพื่อนฝูง หรือ วงสังคม หากอาทิตย์ในดวงชะตาผู้ใดด้อย เช่น อยู่ในภพทุสถานะ คือ ภพอริ มรณะ และวินาศนะ ถูกบาปเคราะห์ หรือดาวธาตุน้ำเบียน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ มักจะย่อหย่อนลงไป หรืออาจจะมีนิสัยไปในทางตรงข้ามเลยก็มี

                หากอาทิตย์ในดวงชะตาของผู้ใดดี คือ ได้รับกระแสที่ดีจากศุภเคราะห์ หรือ ดาวที่มีศักดิ์สูง เช่น เกษตร, อุจจ์ ฯลฯ ก็จะช่วยส่งเสริมลักษณะนิสัยใจคอที่ว่าให้ปรากฎเด่นชัดยิ่งขึ้น ยิ่งอยู่ในตำแหน่งที่เด่นด้วยแล้ว จะทำให้เป็นผู้ที่อำนาจวาสนา ยศศักดิ์ บารมี หรือได้รับสิ่งที่ดี ๆ ตามความหมายของดวงอาทิตย์ แต่ถ้าอยู่ในตำแหน่งที่เสีย แม้จะได้โยคเกณฑ์ดีจากศุภเคราะห์ หรือ ดาวที่มีศักดิ์สูง กว่าจะได้อำนาจ วาสนา บารมี ยศศักดิ์อัครฐาน ก็ต้องทนฝ่าฟันกับปัญหาอุปสรรคต่าง ถูกกด ถูกบีบ ล้มเหลวเสียก่อน บางคนอาทิตย์เด่นดี  แต่ขณะเดียวกันก็ถูกบาปเคราะห์ หรือ ดาวที่มีศักดิ์ต่ำ เช่น ประ เกษตร ฯลฯ เบียนมาก ๆ ก็อาจจะประสบความสำเร็จ มีอำนาจวาสนา ยศศักดิ์บารมี แต่อาจจะตกต่ำ หรือ ถูกช่วงชิง ถูกถอดถอนออกจากตำแหน่ง หรือต้องสูญเสียสิ่งต่าง ๆ ที่เข้ามาในชีวิตได้ ดังโลกธรรม ๘ ที่ว่า มีลาภ เสื่อมลาภ มียศ เสื่อมยศ มีสุข มีทุกข์ มีสรรเสริญ มีนินทา เป็นของคู่กันนั่นแหละ

                อาทิตย์ หมายถึง บิดา สามี บุตร บริวาร สัตว์เลี้ยง ดวงตา และ หัวใจ มีหลายดวงที่มีอำนาจวาสนาบารมีสูงส่ง และยังคงอยู่ในยศศักดิ์อัครฐานนั้นตลอดไป แม้อาทิตย์จะอยู่ในตำแหน่งเสีย และถูกบาปเคราะห์เบียน แต่ต้องพลัดพรากจากบิดา กำพร้าบิดา หย่าขาดจากสามี ลูกได้รับอันตราย หรือพบกับภัยพิบัติในชีวิต ต้องพลัดพรากจากลูก บริวารให้โทษ ไม่ค่อยเชื่อฟัง หรือบางทีก็มีปัญหาเกี่ยวกับดวงตา เช่น ตาเป็นต้อ ตาบอด สายตาผิดปกติ ฯลฯ หรือเป็นโรคเกี่ยวกับหัวใจ ต้องเข้ารับการผ่าตัดเกี่ยวกับหัวใจ ฯลฯ เป็นต้น ดังนั้น การพิจารณาเกี่ยวกับอาทิตย์ หรือ ดาวอื่น ๆ ในดวงชะตา จะต้องแยกแยะพิจารณา ถึงจุดให้คุณให้โทษ ส่วนจะให้คุณ หรือ ให้โทษไปในทางใด ก็ต้องดูส่วนประกอบอื่น ๆ ในดวง เช่น ภพ เรือน ดาวคู่มิตร คู่ศัตรู คู่ธาตุ ดาวศักดิ์สูง ศักดิ์ต่ำ โยคเกณฑ์ แง่มุมต่าง ๆ ประกอบด้วย ถึงจะชี้ชัดลงไปได้ว่า น่าจะมีส่วนโน้มเอียงไปในเรื่องใด


ตอนต่อไป

 ตอนที่

1

2

 3

4

5 

6

7  8 10 11  12  13 14 15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28 29 30 31  32  33 34 35  36  37 38 39 40 41 42
43 44 45 46  47  48 49 50   51  52 53 54 55 56 57   58 59  60 61 62 63
64 65 66 67 68 69 70 71  72  73 74  75 76 77 78  79 80  81 82  83 84
85 86 87 88 89   90 91  92 93 94  95  96 97 98 99

จาก  ตรีทศเคราะห์เทวา  ตำนานเทพสุริยัน  ตอนที่ ๔ http://www.lekpluto.org/astrogod/astgd_02.htm

ขอขอบคุณค่ะ