ผักหวานป่าปลอดภัยสารพิษ ขจัดความยากจน

 

กลุ่มปลูกผักปลอดภัยจากสารพิษซำเจริญ        หมู่ที่ 6  ตำบลผาขาว  อำเภอผาขาว  จังหวัดเลย  ซึ่งได้ตำแหน่งการพัฒนาการผลิตพืชผักปลอดภัยจากสารพิษ  ซึ่งได้กำหนดเป็นภารกิจ (Mission) ที่สำคัญของกลุ่ม  มีวัตถุประสงค์ของการปลูกผักหวานป่าซึ่งเป็นพืชที่ไม่ต้องใช้สารเคมี  และเป็นการพัฒนาพืชท้องถิ่นที่มีศักยภาพเพื่อปลูกไว้บริโภคและจำหน่าย

            การปลูกผักหวานป่าของกลุ่มปลูกพืชผักปลอดสารพิษซำเจริญ  ซึ่งมีสมาชิกจำนวน  25  คน  ได้ปลูกผักปลอดภัยจากสารพิษซึ่งเป็นพืชผักพื้นบ้าน  และผักหวานป่า  จำนวนพื้นที่  8  ไร่  ซึ่งมีอายุระหว่าง  1 - 3 ปี

            กระบวนการผลิตและการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้  (Knowledge  Sharing : KS) โดยใช้เทคนิคการเล่าเรื่อง  (Story  Telling) และเทคนิคชุมชนปฏิบัติ (Community  of  Praetice : CoP)  และการสังเกตและทดลองจากการปฏิบัติอย่างต่อเนื่องทำให้ได้ผลการปฏิบัติที่ดี  (Best  Practice) ในการปลูกผักหวานป่า

            การจัดเก็บและการรวบรวมความรู้ (Knowledge  Asset :KA) 

            กระบวนการผลิตผักหวานป่ามีขั้นตอนดังนี้

            ขั้นตอนการเพาะเมล็ดผักหวานป่า

            1. การเก็บเม็ดผักหวานป่าโดยคัดเฉพาะเมล็ดที่สุกและสดใหม่  ซึ่งเมล็ดผักหวานป่าจะสุกแก่เต็มที่สามาเก็บได้ช่วงเดือน  เมษายน – พฤษภาคม  นำเมล็ดมาล้างคัดแยกเยื้อหุ้มเมล็ดและเมล็ดไม่สมบูรณ์ทิ้ง  แลขัดเมล็ดด้วยตะแกรงหรือภาชนะผิวหยาบ  ขณะล้างเมล็ดควรใส่ถุงมือยาง  เนื่องจากเยื้อหุ้มเมล็ดมีสารระคายเคืองต่อผิวหนัง

            2.  นำเมล็ดที่ขัดสะอาดแล้วมาแช่น้ำเพื่อแยกเมล็ดที่ลอยน้ำทิ้งและนำเมล็ดที่จมน้ำมาผึ่งลมพอหมาด ๆ แล้วคลุกด้วยยาป้องกันเชื้อรา

            3.  นำเมล็ดที่คลุกยาป้องกันเชื้อรามาเพาะในกะบะทรายที่มีร่มรำไร  ผสมแกลบเผาโดยเกลี่ยเมล็ดให้กระจายและกดเมล็ดลงบนทรายความลึกเท่าความยาวของเมล็ด ดินกลบนิดหน่อย  รดน้ำให้ชุ่ม  2- 3 วัน  เมล็ดจะเริ่มงอกหรือแตกร้าวขยายตัว  ให้นำไปเพาะในถุงพลาสติก  ที่เตรียมไว้

            4.  วัสดุที่เพาะควรใช้ดินลูกรังทรายหยาบ  และปุ๋ยคอกเก่าหรือปุ๋ยหมัก  ผสมกันอัตรา 1:1:1 โดยปริมาตร   นำวัสดุเพาะบรรจุในถุงพลาสติกขนาด 8 X 3  นิ้ว  นำเมล็ดที่เริ่มงอกวางลงบนดินผสมใช้มือกดให้เมล็ดจมลงในดินเสมอกับผิวดิน  หรือโผล่พ้นดินเล็กน้อย  จำไปไว้ในที่ร่มรำไร  รดน้ำให้มีความชื้นพอสมควร  อย่าให้แฉะจนเกินไป  ในระยะเวลาหนึ่งเดือนแรกรากจะเริ่มงอกอย่างรวดเร็ว  เดือนที่สองจะเริ่มแทงยอดขึ้นพ้นดินหลังจากสองเดือนผักหวานจะสูงประมาณ 5 – 10  เซนติเมตร

 ขั้นตอนการปลูกและบำรุงรักษา

            การปลูกผักหวานป่าควรปลูกในช่วงหลังสงกรานต์  พื้นที่ควรเป็นที่ลาดเอียงเล็กน้อยเพื่อป้องกันน้ำขัง  ดินควรเป็นดินร่วนเหนียว  หรือดินเหนียว  ก่อนปลูกผักหวานป่าควรปลูกต้นไม้บังแสงแดดเพื่อให้เกิดร่มรำไร  เนื่องจากผักหวานไม่ชอบแดดจัด  โดยปลูกต้นแคบ้าน  ซึ่งเป็นต้นไม้ที่เจริญเติบโตเร็ว   หรืออาจจะปลูกต้นลำไย  เป็นร่มเงาระยะปลูก 2 – 3 เมตร  หรืออาจปลูกโหระพา  แมงลัก  กระเพรา  แซมแคบ้านเพื่อคลุมดิน

 1. การเตรียมหลุมปลูก  ควรขุดหลุมขนาด 50 X 50 X 50 ระยะห่างระหว่างต้นแคและระหว่างแถว  2 – 3 เมตร  รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักครึ่งปี๊บผสมคลุกเคล้ากับหน้าดินควรเตรียมหลุมก่อนปลูกประมาณ 2-3 สัปดาห์

2. นำผักหวานป่าทีเพาะในถุงพลาสติก  โดยถอดถุงพลาสติกออก หรือตัดก้นถุงพลาสติกระวังอย่าให้ดินแตกหรือรากขาด  เพราะจะทำให้ผักหวานชงักการเติบโตเป็นเวลานานควรปลูกให้ดินปากหลุมสูงกว่าปากหลุมประมาณ 5 เซนติเมตร  กดดินให้แน่นแล้วพูนดินกลบโคนขึ้นโดยรอบ  เพื่อป้องกันน้ำขังหลุมปลูกเมื่อมีการรดน้ำหรือฝนตก

3.  ใช้ไม้ไผ่หรือไม้มีความคงทน  เพื่อทำหลักบริเวณหลุมปลูกเพื่อเป็นเครื่องหมายของต้นผักหวาน  ควรใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก  ต้นละ 1 ปี๊บ  ระยะห่างโคนต้นผักหวาน  50  เซนติเมตรในช่วงฤดูฝนปีละครั้ง

4.  การกำจัดวัชพืชให้ใช้วิธีถอนหรือตัดหญ้าใช้จอบขุดพรวนรอบโคน  เพื่อป้องกันรากผักหวานกระทบกระเทือน  ควรให้น้ำสม่ำเสมอเพื่อให้ผักหวานเจริญเติบโตตามปกติ  การระบบน้ำแบบน้ำหยดหรือน้ำพุ่ง จะทำให้ต้นผักหวานเจริญเติบโตเร็วขึ้น

ขั้นตอนการเก็บเกี่ยว

            ผักหวานป่าจะเริ่มทำการเก็บเกี่ยวได้เมื่ออายุได้ 2-3 ปี  ซึ่งจะให้ผลผลิตประมาณเดือนมกราคม – พฤษภาคม  ผลผลิตสูงสุดในช่วงเดือน  กุมภาพันธ์ – เมษายน สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้  300 – 400 กิโลกรัมต่อไร่  การกระตุ้นการแตกยอกให้เร็วขึ้นโดยวิธีการตัดแต่งกิ่งโดยตัดปลายกิ่งให้เหลือความยาว  15 -20 เซนติเมตร  รูดใบแก่ออกให้เหลือประมาณ  3 – 4 ใบต่อกิ่ง  ให้น้ำพอดินชื้น   เมื่อยอดแตกความยาว  1.5-2.5 เซนติเมตร  สามารถตัดยอดจำหน่ายได้  หลังจากตัดยอดแล้วใส่ปุ๋ยคอกโดยหว่านรอบโคนต้น ต้นละ 1 – 2 ปิ๊บ  พร้อมกับให้น้ำเพื่อบำรุงต้นให้สมบูรณ์โดยเร็วต่อไป

                                                                                          สำนักงานเกษตรอำเภอผาขาว