การดูแลผู้สูงอายุแต่แวดวงสาธารณสุขแต่อย่างเดียวนั้น ไม่สามารถบรรลุสิ่งที่เราต้องการได้

 

ชั่วโมงนี้ตอนที่ 1 ค่ะ คือ สถานการณ์ องค์ความรู้ ทิศทางการทำงานผู้สูงอายุแบบบูรณาการ โดย อ.พญ.สิรินทร ฉันสิริกาญจน ค่ะ

อาจารย์สิรินทร บอกก่อนเลยว่า การดูแลผู้สูงอายุแต่แวดวงสาธารณสุขแต่อย่างเดียวนั้น ไม่สามารถบรรลุสิ่งที่เราต้องการได้ ... สิ่งที่อยากเน้นเรื่องประชากรผู้สูงอายุ คือ เรามีประชากรผู้สูงอายุจำนวนมากมาย ในช่วงนี้และจะขึ้นไปอีกเรื่อยๆ จนถึงปี 2563

สิ่งที่เราจะต้องทำวันนี้ คือ การต้อง set ระบบของการดูแลผู้สูงอายุอย่างดี ด้วยการมีความสัมพันธ์เครือข่าย โยงใยกัน เพื่อทำให้ระบบเหล่านี้แข็งแรง มั่นคง ต่อไปจนถึงปี 2563 เรามีเวลา 10 ปีเศษๆ เราต้องทำระบบนี้ให้ได้ ถ้าทำไม่ได้ คงพังพาบหมด ขึ้นอยู่กับมือของเราทุกคน ไม่ใช่มือหมอ พยาบาล แต่ทุกคนต้องช่วยกัน

ผู้สูงอายุมีปัญหา 4 ประเด็น อันแรกเป็นปัญหาสุขภาพ อันที่สอง อยู่ตามลำพังมากขึ้น อยู่คนเดียว และเป็นหม้ายโดยเฉพาะผู้หญิง อันที่สาม ยากจน แต่ก็ยังมีผู้สูงอายุจำนวนมากที่ไม่ได้ยากจน แต่มีความยากลำบาก และต้องการความช่วยเหลือในบางช่วงของชีวิต อันสุดท้าย คือ สิ่งแวดล้อมนั้นไม่สะดวกเลย เขาอยากไปวัด ก็ยาก กว่าจะขึ้นรถ กว่าไปห้องน้ำ สิ่งแวดล้อมไม่เหมาะสม การดูแลเขา จะดูแลเฉพาะในมิติของสุขภาพไม่ได้ การมีชีวิตอยู่ดี จะต้องไปด้วยกัน ไปพร้อมกัน

ผู้สูงอายุแบ่งตามรุ่น อาจารย์ใช้คำว่า รุ่นเยาว์ รุ่นกลาง และรุ่นใหญ่ แต่อันนี้ไม่ได้มองเห็นภาพลักษณ์อะไรจริงๆ ของผู้สูงอายุเลย ถ้าเราดูตามสุขภาพของเขาก็จะแบ่งตามการมีสุขภาพดี บางคนมีโรคเรื้อรัง บางคนแย่ อันสุดท้าย Frail elderly หง่อม ก็คือ แย่แล้ว หรือเราจะแบ่งตามการพึ่งพา เพราะว่าคนต้องไปทำงาน และเราต้องมองว่า เราต้องทำอย่างไร บ้านเรากับบ้านข้างๆ ก็ไม่เหมือนกัน

WHO บอกว่า สุขภาพต้องดีหมด ทั้ง Physical, Mental และ Social well-being เวทีนี้จะเป็นเวทีชั้นยอด ที่เราจะ Integrate ความรู้ ความเข้าใจ และจิตวิทยา ความต้องการที่จะดูแลผู้สูงอายุเข้าด้วยกัน

เราจะดูแลผู้สูงอายุอย่างไร

  • ผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ถึงหลายๆ ขวบ มาไม่เหมือนกัน บางคนมาอย่างดี ก็ไม่เป็นอะไรเลย เราก็ให้เขาได้คงสุขภาพดี ให้เขาได้เป็นอย่างนั้นไป ถึงวาระสุดท้าย แล้วตายไปเลย เรียกว่า "อยู่สบาย ตายสะดวก"
  • เรื่องที่สอง ถ้าเขามามีโรคบางอย่างซึ่งเจอบ่อยขึ้น มากขึ้น ในผู้สูงอายุ หน้าที่ของเราก็คือ การค้นพบโรคเหล่านั้นอย่างเร็ว และให้การรักษาอย่างเหมาะสม
  • อันที่สาม ผู้สูงอายุบางคนมาตั้งแต่ต้นเป็นโรคมาตั้งนานแล้ว มาถึงเรา จะแข็งแรงได้อย่างไร แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อมาถึงตรงนี้แล้ว เราจะทำให้เขาสามารถที่จะพึ่งพาตนเอง ให้มากที่สุด และเมื่อถึงวันสุดท้าย เขาจะต้องจากไปจากดี อย่างมีความสุข ทั้งคนที่อยู่ และคนที่จากไป ที่เราคิดว่า ในสิ่งที่เราอยากทำให้ผู้สูงอายุ

แต่มีความแตกต่างกัน ทั้งตัวเขา ระดับการศึกษา จิตใจ ทัศนคติ บางคนบอกว่า สบายดี ไม่เป็นไร แต่บางคนก็อยากจะหาสิ่งที่ช่วยบำรุงร่างกาย และเราจะดูแลกันอย่างไร ให้ทั้งหมดไปถึงวัตถุประสงค์ที่ต้องการ ... สิ่งแวดล้อมต่างกัน ครอบครัวต่างกัน ชุมชนต่างกัน เพราะฉะนั้น ทำอย่างไรที่จะทำให้ทุกอย่างเป็นไปได้

ยกตัวอย่าง วันหนึ่ง แพทย์ประจำบ้านบอกว่า ไปเยี่ยมบ้าน ทั้งบ้านมี 4 คน มี 72 ขวบ ถัดไปคือ 85 ติดเตียง ที่เหลือเริ่มหลงๆ วันหนึ่ง 72 ก็เครียดมาก เพราะสามีก็พลิกซ้ายพลิกขวา แม่ก็เดินวุ่นวาย ก็เลยเอา Valium ให้แม่กิน ปรากฎว่า แกหลับไป 4 วัน อึฉี่เละเทะไปหมด นักศึกษาไปเยี่ยมบ้าน ก็ถามว่า ทำอย่างไรดี? ... เรื่องนี้ไม่ใช่ Mediacal problem ไม่ใช่ปัญหาทางสุขภาพ เป็นปัญหาสังคม คุณจะทำอย่างไรกับเขา?

ครอบครัวมี 3 คน มี แม่ ลูกสาว และหลาน ลูกสาว 35 ปี เป็นคนทำมาหาเลี้ยง คุณยายไปรับหลาน 5 ขวบ วันหนึ่งคุณยายหกล้ม ขาหัก ไม่ยอมผ่าตัด ทำอย่างไร? แล้วจะเกิดอะไรขึ้น? เราจะทำอะไรได้บ้าง?

คุณลุงแสง อยู่กับภรรยา เป็นไข้หวัดใหญ่ด้วยกันทั้งคู่ ลูกอยู่ไกล 2 คนช่วยตัวเองได้หมด แต่วันนี้ ไม่มีใครช่วย

สิ่งที่สำคัญ มิติของการที่ผู้สูงอายุจะมีสุขภาพที่ดีได้นั้น อันที่หนึ่งก็คือ การไร้โรค ไม่มีโรค อันที่สองต้อง function ดี คือหัวใจ เขาจะเป็นโรคอย่างไรก็ตาม แต่ถ้าเขายังช่วยตัวเองได้ เราถือว่า OK และเราพยายามเสริมให้เขาทำอย่างนั้นได้นานที่สุด เท่าที่เขาจะทำได้ และที่เหลือ การสนับสนุนทางสังคมที่ดีพอ ทั้งสามอันต้องร่วมกัน สู่การพัฒนาสู่บุคลิกภาพ เขาจะต้อง Self care เขาจะต้องมีความคิดเชิงรุก นี่เป็นสิ่งที่เราต้องปลูกฝังในผู้สูงอายุของเรา และคนที่กำลังจะสูงอายุ เขาจะต้องมีความคิดเชิงรุกในการดูแลตนเอง ไม่ใช่หน้าที่ของสาธารณสุข หรือใครต่อใครเท่านั้น แต่ต้องมีความพอดี เพราะฉะนั้น

  • ถ้าผู้สูงอายุมีสุขภาพดี เราก็จะต้องทำให้เขาดีต่อไป ทำให้เขาได้สร้างเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค
  • สำหรับผู้สูงอายุที่มีโรคเรื้อรัง เราต้องคุมโรคเขาให้ได้
  • ส่วนผู้สูงอายุที่หง่อม บอบบาง ไม่ต้องไปรักษาโรค ทำอย่างไรให้อาการไม่กำเริบ ทำอย่างไรให้พออยู่ได้ และทำอะไรให้เขาได้ภาคภูมิใจ สบายใจ และ "do no harm" อย่าปรารถนาดี และใส่อะไรไปให้มาก และทำให้เขายิ่งแย่ลงเพราะความปรารถนา ให้ทำด้วยความรักและปรารถนาดีอย่างพอดี

สิ่งที่อยากจะบอกวันนี้ คือ การดูแลผู้สูงอายุนั้น ต้องมีการบูรณการทั้งของสุขภาพกาย และสังคมไปด้วยกัน ผู้สูงอายุอาจจะแข็งแรงดี พึ่งพาตนเองได้ แต่วันใดวันหนึ่ง เขาเจ็บไข้ได้ป่วย ก็เกิดความพึ่งพา ... ความแร้นแค้น ความจำกัด และความต้องพึ่งพาคนอื่น ไม่รู้จะทำอย่างไร ไม่รู้จะขอความช่วยเหลือจากใคร ต้องได้รับการมอง และได้รับการช่วยแหลือเกื้อกูล

ปัจจุบันเรามีการรักษาพยาบาล นักสังคมก็จะมีบ้านพักคนชรา ซึ่งไม่เพียงพอ แต่ด้วยมือของเรากันเอง เราสามารถที่จะช่วยเหลือเกิ้อกูล เงินไม่ได้ตอบทุกอย่าง ยังต้องการน้ำใจไมตรี ต้องการมือที่ช่วยกัน ต้องการหัวใจดวงเดียวกัน ที่จะช่วยกัน

การจัดบริการทางสังคม และสาธารณสุข ต้องไปด้วยกัน ถึงเวลาก็ต้องมาโรงพยาบาล และเมื่อถึงเวลาก็ต้องกลับบ้าน อย่าไปคิดสร้างสถานพยาบาลผู้สูงอายุ แบบเป็น Nursing home ไม่มีใครดูหรอก เอากลับมาดูกันเอง แต่ถ้าเหนื่อยมาก ก็ให้คนอื่นช่วยกันบ้าง

สาม-สี่ ประสาน เพื่องานผู้สูงอายุ สาธารณสุขทำอยู่แล้ว กระทรวง พม. ตามมาเก็บๆ อ.บรรลุ เคยบ่นบอกว่า ให้กระทรวงศึกษาธิการช่วยหน่อย มหาดไทย คมนาคม ต้องช่วยกัน การคลังด้วย ก็ต้องช่วยกัน ไม่มีใครได้สมบูรณ์แบบ แต่ถ้าเราช่วยกัน เราไปได้แน่นอน

รวมเรื่อง ภาคีร่วมพัฒนาระบบดูแลผู้สูงวัย