คุณค่าของของตาย

 

                                    

                       Aunt2

 


    คำว่า “ ของตาย ” มักใช้เป็นสำนวนเปรียบเทียบ เมื่อใครคนหนึ่งเกิดความรู้สึกเชื่อมั่นในบางสิ่งบางอย่าง หรือในคนบางคนว่า จะอยู่ข้างกายเสมอ ไม่สูญหายไปไหน ปรากฏให้เห็นอยู่จนชินตา หยิบฉวยหรือพึ่งพาเพื่อสนองความต้องการของตนได้ตลอดเวลา และบางกรณี อาจบ่งชี้ถึงประเภทบุคลที่ “ ไปไหนไม่รอด ” ไม่ต้องออกแรงยึดยื้อฉุดไว้ดังเช่นของหายากที่ต้องแย่งกันไขว่คว้ามาครอบครอง

 

    ในความเข้าถึงได้ง่ายๆเช่นนี้ “ ของตาย ” ตามความหมายดังกล่าว บางครั้งบางคราว จึงมักได้รับการปฏิบัติในลักษณะขาดการเอาใจใส่ดูแล ไม่ยกย่อง ไม่ทะนุถนอม ไม่พัฒนาปรับปรุง และไม่ให้คุณค่าเท่าที่ควร ซึ่งในไม่ช้าอีกไม่นานนัก “ ของตาย ” อาจจะตายจากไปแล้วจริงๆ ครั้นเมื่อถึงเวลานั้น กลับกลายเป็นความเสียดาย การเสียโอกาส และความเสียใจที่ไม่อาจปลุกสภาพความตายนี้ ให้ฟื้นคืนสู่ “ ของตาย ” ที่มีประโยชน์อย่างยิ่งได้อีกต่อไป

 

     “ ของตาย “ นี้ หลายคนอาจคุ้นเคยอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน และอาจโชคดีที่มี “ ของตาย” ไว้ครอบครองตั้งแต่กำเนิดเกิดมาลืมตาดูโลก ที่หมายถึง พ่อ แม่ พี่ ป้า น้า อา ญาติสนิท ทั้งหลายที่ดูแลรักเราอย่างใกล้ชิดแท้จริง เป็นผู้ที่ไม่เคยทอดทิ้งเราให้ต้องตกระกำลำบาก เป็นน้ำแห่งชีวิตที่ดื่มกินได้อย่างอุดมสมบูรณ์ เมื่อเติบโตพอสมควร

 

     วงจรเคลื่อนต่อไปให้ได้พบ “ ของตาย ” อีกประเภทหนึ่ง คือ ครูบาอาจารย์ผู้ประสิทธิ์ประสาทความรู้อันเป็นรากฐานในการประกอบอาชีพอย่างเป็นปึกแผ่น เพื่อนำพาเข้าสู่สถานที่ทำงานซึ่งมีความสุขสบายกับ “ ของตาย” ที่เป็นระบบการทำงานและสิ่งตอบแทนที่มั่นคงเพียบพร้อม ไม่ลำบากกายใจ

 

    จวบจนถึงวัยมีครอบครัวที่อบอุ่น เป็น “ ของตาย ” คือ ภรรยา /สามี/บุตรธิดาที่รับผิดชอบ น่ารัก เชื่อฟังอยู่ในโอวาท มีความกตัญญูรู้คุณ และไม่เคยนำความเดือดเนื้อร้อนใจให้เป็นภาระแต่อย่างใด

 

     ลึกยิ่งไปกว่านั้น หากมองในเชิงคุณภาพชีวิต “ของตาย” ที่เป็นของร่วม เป็นของส่วนรวมที่ทุกคนสามารถตักตวงไว้หล่อเลี้ยงจิตใจโดยไม่ถูกหวงห้ามกีดกัน คือ พระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ที่ผู้ใดเข้าถึงแก่นแท้นำไปประพฤติปฏิบัติด้วยตนเอง อย่างรู้แจ้งแล้ว ย่อมบรรลุสู่บันใดสูงสุดแห่งความหลุดพ้นจากเครื่องยึดเหนี่ยวที่ไม่เที่ยงแท้ทั้งหลาย ตามหลักแห่ง ไตรลักษณ์ คือ อนิจจัง (ความไม่เที่ยงแห่งสังขาร) ทุกขัง (ความทุกข์โทมนัสอาลัยอาวรณ์) และ อนัตตา (ความไม่ตั้งอยู่ ไม่มีตัวตน และดับไป )

….

   เราทั้งปวงจึงพึงพิจารณาที่จะรู้จักและรักษาคุณค่า “ ของตาย ที่ไม่ตาย “ เหล่านี้ ก่อนที่จะสายเกินไป