ไม่รู้ว่าคุณครูบัวลอง โคตรบุตร ที่ย้ายไปอยู่อำเภอหนองแสงจังหวัดอุดรธานีท่านยังสบายดีอยู่หรือว่าเป็นอย่างไรแล้ว หากใครที่เป็นคนแถวอำเภอหนองแสงทราบข่าวพ่อครูบัวลอง โคตรบุตรกรุณาแจ้งให้ผู้เขียนทราบด้วย ด้วยรักและเคารพครูเสมอ รักครูในดวงใจเหล่านี้เสมอชีพ อยากได้ภาพครูทั้งสามท่านมาไว้บูชาเป็นที่สุด

 

 

               วันแรกที่ก้าวเข้าสู่รั้วโรงเรียน ก่อนจะเข้าห้องเรียนมีเด็กหลายคนร้องไห้อยากกลับบ้าน คิดถึงพ่อแม่ แต่หลายวันเข้าเท่าไรความคิดถึงครูความรักโรงเรียนและรักเพื่อนๆก็เข้ามาแทนที่ เรารักครูที่พาเราอ่านพาเราเขียน ก-ฮ โดยทั้งพาท่องออกเสียง ทั้งคัดลายมือและได้พบเพื่อนๆทำให้บรรยากาศที่โรงเรียนเป็นบรรยากาศที่เด็กๆหลายคนไม่อยากหนีไปไหน  ครูสอนเราให้รู้จักหนังสือและรู้จักโลกกว้างออกไปทีละขั้นๆ ครูทึง อุ่นแสง ครูสอนชั้น ป.๑ ครูเป็นผู้ให้ความรู้อักษรไทยและศิลปะการเขียนลายมือ นอกจากทำหน้าที่สอน ป.๑ แล้วถ้าวันไหนครูอีกสองท่านๆใดขาดครูจะทำหน้าที่แสนแทนเสมอ ครูคนที่สองครูสุด วุฒิเสน ครูใหญ่แต่ทำหน้าที่ทั้งครูใหญ่และครูสอน ครูสอนวิชาหน้าที่พลเมืองและสังคมศึกษา ส่วนครูบัวลอง โคตรบุตรคือครูที่คอยกำกับลงโทษนักเรียนที่เกเรและสอนเลขคณิตทั้งแบบคิดในใจในวันอังคาร และเลขแบบโจทก์ในวันอื่นๆ

                 โรงเรียนเราสวยงามมีดอกไม้หลายชนิดครูบอกว่าดอกไม้ทำให้สวยงาม ครูสอนวิธีตอนกิ่งไม้เพื่อขยายพันธ์แต่ศิษย์รู้เท่าไม่ถึงการณ์ตอนที่ครูสั่งให้รดน้ำกิ่งที่ตอน เห็นมันเปียกชุ่มไม่เท่ากันก็เลยหมุนกากมะพร้าวที่หุ้มทุกวันทำให้กิ่งไม้ไม่ออกรากครูถามว่าทำไม่มันเหมือนคนหมุน ศิษย์ก็บอกว่าผมกลัวมันไม่ชุ่มครูก็ยิ้มและบอกดีๆว่าทำอย่างนี้ไม่ได้ถ้าหมุนมันจะไม่เกิดรากและสารพัดความผิดที่ศิษย์ได้ทำแต่ครูก็ยังให้อภัยไม่ตีเพราะเรื่องเล็กน้อย

                 ส่วนครูบัวลอง โคตรบุตรท่านดุมากในสายตาของเด็กนักเรียน เมื่อนักเรียนคนใดดื้อบางทีครูใช้ไม้เรียวตี จนบางครั้งก็มีเด็กหลายคนแกล้งครูด้วยการหมุนคันเร่งรถมอเตอร์ไชด์ของครู ทำให้รถน้ำมันท่วมหัวเทียน ถึงเวลาครูจะกลับบ้านรถครูสตาร์ทไม่ติด ครูถีบจนขาอ่อนพวกเรานักเรียนก็แอบยิ้มสนุกสนาน ส่วนครูอีกสองคนขับจักรยานปั่นด้วยเท้ามาสอน ครูทึงจะมาถึงประมาณแปดนาฬิกา ส่วนครูใหญ่อยู่ไกลจากโรงเรียนราว ๖ กิโลเมตรจะถีบจักรยานมาถึงราว สองโมงครึ่ง เราจะเห็นครูมาถึงแล้วระฆังจะดังขึ้นเป็นสัญญาณเข้าแถวหน้าเสาธง นักเรียนพร้อมกัเข้าแถวหน้าเสาธงแล้วยืนไหว้พระและร้องเพลงชาติไทย  ป.๑ ก็ยืนฟังรุ่นพี่ ป.๒ ขึ้นไปร้องเพลงชาติแล้วขึ้นห้องเรียน(เราไม่รู้ความหมายของเพลงชาติเช่นคำว่า ไผทของไทยทุกส่วน หรือออกเสียผิดไปเช่นจากแต่ถึงรบไม่ขลาดเป็นแต่ถึงรบไม่ขาด ) ยามฤดูหนาวครูพานักเรียนมานั่งเรียนที่สนามหญ้าผิงแดดสอนหนังสือบ้างเล่นสนุกสนานบ้าง ยามฤดูฝนก็สอนให้เตรียมผ้าพลาสติกมาด้วยถ้าวันไหนฝนตกจะได้คลุมตัวกลับบ้าน ไม่เปียกทั้งคนไม่เปียกทั้งนักเรียน

                 ยามไม่สบายครูหายามาให้ทาน ครูเหมือนพ่อจริงๆรักห่วงใย  เรารู้ว่าครูในดวงใจทั้งสามของผมสอนแบบไหนใช้เด็กเป็นศูนย์กลางหรือสอนแบบบรรยายนกแก้วนกขุนทองรู้แต่เพียงว่าอะไรครูบอกให้ท่องก็ต้องท่อง ป.๑ ต้องได้พยัญชนะและสระไทย ป. ๒ ต้องอ่านเรื่องง่ายๆและมีวิชาบวกลบเข้ามามีสังคมศึกษาหน้าที่พลเมืองเท่าที่ครูจดลงกระดานเราต้องบันทึกตามเป็นต้น ผมไม่รู้อะไรมากนักรู้เพียงว่าถ้าเราถ้าไม่ตั้งใจเรียน อ่านหนังสือไม่ออกเราจะต้องเรียนชั้นเดิมการให้การศึกษาแก่เด็กด้วยหัวใจของความเป็นครู

                  เรารู้ว่าเราสนุกกับการเล่นกีฬาหลายชนิดเราสนุกกับการท่องจำสูตรคูณทุกวันศุกร์ก่อนเลิกเรียน ถึงวันนี้พวกเราเวลาพบกันก็สามารถท่องอาขยานที่ครูบังคับให้ท่องได้ทั้งสระพยัญชนะและสูตรคูณและอีกหลายอาขยาน ความอยากเป็นครูเริ่มซึมเข้าสายเลือดเพราะประทับใจตัวครูจบชั้นประถมครูยังตามมาที่บ้านถามพ่อและแม่ว่าให้ลุกเรียนต่อนะเด็กตั้งใจเรียนแม้ว่าผู้เรียนจะไม่ได้เรียนตอนนั้นก็ตาม คำพุดนี้ก็เป็นแรงใจและแรงสนับสนุนให้ศิษย์ได้เรียนต่อจนจบการศึกษาที่เข้าทำงานเหมือนที่ครูเคยทำ

            วันครูปีนี้ศิษย์คนนี้คิดถึงครูและจำทำบุญอุทิศให้ครูทึง อุ่นแสง และครูสุด วุฒิเสนที่เสียชีวิตแล้ว ครูคือบุพพการีที่ศิษย์ทุกจดจำไว้เสมอมา หากไม่มีครูศิษย์ก็คงไม่มีวันนี้เช่นกัน แต่ก็เสียดายว่าถึงวันนี้นับเป็นเวลา ๒๕ ปีแล้วที่ศิษย์ไม่รู้ว่าคุณครูบัวลอง โคตรบุตร ที่ย้ายไปอยู่อำเภอหนองแสงจังหวัดอุดรธานีท่านยังสบายดีอยู่หรือว่าเป็นอย่างไรแล้ว หากใครที่เป็นคนแถวอำเภอหนองแสงทราบข่าวพ่อครูบัวลอง โคตรบุตรกรุณาแจ้งให้ผู้เขียนทราบด้วย ด้วยรักและเคารพครูเสมอ รักครูในดวงใจเหล่านี้เสมอชีพ อยากได้ภาพครูทั้งสามท่านมาไว้บูชาเป็นที่สุด