เพียงข้อความบรรทัดเดียวว่า "คนดีของโชว์เขามีแฟนใหม่แล้ว ปล่อยเขาไป

             บันทึกฉบับนี้เล่าเรื่องเด็กบรื้อสองคนต่อจากตอนที่แล้ว  เล่าไปโดยไม่ต้องขออนุญาตเจ้าของเพราะเป็นการสมมุติชื่อจริง ที่อยู่จริง และท่านบรื้อคงไม่มีโอกาสได้มาอ่านบันทึกนี้ แต่ด้วยเกียรติภูมิและชื่อเสียง  จึงมีความจำเป็นต้องสมมุติ

           เมื่อเอมอรได้ทราบจากกลุ่มคนในสังคมของเธอว่า  โชว์อกหักจึงรู้สึกเห็นใจอยากจะไปถามไถ่และให้กำลังใจ  นึกแค้นเคืองแทนโชว์มาก  ว่าทำไมผู้หญิงคนนั้นของโชว์จึงมองไม่เห็นคุณค่าความเป็นคนดีของโชว์บ้างเลย  เอมอรจึงได้เขียนจดหมายฉบับยาวประมาณ ๓ หน้าส่งไปให้โชว์ที่จังหวัด...ชายแดนที่โชว์ไปปฏิบัติการ  ใจความของจดหมายก็ด้วยความเป็นห่วง  และจะมีวิธีการไปติดตามผู้หญิงคนนั้นของโชว์ได้อย่างไร  หลังจากนั้นไม่นานโชว์ได้ตอบจดหมายมาสั้น ๆ เพียงข้อความบรรทัดเดียวว่า "คนดีของโชว์เขามีแฟนใหม่แล้ว ปล่อยเขาไป"  วันที่โชว์กลับลงจากดอยมาพักก็ไม่ได้มาเยี่ยมเอมอรเหมือนเคย  แต่เอมอรก็ไม่รู้สึกว่าผิดปกติ 

         หนุ่มสาวในสมัยของเอมอร จะต้องขออนุญาตพ่อแม่ก่อนเมื่อจะมีชายหนุ่มมาหาที่บ้าน  แม้ว่าจะมีงานทำแล้วก็ตาม ชายหนุ่มคนนั้นเอมอรเรียกเขาว่าพี่ยุ่น   วันสงกรานต์เอมอรได้บอกพ่อแม่ว่าจะขออนุญาตให้พี่ยุ่นมาหาที่บ้าน พ่อแม่จะอนุญาตไหม และพี่ยุ่นก็คือรุ่นพี่ของโชว์ คุณพ่อคุณแม่ของเอมอรรู้จักดี  ส่วนโชว์นั้นเคยมาที่บ้านของเอมอรตั้งแต่วัยเด็กก็จึงไม่มีการหวงห้าม  อีกอย่างมาแบบมีกาละเทศะ  ไม่ประจำจนน่าเกลียด  แต่ก็ขออนุญาตทุกครั้งเช่นกัน แล้วในวันนั้นพ่อของเอมอรก็ถามขึ้นว่า "โชว์ไปไหน ลงจากดอยแล้วไม่ใช่หรือ ทำไมไม่มาที่บ้านเราอีก ไปว่าอะไรให้เขาหรือ" เอมอรมองไปที่แม่..สายตาของแม่ดูเหมือนตำหนิและไม่พอใจที่เอมอรจะให้ท่านยุ่นเข้ามาในบ้าน 

         ความรู้สึกกลัวพ่อแม่อย่างสุดขีดจับขั้วหัวใจ  เอมอรได้ตีความหมายไปล่วงหน้าอย่างรวดเร็ว  รีบไปบอกแม่สื่อแม่ชัก (เป็นภรรยาจ่า และการไปหาแม่สื่อก็ไม่ควรประเจิดประเจ้อด้วย)  สมัยนั้นการติดต่อกันจะผ่านคนกลางคือแม่สื่อ และการติดต่อทางจดหมายเท่านั้น  เอมอรบอกผ่านแม่สื่อให้ท่านยุ่นทราบว่า.."ไม่ต้องไปที่บ้านแล้ว  ของดก่อน"  เดือดร้อนถึงท่านยุ่น  ได้เขียนจดหมายมาถามหาสาเหตุที่เอมอรได้บอกงดกระทันหัน  กว่าท่านยุ่นและเอมอรจะได้เจอกันแต่ละครั้งแค่มองหน้ากันตอนขับรถผ่านหน้าบ้าน และไปงานบ้านเพื่อน เที่ยวนี้ท่านยุ่นมีความตั้งใจว่าจะไปเป็นทางการ  เพื่อสามารถเดินเข้าออกในบ้านของเอมอรได้อย่างสบายใจ ไม่เป็นที่ครหานินทาของสังคมในค่ายทหาร โดยถือเป็นจังหวะเมื่อเอมอรได้โอกาสหยุดงานครั้งนี้    ทำให้เอมอรตอบจดหมายของท่านยุ่นไปว่า "ขอเลิกนะเพราะพ่อและแม่คงไม่ชอบให้คบกัน" ฝ่ายเอมอรก็ถูกพ่อแม่ดุอย่างมาก  ว่าไปพูดแบบนั้นได้อย่างไร ทำให้ผู้ใหญ่หมายถึงพ่อกับแม่เสียหาย  ท่านยุ่นก็คง..งงนะและเลิกกันไปโดยไม่มีการขอร้องและงอนง้อ  เพราะเอมอรไม่ใช่คนสวยถึงกับจะต้องง้อกัน  ทำให้แม่สื่อได้ไปติดต่อผู้หญิงคนใหม่ให้ท่านยุ่น  ได้แต่งงานกันเยาะเย้ยเอมอร แต่เอมอรคงไม่รู้ตัวว่าเวรกรรมตามสนองเธอเข้าแล้ว เพราะเอมอรก็ถูกครหาว่าอกหักจากท่านยุ่น  ความคิดได้แว็บเข้ามาในสมองของเอมอรแบบอิจฉาตาร้อนนิด ๆ ว่าทำไมท่านยุ่นมีภรรยาที่ไม่มีงานทำและเรียนมาไม่สูงนัก 

         ความสัมพันธ์ระหว่างโชว์ก็ขาดลงด้วย  ไม่มีโอกาสได้เจอกันนัก  จนกระทั่งงานศิษย์เก่าของโรงเรียน  พวกเรามาเจอกันครบชุด  รวมทั้งภรรยาของท่านยุ่นด้วย โต๊ะนั้นเป็นอดีตเด็กในค่ายทหารทั้งชุด  มีเพื่อนชื่อหน่อยอีกคนเรียนมาด้วยกันชั้นประถมศึกษาถึงมัธยมต้น  หน่อยบอกเอมอรว่า  อยากเป็นแฟนโชว์จัง เอมอรบอกหน่อยว่า.."ยังมีสิทธิ์เพราะโชว์ไม่มีเวลาจีบสาว และท่าทางคงจีบใครไม่เป็น "  เอมอรได้ทีจึงหาทางยุให้สองคนได้พบกัน ให้ที่อยู่ของโชว์กับหน่อย ทั้งที่อยู่ในค่ายและที่อยู่ชายแดน 

          วันเวลาผ่านไปเอมอรได้แต่เคยคิดว่ามีเพื่อนรักชื่อโชว์อยู่คนหนึ่ง  เอมอรกลับบ้านทีก็ได้ข่าวความสัมพันธ์ของโชว์และหน่อยอยู่บ้าง  คล้าย ๆว่าโชว์ไม่รักหน่อยเหมือนที่หน่อยรักโชว์  เอมอรก็เดือดร้อนอยากจะช่วยเหลือเพื่อนอีกครั้ง  แต่หน่อยเข้าใจว่าเอมอรจะกลับมาชอบและรักโชว์  เพื่อน ๆ ก็ห้ามเอมอรไปยุ่งกับเขาทั้งสอง แต่....ไม่มีการแต่งงานระหว่างโชว์กับหน่อยแต่ทั้งสองได้มีลูกสาวน่ารักคนหนึ่ง  หน้าตาสวยเหมือนหน่อยแต่นิสัยสุขุมเหมือนพ่อ 

           วันแต่งงานของเอมอร กับผู้ชายที่ชอบพอ ได้บอกรัก และสู่ขอด้วยความเห็นดีเห็นงามของพ่อแม่ ญาติผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย และหนีไม่พ้นเพื่อน ๆ เห็นดีเห็นงาม เข้าทำนองรักคนที่เขารักเรา เพื่อน ๆ มากันครบชุด โชว์ หน่อยพร้อมลูกสาวน่ารักอายุ ๑ ขวบกว่า ๆ  ท่านยุ่นและคุณนายแจงภรรยา  และเพื่อนสนิทหลายคน  เพราะเป็นงานเล็กไม่ใหญ่โต เป็นวันที่เอมอรได้รู้ว่าตัวเองจะเป็นผู้ใหญ่เต็มที่มีอิสระเต็มที่  วันนั้นทำให้เอมอรได้รู้จักหัวใจของตนเอง  เป็นครั้งแรกที่ได้มองโชว์เต็มตา เพื่ออยากจะบอกว่า "เธอควรแสดงความดีใจกับฉันได้แล้วนะ" แต่กลับมองเห็น "ความปวดร้าวอย่างแสนสาหัส มีน้ำตารื้น ๆในดวงตาของโชว์" แทนคำตอบ..

          บันทึกนี้มี...ท่านยุ่น ท่านโชว์ ยายหน่อย ยายแจง และเอมอร  แต่ละคนมีบทบาทของตนเองในตอนต่อไป