คำว่า “พอเพียง” นั้น มีความหมายที่ลึกซึ้งกว้างไกลถึงระดับเป็น “ปรัชญา” มากกว่าจะเป็นแค่ระบบ "เศรษฐกิจ"

แรงบันดาลใจที่ผมเขียนเรื่องนี้ มาจากระยะเวลาเพียง 5 นาที

ที่ได้รับฟังการสัมภาษณ์ในรายการวิทยุ FM 98  ตอน 6 โมงเช้าของวันนี้เอง (14 ม.ค. 51)

 

ตามปกติ รายการที่ผมฟังจะเป็นรายการข่าว เศรษฐกิจ การเมือง (โดยทีมงานจากหนังสือพิมพ์สยามรัฐ)

แต่วันนี้ ไม่ทราบว่ามีรายการพิเศษอะไร จึงมีการโทรศัพท์

เพื่อสัมภาษณ์สด ท่าน ผอ.โรงเรียน  "ชำฆ้อพิทยาคม" ผอ.ธีระวัธน์ สิงหบุตร

สืบเนื่องมาจากที่โรงเรียนที่ท่านบริหารอยู่นั้น 

ได้รับการคัดเลือกเป็น 1 ใน 38 โรงเรียนดีเด่นด้านคุณธรรมจริยธรรม ปี 2551

ภายใต้ความร่วมมือและสนับสนุนระหว่าง แบงค์ออมสิน กับ สพฐ.

 

ผมเองก็ยังแปลกใจว่า ทำไมผู้ดำเนินรายการข่าว จึงได้นำการสัมภาษณ์สดมาออกอากาศ

ตอนแรกกะจะเปลี่ยนคลื่นไปช่องอื่นอยู่แล้วครับ 

แต่พอฟังๆ ไปก็เริ่มประทับใจ ในสิ่งที่ท่าน ผอ. ได้กล่าวไว้

ถือได้ว่าเป็น 5 นาที แห่งความประทับใจจริงๆ 

และนั่นทำให้ผมทึ่งและ ตื่นตะลึงกับวิธีคิด วิธีทำงานของท่านและทีมอาจารย์

 

ท่านเล่าว่า เดิมทีโรงเรียนก็ไม่ได้คิดจะล่ารางวัลอะไรหรอก

เนื่องจากเป็นโครงการที่โรงเรียนทำอยู่แล้ว

แต่มีท่านศึกษานิเทศน์มาชักชวน ก็เลยลองดู

 

ท่านเล่าต่อว่า ที่โรงเรียนจัดทำโครงการเพื่อปลูกฝังแนวคิด ปรัชญาพอเพียง

ให้กับนักเรียนในโรงเรียน

ท่านบอกว่า คำว่า พอเพียง นั้น มีความหมายที่ลึกซึ้งกว้างไกลถึงระดับเป็น ปรัชญา

ซึ่งหมายถึงว่าควรเป็น วิถีชีวิต  หรือ คุณค่า ที่ยึดถือ  

มากกว่าจะเป็นแค่ระบบเศรษฐกิจ

 

เริ่มต้นที่การมองปรัชญาพอเพียง ใน 4  มิติคือ

ด้านสังคม  เศรษฐกิจ  วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม

 

 ต่อจากนั้นท่าน ผอ. และทีมงาน ได้ร่วมกันทำให้เกิดเป็นรูปธรรมผ่านกิจกรรม

โครงการต่างๆ มากมาย เพื่อสนับสนุนให้เกิดความ พอเพียง ในแต่ละมิติ

 

 

ที่สำคัญคือ ท่านได้เน้นย้ำในเรื่องการถ่ายทอดคุณค่าไปถึงตัวนักเรียนว่าจะต้องเน้น

ให้นักเรียนเกิดความเข้าใจ 2 ประการ คือ

ความเข้าใจในสถานภาพของตน และความเข้าใจผู้อื่นและยอมรับและเคารพในความแตกต่างระหว่างกัน   ซึ่งในประเด็นนี้ ถือเป็นการปลูกฝังความ รู้ รัก สามัคคี

บูรณาการคู่กับปรัชญา พอเพียง ได้อย่างกลมกลืน

 

ได้ฟังอย่างนี้แล้วอยากเห็นบรรดาลูกศิษย์ลูกหาของที่นี่จัง 

ว่า เด็กไทยยุคใหม่หัวใจพอเพียง  นั้นจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร

 

ผมคงไม่สามารถถ่ายทอดเรื่องราวได้ดีเท่ากับท่าน ผอ.

หากท่านใดสนใจเรื่องราวของท่าน และโรงเรียนคงไปตามต่อกันเองนะครับ

 

แต่สิ่งที่ยังคงวนเวียนอยู่ในความคิดของผมมาตลอดนับตั้งแต่ได้ฟังท่านให้สัมภาษณ์

มีหลายประเด็นที่อยากแลกเปลี่ยนดังนี้ครับ

 

1.       ความหมายของ โรงเรียน

คำสัมภาษณ์ของท่านผอ. ได้ทำให้ผมได้เห็นถึงความหมายที่แท้จริง  ของคำว่า โรงเรียน  ที่มีหน้าที่ในการ สร้างคน ที่มีคุณภาพออกสู่สังคม   ซึ่งไม่ได้หมายรวมแค่ ความเก่งทางวิชาการเพียงอย่างเดียว แต่ยังได้ปลูกฝัง ถ่ายทอดคุณค่า และวัฒนธรรมแห่งความ พอเพียง  และความ รู้ รัก สามัคคี ลงไปในตัวนักเรียน  ถือเป็นการบูรณาการขั้นสุดยอด   และผมเชื่อได้เลยว่า  หากมีโรงเรียนสร้างคนแบบนี้มากๆ ประเทศไทยจะเข้มแข็ง และยั่งยืนภายใต้ปรัชญาพอเพียงได้อย่างเต็มภาคภูมิแท้จริง  และถือเป็นการตามรอยพระยุคลบาทของในหลวงอย่างแท้จริง

 

2.       โมเดลการขับเคลื่อนเพื่อสร้างค่านิยม สร้างวัฒนธรรมองค์กร

ผมกำลังเทียบเคียงการทำงานของท่าน ผอ. และทีมงาน  กับการขับเคลื่อนวัฒนธรรมองค์กร สิ่งที่ผมเรียนรู้จากท่านก็คือ  ในการสร้าง วัฒนธรรม  ใหม่ๆ   ท่านยึดหลัก ปรัชญา (พอเพียง)เป็นตัวตั้ง  จากนั้นจึงแตกออกมาเป็น มิติต่างๆ  (สังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม)  จากนั้นก็คิดโครงการเพื่อสนับสนุนให้เกิดแต่ละมิติ   ซึ่งสำหรับผมแล้วถือว่าเป็นการขับเคลื่อนที่ฟังดูเรียบง่าย ไม่ซับซ้อน แต่ได้ผลจริง    ซึ่งผมคิดว่าจะมีประโยชน์มากหากเราสามารถ เรียนรู้ ในแนวทางของโรงเรียน  แล้วนำมาปรับใช้ในบริบทขององค์กรตัวเอง

 

3.       การขยายผลด้วยการ แลกเปลี่ยน เรียนรู้

เนื่องจากไม่มีเวลาตามข่าวต่อ ผมจึงไม่แน่ใจว่า  ทางหน่วยงานเจ้าภาพ คือ สพฐ. และ ธ.ออมสิน ได้มีการขยายผลหมุนเกลียวความรู้ให้เคลื่อนไปต่อหรือไม่    ซึ่งหากมองในมุมมองของสาวก KM แล้ว เราคงต้องเสียดายมากๆ หากทั้ง 38 โรงเรียนที่ขึ้นมารับรางวัลร่วมกันนั้น จะแยกย้ายกันกลับไปสอนเด็กๆ ตามเดิม    ซึ่งหากหน่วยงานทั้งสองสามารถจัดเวที เพื่อการ แลกเปลี่ยน เรียนรู้ ระหว่างโรงเรียนต่างๆ  ขึ้นได้  จะก่อให้เกิดผลประโยชน์ คุณูประการอย่างมหาศาลต่อทั้งผู้บริหารโรงเรียน ต่อนักเรียน  และสุดท้ายผลประโยชน์ก็ไม่ไปไหน การศึกษาของไทยก็จะพัฒนาขึ้น

 

และทั้งหมดนี้คือผลพวงแห่งความประทับใจ ใน 5 นาทีของคำสัมภาษณ์

ของท่าน ผอ.ธีระวัธน์ สิงหบุตร แห่ง โรงเรียนชำฆ้อพิทยาคม  จ.ระยอง

 

หากท่านใดมีรายละเอียดเพิ่มเติม หรือมีประเด็นอยาก แลกเปลี่ยน เพื่อ เรียนรู้

ก็ยินดีเสมอครับ

 

หากสนใจจะเยี่ยมชมเว็บไซต์ของโรงเรียนลองเข้าไปที่

http://school.obec.go.th/chumkhorpit/