สวัสดีครับ ที่ประชุมสมาคมสถาบันการศึกษาขั้นอุดมแห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประจำประเทศไทย กำหนด จัดประชุมวิชาการเรื่อง Enhancing Graduate Employment โดยมีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เป็นเจ้าภาพร่วมในการจัดประชุมวันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2552 ณ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช งานนี้เรียกว่า เข้ากับสถานการณ์ประเทศไทยตอนนี้พอดี ผมขอนำข้อมูลจาก หนังสือ สถานการณ์ด้านเศรษฐกิจและแรงงาน ไตรมาส 3 ปี 2551 ของกระทรวงแรงงาน มาเล่าสู่กันฟังสั้น ๆดังนี้ การว่างงาน ผู้ว่างงานทั่วประเทศมี ประมาณ 4.46 แสนคน หรือมีอัตราการว่างงาน ร้อยละ1.16 กรุงเทพมหานครอัตราการว่างงาน สูงสุดคือร้อยละ 1.87 รองลงมาคือภาคกลางร้อยละ1.37 ภาคที่มีอัตราการว่างงานน้อยที่สุด คือภาคเหนือ มีอัตราร้อยละ 0.85 ระดับการศึกษาที่มีผู้ว่างงานสูงสุด คือระดับอุดมศึกษา จำนวน 1.3 แสนคน หรือร้อยละ 29.01 ของผู้ว่างงานทั้งหมด
เห็นข้อมูลตัวเลขการว่างงาน
ไม่แน่ใจว่า ม. ภูมิภาค ต่างๆ
จะมีโครงการช่วยเหลือ ในท้องถิ่น เช่น
หลักสูตรฝึกวิชาชีพ หรือ อื่นๆ อย่างไรบ้างไหมคะ
...
สวัสดีค่ะ
น่ารู้...น่าคิด..มากทีเดียวครับ
ดูสถิติคนว่างงานแล้วแย่นะคะ..สงสารจัง
ใครนะจะช่วยได้...
สวัสดีครับ พี่เอื้องแซะ เท่าที่ทราบโรงเรียนส่วนใหญ่ มีกิจกรรมสร้างความพร้อมด้านอาชีพ และฝึกอาชีพในโรงเรียน ผ่านสาระวิชาที่เกี่ยวข้อง และมีกิจกรรมฝึกอาชีพพื้นฐานอาชีพ หลายอย่าง เช่น การปลูกผักปลอดสารพิษ การเลี้ยงไก่ การเลี้ยงปลาเป็นอาหาร การเลี้ยงปลาสวยงาม การทำอิฐบล๊อก ฯลฯ และได้ให้พื้นฐานความคิดเรื่องการพึ่งตนเอง ผ่านแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่ง หากสถานศึกษาระดับถัดไปได้สนับสนุนต่อเนื่องกัน ..นักเรียน นักศึกษาของเรา น่าจะเป็นบุคคลที่สร้างอาชีพได้ด้วยตนเอง หรือสามารถเข้าสู่โลกของอาชีพได้อย่างมั่นใจในอนาคต..
สวัสดีครับ คุณปู สถานศึกษาทุกแห่งได้จัดกิจกรรมเสริมอยู่แล้วครับ...เช่น บางแห่งจัดเสริมฝึกด้านอาชีพ การจัดงานนัดพบแรงงาน แต่ตำแหน่งงานก็อาจไม่พอกับจำนวนนักศึกษา...ที่จบจำนวนมากในแต่ละปี...
ครูคิมมาเยี่ยมตั้งแต่เช้าเลย...ใช่แล้วครับ ตอนนี้ทุกปรากฎการทุกอย่างในสังคมล้วนเกี่ยวพันและใกล้ชิดกับตัวเรา ครอบครัวของเราทั้งสิ้น หากทำเป็นเฉยๆ หรือทำไม่รู้ไม่ชี้ สักวันหนึ่งตัวเราอาจจะเจอกับสิ่งที่เราไม่คาดคิดก็ได้...เพราะฉะนั้น สังคมดีไม่มีขาย อยากได้ต้องช่วยกันครับ... ขอความสุขและพลังในการทำงานความดีจงมีแก่ครูคิมตลอดไป..
สวัสดีครับ ครูพิสูจน์ ที่บางลี่ฯ มีแนวคิดการผนวก การจัดการเชิงธุรกิจ กับการแสดงเชิงวัฒนธรรมด้วยไหม เช่น จัดตั้งเป็นกลุ่มบริษัทจำลอง ออกไปรับงานหรือแสดงทางวัฒนธรรมในโอกาสต่าง ๆ ตลอดปี เด็ก ๆ ได้ทั้งวิชาชีพด้านวัฒนธรรมและการจัดการธุรกิจติดตัวไปทำงานได้
ท่านศน. แอ๊ด ฯ ระยะเร่งด่วน กระทรวงที่รับผิดชอบหลัก คือกระทรวงแรงงาน น้อง ๆ นักศึกษาหรือผู้ว่างงาน คนใดยังไม่มีงานทำ หรือผู้ที่ถูกเลิกจ้าง ให้ไปที่ติดต่อที่สำนักงานจัดหางานจังหวัด ของท่าน และลงทะเบียนในระบบออนไลน์ในระบบคอมพิวเตอร์ไว้ และเจ้าหน้าที่จะติดต่อน้องเมื่อมีตำแหน่งงานว่างเข้ามา หรือลงชื่อฝึกอาชีพ ซึ่งทราบว่าจัดกันเกือบทุกเดือน ทุกจังหวัด บริการเหมือนกัน และไม่มีค่าใช้จ่ายครับ ระยะต่อมา น้อง ๆ ที่ใกล้จะจบ ควรหาแหล่งฝึกงานไปพลาง ๆ เพื่อเพิ่มเติมประสบการณ์การทำงานและศักยภาพในการทำงานของตนและ หาลู่ทางการประกอบอาชีพ การฝึกอบรมเพิ่มเติมต่างในแหล่งต่าง ๆ เพื่อรอจังหวะที่เหมาะสม ทั้งในสถานศึกษาฯ หรือภายนอก
สวัสดีครับ ท่านขจิต... ตอนนี้กำลังวุ่นอยู่กลับการเตรียมบทความทางวิชาการด้านสหกิจศึกษาอยู่ครับ.. ส่วนชีวิตทั่ว ๆ ไปตามอัตภาพ หาเช้า กินค่ำ ไปวัน ๆ...
ขอบคุณมากครับ ทั้งดอกไม้หวานสดใส และความห่วงใย
เรื่องของอาชีพ ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะคนส่วนใหญ่จะใช้เกือบครึ่งชีวิตในการทำงาน หรือการประกอบอาชีพ หากไม่ได้ทำงานในสิ่งที่รัก หรือไม่พยายามรักในสิ่งที่ทำแล้ว เขาก็จะไม่ได้ทำงานนั้นได้สูงสุดตามศักยภาพเท่าที่ควรจะเป็น
ที่จริงความสนใจด้านอาชีพของทุกคนมีตั้งแต่ตอนเด็กเล้ก ๆ แล้ง เช่น มีคนถามเราว่าโตขึ้นหนูอาจะจะเป็นอะไร หรืออาจจะทำอะไร
บางคนบอกว่า อยากเป็นหมอ พยาบาล ตำรวจ หรือ นักบิน ฯลฯ
แต่ เด็กจะเริ่มเห็นความพร้อมและศักยภาพเบี้องต้นของตนค่อย ๆ ชัดขึ้น ในช่วงรอยต่อ เมื่อจบชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น บางส่วนจะศึกษาต่อมัธยมปลาย บางส่วนจะไปด้านอาชีวศึกษา บางส่วนไปด้านเฉพาะทาง เช่น นักเรียนเตรียมทหาร
กระบวนการแนะแนวอาชีพ หรือ การให้คำปรึกษาด้านอาชีพ ควรดำเนินการอย่างเข้มข้นในระยะนี้ มิฉะนั้นเมื่อเวลาผ่านไปก็ยิ่งยากจะแก้ไข เช่น นักเรียนแพทย์บางคน ที่มีศักยภาพด้านสมองหรือเชาว์ เรียนเก่ง และพ่อแม่พี่น้องสนับสนุน แต่โดยส่วนตัว อาจจะไม่ได้ชอบด้านนี้อย่างยิ่งจัง แต่จำเป็นต้องเรียนเพราะไม่อยากจะขัดใจที่บ้าน พอเรียนจบ ก็ออกไปประกอบอาชีพอย่างอื่น มิได้ใช้วิชาชีพโดยตรง ทำให้ประเทศชาติต้องสูญเสียบุคลากรที่ใช้เวลาในการผลิตที่ยาวนานและมีค่าใช้จ่ายสูงเป็นต้น
คนที่สามารถรู้จักตนเอง รู้ความชอบ ความสนใจ จะสามารถเลือกเรียนได้อย่างเหมาะสม และเรียนได้เต็มศักยภาพ และมีแนวโน้มจะประสบความสำเร็จมากกว่า คนที่เรียนไปเรื่อย ๆ และไม่ได้มีเป้าหมายชีวิตที่ชัดเจน...
ขอบคุณสำหรับดอกไม้อีกครั้งครับ..
สวัสดีครับเฮงๆๆ
萬事如意 wan shi ru yi
· สวัสดีวันตรุษจีนค่ะ
· ปลายฟ้านำความสุขมาฝาก
· พร้อมกับขนมวันตรุษจีน..แสนอร่อยค่ะ
· เฮง เฮง......นะคะ
· มีความสุข สุขภาพแข็งแรงค่ะ
http://gotoknow.org/blog/childendream/236805?page=1
แวะไปอ่านนิทานกล่อมฝัน "ตำนานวันตรุษจีน" ด้วยกันนะคะ
..เราเป็นเพื่อนบ้านที่ดีกันครับ..