หนังสือเล่มนี้ชื่อ "พัฒนาจิต พิชิตงาน" ของ อาจารย์วัลลภ และอาจารย์ปรัชญา ปิยะมโนธรรม เค้าแนะนำมา ผมก็เอามาเล่าต่อ เพื่อยังประโยชน์ให้ชีวิตคนมีเพื่อนร่วมงานได้ตระหนักไว้ถึงความอันตรายของเพื่อนร่วมงาน 5 นิสัยนี้ :)
"...เราต้องคอยเอาคนที่มีนิสัย 5 ลักษณะนี้ออกห่างตัว เพราะรังแต่จะทำให้อารมณ์ความรู้สึกนึกคิดของเรา คาใจ ค้างใจ เคืองใจ คับข้องใจ และก็ แค้นใจ
แถม 5 เสียให้อีกต่างหาก คือ เสียเวลา เสียความรู้สึก เสียสุขภาพ เสียความสัมพันธ์ และ เสียความตั้งใจ (ที่ต้องการให้ชีวิตเรามีสุข)
ประเภทก้าวร้าวอารมณ์หุนหัน (Aggressive and impulsion)
เพราะคนที่ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้อย่างนี้ เวลาโกรธ หรือแค่ฉุน ไม่พอใจขึ้นมา เราก็มีแต่เสียหน้า เสียศักดิ์ศรี เสียงาน เสียอารมณ์ แถมใจก็เสีย แล้วยังเวลาคบไปไย
ประเภทเจ้าระเบียบ (Perfectionist)
ทำงานด้วยก็มีแต่ทำให้ชีวิตเราซีเรียสไม่ร้หยุด เพราะคนประเภทนี้ไม่เคยรู้จักกับคำว่า "พอใจ" สักกะอย่าง ไม่สุดขั้ว ก็ต้อง Absolute ทั้งที่ในโลกนี้มันไม่เคยมีอะไรหลุด ๆ สุด ๆ เลย นอกจากจะสุดทน ขืนคบอยู่ ประสาทไม่เสียก็ใจเสีย
พวกพึ่งพิง (Dependence)
คนประเภทนี้มีความสุขและให้รางวัลชีวิตกับตัวเองในความพยายามที่เขาสามารถทำให้ใครต่อใครมาคอยช่วยเขาจนได้ ทั้งช่วยคิด ช่วยทำให้ รวมไปถึงคอยช่วยทำให้เขารู้สึกดี อยู่ในเมืองแท้ ๆ ยังทำตัวเป็นชาวเกาะ ขืนคบ เราก็แบกโลก มัวแต่คอยแนะคอยบอกให้เขาทำอย่างไร มันกลับเหนื่อยกว่าช่วยทำให้เขาไปเลยหลายเท่านัก
พวกหวาดระแวง (Paranoid)
คนเหล่านี้ไม่ไว้วางใจกระทั่งตัวเขาเองอยู่แล้ว แล้วยังจะให้เขามาไว้วางใจเราได้อย่างไรว่า เราจะไม่ไปแอฟ้องหัวหน้าก่อนเขา เราจะไม่ไปเลื่อนเก้าอี้ของเขาก่อนที่เขาจะรีบเอาขวานมาจามใส่โต๊ะเรา ยังจะให้เขาเชื่อใจเราได้ทางไหนที่จะไม่ไปว่าเขาว่างานยังไม่ดี บุคลิกยังไม่เหมาะ สื่อสารกับคนอื่นยังไม่เข้าใจ คนมีอาการนี้ เขาจึงมีคติประจำตัวว่า ใครรีบพูดว่า นินทาก่อน ย่อมได้เปรียบ ถ้าขืนคบด้วยไม่นานตัวเราก็จะเริ่มอภิปรายไม่ไว้วางใจตัวเองไปด้วย
ปากหวานก้นเปรี้ยว (Reaction formation)
ต่อหน้าก็ส่งลูกยอให้เราหลงลอยไปกับการทำงานให้ไม่หยุด แค่เพียงคล้อยหลังให้ ปมของเรามีกี่ด้อยก็ถูกดึงมาให้ผู้คนได้เห็นใส้หมด แม้หลายปมของเราน่าจะเด่น ก็ยังถูกคลุกถูกเชื่อมให้มันเหมือนเน่าได้ เข้าข่าย เอาดีใส่ตัว เอาชั่วง่ายให้ผู้อื่นด้วยการแอบแกล้งยอรอให้เราออกอาการ ขืนคบนาน ตัวเราไม่คอยสวมหน้ากากอนามัย ก็ไม่พ้นต้องคอยเอาเกลือหรือ Lithium ไปแปะไว้ที่ก้นเขา
ชอบคบกับคนกลุ่มนิสัยแบบไหน ก็สะท้อนนิสัยของเราว่าเป็นแบบนั้นนั่นแหละ !!!
อาจารย์นักเขียนเขาว่ามา ผมไม่ทราบนะครับ :)
แต่พบเห็นได้ทั่วไปในทุกสำนักงาน ประเภทไหน ประเภทไหนน้อย ก็แล้วแต่สถานที่
โชคดีหากพบน้อย ... ที่เหลือก็ต้องอาศัย "การปล่อยวาง" และ "อยู่ห่างไกล" เป็นดีที่ซู้ด
แหล่งอ้างอิง

วัลลภ ปิยะมโนธรรม และปรัชญา ปิยะมโนธรรม. พัฒนาจิต พิชิตงาน. กรุงเทพฯ : ฐานบุ๊คส์, 2549.
เมื่อวานผม สัมผัสคำพูดจากการกระแทกอารมณ์ จากเจ้าหน้าที่สถาบันฯ ที่ผมทำงานอยู่..
ผมได้เเต่นั่งปลง และสงสาร(สมเพศ)เขา สงสารองค์กรด้วยครับ แต่ทั้งหมดไม่ใช่ปัญหาของผม แต่เป็นปัญหาของเขา คือ เจ้าหน้าที่ผู้หญิงคนนั้น..
อยู่ในข่ายเพื่อนร่วมงานที่ควรตีตัวออกห่าง ใช่ไหมครับ..
แต่หากเราพัฒนาตัวเองได้มากขึ้น ผมคิดว่า Case เหล่านี้ต้องถูกเยียวยาครับผม..
ตัวใครตัวมันล่ะครับ คุณพยาบาล สีตะวัน ...
ดันไปรวมอยู่ในคนเดียว 555
ขอบคุณครับ :)
"นิสัย" เกิดจากการสั่งสมประสบการณ์และภูมิหลังที่ทำให้เขาเป็นแบบนั้น ครับ น้องคุณครู เทียนน้อย :)
ปล่อยวางครับ แล้วคนที่ทุกข์ จะไม่ใช่เราอย่างแน่นอน :)
โชคไม่ดีที่องค์กรไม่สามารถปรับเปลี่ยนนิสัยของบุคคลแต่ละบุคคลได้นะครับ คุณเอก จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร :)
ออกห่างครับ ... เข้าข่ายแน่นอน
เราคงไม่สามารถไปปรับเปลี่ยนใครได้ นอกจากตัวเราเอง
เคสนี้ต้องแวะไปหาคุณพยาบาล สีตะวัน โดยด่วนเลยครับ อิ อิ
บันทึกนี้..โดนใจเลยค่ะ..
ที่โรงเรียนรู้สึกจะมีครบเลยนะคะเนี่ย..
แต่ไม่เป็นไรค่ะ..อาศัยห่างๆไว้..ก็สบายตัว สบายใจดีค่ะ..
ชอบประโยคนี้มากเลยค่ะ.เห็นด้วยที่ซู้ดด
"ชอบคบกับคนกลุ่มนิสัยแบบไหน ก็สะท้อนนิสัยของเราว่าเป็นแบบนั้นนั่นแหละ !!!"
ดูเหมือนอาจารย์จะมีประสบการณ์ตรงนะคะ..อิอิ..^^
คุณครูแอ๊ว รู้ใจครับ ... ได้รับประสบการณ์มาโดยตรงทุกกรณี ครับ
ข้อเสีย คือ 'รมณ์เสีย เหมือนคุณฮาย อาภาภรณ์ เค้าร้องไว้
ข้อดี คือ ทำให้จิตใจเราแข็งแกร่งขึ้น หากพบเจออีก ก็รู้แล้วว่า จะมาไม้ไหน ไม้ซุง หรือ ไม้จิ้มฟัน ครับ
อิ อิ ขอบคุณครับ :) สนุกให้กับชีวิตครับ
ครายมาหัวเราะ คริ คริ อยู่แถวนี้เนี่ย หุ หุ :)
ว่าไป ห่างคนหัวเราะ คริ คริ นี่แหละดีสุด
เค้าเรียกมา "ทันควัน" ... หมายถึง มาทันทีทันใด นะครับ คุณพยาบาล สีตะวัน ... ว่องไวมาก ๆ ครับ
ขอบคุณครับที่พวกเราเลือกทำงานให้กับประเทศชาติ ครับ
ไม่ต้องมีเสื้อสีเหมือนกันก็ร่วมมือร่วมใจกันทำงานได้ครับ :)
:) ... สู้ตายครับพี่น้อง
"อย่าไปห้วซา"
"ซ่ามหัวมันเถาะ"
:)
อ้าว คุณเอก จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร นอนดึกนะครับ
เจอภาษาอีสานเข้าไป ผมเมาหัวจ้น ๆ เลย :)
เปลี่ยนนิสัย... ความคิดคนอื่นไม่ได้จริงๆค่ะ
รู้ตน รู้ตัวเราเอง
พัฒนางานให้ก้าวหน้า ไม่ทำให้งานในองค์กรหยุดชงักเป็นอันใช้ได้
เรื่องส่วนตัวของเค้า ..
โกรธคือโง่ โมโหคือบ้า
อย่าไปโกรธ..อย่าไปโมโห
เราจะได้ไม่โง่ ไม่บ้า..555555
ก็ช่างเขาเถอะ ปล่อยเขาไป
แค่เพื่อนร่วมงาน เบื่อมากๆก็เดินหนีไม่ต้องเสวนาด้วย..จบค่ะ
ขอบคุณกับเรื่อง 5เสีย 5ลักษณะค่ะ..
ขอบคุณครับ คุณครูจุฑารัตน์ NU 11 :) ...
หลายคนอยากเปลี่ยนนิสัยเพื่อนร่วมงาน ครับ กว่าจะรู้สัจธรรมว่า "ไม่มีใครเปลี่ยนใครได้ นอกจากเจ้าตัวอยากจะเปลี่ยนเอง" ... หวังดี ก็เสนอแนะ นำเข้าสู่หนทางธรรมที่ถูกที่ควร แต่หากเขาไม่เดินตามมา เขาจะเลือกไปทางอื่นเอง ก็เรื่องของเขา
สาธุ สาธุ สาธุ (ห่างวัดแล้วนะเนี่ย) :)