การแต่งงานถือว่าเป็นหน้าที่ของคนเราที่ต้องสืบต่อวงศ์ตระกูล ในศาสนาของชาวอารยันเองมีพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์นี้ เพื่อให้กำเนิดบุตรชายจึงจะหลุดพ้นจากทุกข์ ด้วยชีวิตถ้าไม่แต่งงานก็ไร้คุณค่า ถึงแต่งงานแล้วไม่มีบุตรก็ไร้ค่า ตามประเพณีฝ่ายหญิงไปสู่ขอฝ่ายชาย เท่าที่รู้มาคือเป็นการตกลงของพ่อแม่ทั้งสองฝ่ายทั้งเรื่องสินสอดทองหมั่นว่าจะเอากันเท่าไร
ช่วงที่ผมอยู่ในอินเดียเมื่อ พ.ศ. 2536ได้มีโอกาสเข้าร่วมงานแต่งงานลูกสาวของอาจารย์ที่ปรึกษาดุษฎีนิพนธ์คือ ท่าน Dr .D. A. Gangatha อาจารย์สาขาวิชาปรัชญาแห่งมหาวิทยาลัยฮินดูเมืองพาราณสี คือถือว่าเป็นประเพณีที่ยิ่งใหญ่มีขบวนแห่เจ้าบ่าวยาวเป็นกิโลเมตรเลยละ
เมื่อมาถึงบ้านเจ้าสาวแล้ว พิธีการจะเริ่มด้วยการบูชาเทวดาประจำตระกูล แล้วเข้าประจำที่มีนักบวชพราหมณ์ทำพิธีสวดพระเวท เจ้าบ่าวจะคล้องสายสร้อยลูกประคำให้เจ้าสาว และจะปฏิญาณที่ครองคู่กันไปตลอดชีวิต เมื่อฝ่ายหญิงแต่งงานแล้วจะมีเครื่องหมายเจิมสีแดงที่แหวกผมตรงกลางศีรษะเหนือหน้าผากขึ้นไปเล็กน้อย
ทั้งนี้มีเงื่อนไขว่าห้ามแต่งงานข้ามวรรณะ โดยมีกฎบางประการสำหรับวรรณะที่รู้กันในระหว่างวรรณะด้วยกันเท่านั้น ในงานจะมีการฉลองกินเลี้ยงเหมือนอย่างสังคมทั่วไปที่จัดทำกัน