คนเราอยู่คนเดียวไม่ได้

         ไม่ได้เข้ามาเยี่ยม Blog ถือว่านานโขแล้ว  วันนี้มีโอกาสเข้ามาตระเวนเวลาสั้น ๆ ก็ได้เจอบันทึกของ น้อง"สิงห์ป่าสัก" ที่นี่  โดนใจมาก ๆ  อันมีว่าคนเราต้องอยู่เป็นสังคมพึ่งพาอาศัย  ทุกคนต้องมีเพื่อนพ้องน้องพี่คอยค้ำจุนช่วยเหลือเกื้อกูล  เราหลีกเลี่ยงสังคมไม่ได้เราจึงจะอยู่ได้

          ก็ให้หวลนึกถึงสังคมของการทำงาน  เป็นสังคมเล็ก ๆ ในฝ่ายยุทธศาสตร์และสารสนเทศ  สำนักงานเกษตรจังหวัดนครศรีธรรมราช  ผมเป็นส่วนหนึ่งในสังคมนั้นทำงานร่วมกัน  มีอยู่วันหนึ่งผมเดินทางไปร่วมงานศพคุณแม่ของ "ครูนงเมืองคอน" ที่พัทลุง โดยเดินทางไปกับน้องนิพนธ์ สุขสะอาด  ไปด้วยความตั้งใจ  พบเจอกับครูนงก็ไม่ได้พูดเรื่องอื่นนอกจากเรื่องของ KM ครูนงถามผมว่าทำอะไรไปถึงไหนประมาณนั้นความหมายลึก ๆ ก็อยากรู้ว่าผมทำ KM  ที่สำนักงานเกษตรจังหวัดไปถึงไหนแล้วประมาณนั้น  และที่ทำให้ผมต้องมาทบทวนต่อ คือครูนงพูดว่า "ผมเห็นหน้าแล้วมีความสุขนิแสดงว่ามีความสุขกับการทำงาน"  เราคุยกันในหลาย ๆ เรื่อง แต่ก็อยู่ในแวดวง KM  และก็มีความสุขในการได้เจอพูดคุย  

           จากคำพูดของครูนงก็เป็นกระจกสะท้อนออกมา  ก็ลองมาทบทวนดู  ก็เป็นอย่างนั้นได้จริง ๆ เนื่องจากในช่วงเวลาที่ผ่านมานี้ ผมให้เหตุผลกับเพื่อนร่วมงานว่าทำไมที่ผมชอบ KM เพราะที่ผมพบก็คือทำให้เราเจอคนใจดีเสมอ  และจากประสบการณ์ที่ได้มาจากการร่วมกิจกรรม KM กับคนอื่น ๆ ต่างหน่วยงานก็ได้อะไรดี ๆ เยอะมาก  นำสิ่งเหล่านั้นมาเล่าให้เพื่อนที่ทำงานฟังอยู่เสมอ  หลายอย่างได้เปลี่ยนไป  ด้วยเหตุผลอื่นๆ ประกอบด้วยก็มี  ปัจจุบันในฝ่ายงานที่ผมทำอยู่มีบุคลากร 10 คน ที่เป็นพี่และน้อง  แบ่งงานแค่รับผิดชอบเรื่อง(คนถือแฟ้ม)แต่เวลาทำก็ช่วยกันทำ ฟังด้วยเหตุผลไม่คัดค้าน นำเสนอเปลี่ยนแปลงด้วยความสุภาพมีน้ำใจช่วยเหลือ  ไม่มีใครทำตัวเป็นคนน้ำเต็มแก้ว  หารือปรึกษากันเสมอ  ทานอาหารเที่ยงด้วยกัน ทุกคนตั้งหัวปลาไปทิศทางเดียวกันไม่แยกส่วน  มีบ่อยครั้งที่เรียกสุมหัว(โต๊ะกลม) สั้น ๆ 10 นาที  แต่มีพลัง  ใครรับไปแล้วทำจนเสร็จ  (นานแล้วที่ไม่เครียดเรื่องงาน) แม้นงานเยอะมาก ๆ ก็ตาม  ที่แน่ ๆ ทุกคนพยายามเรียนรู้เรื่องกระบวนการ KM และชอบให้ผมแสดงเสมอซึ่งผมบอกเสมอว่ามันอาจไม่ใช่ตามที่ผมทำตามที่ได้เห็นทุกอย่างทุกขั้นตอนต้องทบทวนตลอดเวลา  เพราะมีปัจจัยผันแปรได้เยอะ อย่าผิดหวังเมื่อทำไม่ได้เพราะนั้นมันเป็นบทเรียนที่หาเรียนไม่ได้  แต่มันสอนเราอยู่ในตัวมัน

           เมื่ออ่านบันทึกของน้อง"สิงห์ป่าสัก"  ก็อย่างนั้นแหละครับคนเราถ้าเกาะเกี่ยวเชื่อมโยง  หลายสิ่งหลายอย่างก็พึ่งพาอาศัยตามกฏเกณฑ์ของธรรมชาติ ทุก ๆ ฝ่ายร่วมกันได้รับประโยชน์คือ "ความสุข"