“การทำงานที่ทำให้เราใกล้ความสุขมากเท่าใด ก็ทำให้เราเข้าใกล้ความสำเร็จของงานมากเท่านั้น นี้เป็นบทเรียนจากประสบการณ์ที่ผ่านมา.....”

“ผู้ดูแลเบาหวานประจำหมู่บ้าน”

อำเภอเมือง พิษณุโลก

จากเวลาเพียงไม่มีกี่ชั่วโมง ที่ได้ฟังอาจารย์ประพนธ์ ผาสุขยืด คุณธวัช หมัดเต๊ะและทีม ถ่ายทอดความรู้  outcome mapping “แผนที่ผลลัพธ์” อาจจะไม่มากพอที่จะสามารถเข้าใจได้ทั้งหมด  ไม่ใช่เพราะถ่ายทอดไม่ดีนะคะ  แต่เพราะองค์ความรู้ เรื่องนี้ เป็นขั้นเป็นตอนละเอียด  ลึกซึ้ง  น่าสนใจ   ...อ้อเองรู้แต่ว่า  ปิ๊ง...เหมือนพบสิ่งของที่ถูกใจ   ใช่เลย  ...เอาละปีนี้จะใช้แผนที่นำทาง  การทำงาน

.....กลับมาทำงาน...อาจารย์นิพัธ  ก็นำมาถ่ายทอดซ้ำอีก   แต่ตัวเองก็จำได้แป๊บ แป๊บ  ก็ลืม  ....เหมือนโง่ๆ เอ๋อ ๆ ยังก็ไม่รู้..    ก็เลยต้องนำมาลองใช้ แบบไม่เข้าใจก็ถามดะ   ลองมานั่งเรียนรู้.....นำสู่การแทรกสิ่งที่ได้เรียนรู้  ใช่ ไม่ใช่ ถูก ไม่ถูก ไม่รู้   รู้แต่การใช้แผนที่ทำให้เรา...มองงานเป็นเรื่องเป็นราว   มอง  งานที่ดูสนุก  เพราะได้ มองหาคนร่วมทาง  และได้ใช้สตินิ่งและคิด  ว่าผู้ร่วมทาง หรืออาสาสมัครที่มา  ใครจะทำเราไปถึงฝัน  โดยที่เราและผู้ร่วมทางต่างก็ได้ เหมือนๆกัน 

 

ก็ดีนะ เพราะเวลาทำงานโครงการ กิจกรรมอะไร  ที่เวลาประชุม แล้วได้ฟังแต่ตัวชี้วัด ฟังทุกครั้งๆ แล้วจะอ๊วก    เหมือนบีบบังคับให้ทำให้ได้   ปางตายประมาณนั้น  ก่อนตายต้องทำให้ผ่านเกณฑ์  ไม่เช่นนั้น เราอาจได้ เข้าใกล้คนใหญ่คนโต  ฮ่า  ฮ่า     “ ตัวเอง  ทำ  มาย  ตัวเลขเป็นงี้...หละตัวเอง......มามะ  มาหาหน่อย      มันเครียด ไม่เห็นน่าทำเลย   บางทียังนึก  “ วัดดิฉันบ้างซิคะ..ไม่วัดชั้นมั่งหรือไง”   งานในวงการสาธรณสุข เป็นงานที่ทำกับคน ลึกซึ้ง...คนที่มีชีวิต มีความสัมพันธ์ต่อกัน  เป็นงานที่ละเอียดลออ 

“การทำงานที่ทำให้เราใกล้ความสุขมากเท่าใด ก็ทำให้เราเข้าใกล้ความสำเร็จของงานมากเท่านั้น  นี้เป็นบทเรียนจากประสบการณ์ที่ผ่านมา.....”  

“ผู้ดูแลเบาหวานประจำหมู่บ้าน”  เป็นอีกดอกผลของการปิ๊ง....งานของหมอฝน...........อยากนำการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ มาเปลี่ยนแปลงพื้นที่เล็กๆ ในหมู่บ้านสัก10 หรือ 20 หมู่บ้าน ในอำเภอเมือง พิษณุโลก ...ทำให้...บ้านนี้ บ้านนั้น ที่มีผู้ดูแลร่วมเข้าไปดูแล เป็นบ้านที่มีความสุข สังคมนี้ที่เริ่มกลับมาน่าอยู่  สัมผัสได้จาก  ความรัก ความห่วงใย ลงไปช่วยดูแล ช่วยเจาะเลือด  ดูแลเหมือนญาติ แต่ไม่ใช่ญาติ  ดูซิบ้านนี้ สังคมนี้น่าอยู่ไหม  .ตัวชี้วัดดีๆอย่างนี้.วัดไหมจ๊ะ

            เข้าเรื่อง

            จุดประกายจาก KM2DM เดือนสิงหาคม 51 ที่ได้ดู VCD ที่มีอาจารย์วัลลา แปลงร่างจากอาจารย์เป็นผู้กำกับเรื่องราว “เบาหวาน” ถ่ายทอดการทำงานของเครือข่ายเบาหวานของ “หมอฝน”  ก็เกิดอาการ มีฝันและจินตนาการ .ฝัน ฝัน หวาน..อยู่..2 เดือน  อาจารย์นิพัธ  ก็เอาไม้มาเขี่ย...แฮะ  แฮะ  ....มาสะกิดให้ตื่นจากฝัน  แล้วบอกให้ไปวางแผนการทำงานมา ...

 บ้านกร่างจึงเป็นพื้นที่นำร่องที่เริ่มทำโดยป้าเนียร พี่ปรีชา และชุมชนมาร่วมหารูปแบบ    ตอนนี้กำลังเริ่มผลิดอกออกผลเป็น seven สุขภาพ” ที่มีแกนนำมาร่วมช่วยดูแลผู้ป่วยเบาหวาน ติดตาม เจาะเลือด ทำ SMBG  ดูแลวิถีชีวิตที่ทำให้เพื่อนเบาหวานอยู่ในวังวน ของการควบคุมไม่ได้  ตั้งคลินิกในหมู่บ้าน   (รออ่านใน seven สุขภาพ ของป้าเนียร  นะคะ) โดยเริ่มในเดือน ตุลาคม 51  คะ  ...เมื่อเรามองดูแล้วเห็นว่ามีความเป็นไปได้สูงที่จะขยายที่พื้นที่อื่น ก็เริ่ม start ทำ  คะ  และก็นำสู่การวางแผนและออกแบบรูปร่างหน้าตาของโครงการและกิจกรรม

18 ธันวาคม 51 อีกละ ประชุมทีม   เปิดหนังKM2DM ได้กระท่อนกระแท่นเพราะแผ่นติด  แต่ก็ได้พื้นที่นำร่องที่เข้ามาร่วมฝันกับเรา 10 แห่ง   โอ้โห...ล้วนแต่เป็นพื้นที่ที่น่าทำอย่างมาก เพราะ หนึ่ง ปริมาณเบาหวานในพื้นที่ทะลักทลาย ชุกชุมเชียว ; สอง.คนไข้ของพื้นที่แน่นแออัดทั้งในร.พ และPCU  สาม. พื้นที่เขื่อนขันธ์ วัดจันทร์ เป็นชุมชนเมืองมาก หาเช้ากินค่ำ หาค่ำกินเช้า เบาหวานที่ใช้ยาอินสุลินแน่นที่สุดที่พื้นที่นี่ แถม...นะ  กลุ่มเบาหวานญาติทิ้ง ลูกไม่ดู ยากจนข้นแค้น  เครียดปี๊ดๆๆ ความจำเสื่อม ตาบอด อ่านหนังสือไม่ออก   จน เครียด กินเหล้า รวมพลอยู่แถวนี้เอง  

 เอาเป็นว่า ถ้าชุดนี้รวมตัวมาตรวจยกก๊วน วันเดียวกัน ก็ต้องตั้งกระปุก para ไว้ให้อาจารย์วิรัช   อ้อ และทุกจุด  ....กรึ๊บ  กรึ๊บ  “..โอ้..มาย.ก็อด  ช่วยด้วย ยาดม ยาอม ยาหม่อง ขอด่วน”

          การบ้านของ 10 พื้นที่ คือ การไปหาผู้ดูแลประจำหมู่บ้าน  ซึ่ง เรา lock  spec  ก็ลองทำโดยใช้กำหนด OUTCOME CHALLENGE ของ DP ซึ่งคือผู้ดูแลประจำหมู่บ้าน ดังข้างล่าง 

 

การจะทำได้ก็มานั่งนึก รอบด้าน 360 องศา ได้ ภาคีเครือข่าย พอหอมปากหอมคอ ดังนี้

Direct partners   ของงานนี้ ได้แก่  อาสาสมัครผู้ดูแลเบาหวานประจำหมู่บ้าน ผู้ป่วย  ญาติผู้ป่วย ทีมสุขภาพPCU  และทีมในโรงพยาบาล             ตอนแรกจะเอาใครต่อใครมาร่วมแบบ เพียบ..ไปด้วยภาคี  แต่ก็ต้องหยุดคิด แล้วตูจะไปทำไหวเหรอ  เลยเอาที่เป็นไปได้

Strategic partners   ที่ต้องทำงานด้วย    สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด  สสอ  อบต.  

 

ลองทำ และลองเลือก DP คือ ผู้ดูแลเบาหวานประจำหมู่บ้าน มา กำหนด OUTCOME CHALLENGE ของผู้ดูแลเบาหวานประจำหมู่บ้าน  ว่าเป็นยังไงดีนะ  จะเอาแบบเลิศสะแมนแตนแบบในฝัน    หรือแบบอะไรก็ได้ ใครก็ได้     หรือแบบไม่ตั้งไว้เลย    ...ก็ไม่ได้เพราะเรามีผู้ร่วมทีมทำงานหลายส่วน หลายพื้นที่   ไม่กำหนด คงมั่วตั้ว สะเปะสะปะ   พอมาลองนั่งเขียน   ก็ถามว่าผู้ดูแลเบาหวานประจำหมู่บ้าน ควรเป็นอย่างไรที่จะทำให้เราทำงานได้ดี   ..เสริมกันไปกันมา  ได้ประมาณนี้

·       เป็นที่ยอมรับของคนในชุมชน 

·       เป็นแกนนำที่ดีของชุมชน

·       เป็นเบาหวานที่ควบคุมโรคได้ดี หรือกำลังคุมได้ดี มีประวัติ HbA1c< 7.5%  ประเภทมีใจจะดูคนอื่นแต่ไม่มีใจจะดูแลตัวเองให้ดีก่อน  เราก็ขอคะ  เดี๋ยวมันดูไม่เหมาะ  

·       ต้องมีใจรักในงาน มีความตั้งใจที่จะทำงานโดยไม่หวังผล หวังผลได้แต่เป็น หวังผลเห็นรอยยิ้ม เห็นความสุข ที่เพื่อนเบาหวานควบคุมโรคได้ 

·       ต้องผ่านการพัฒนาความรู้, ศักยภาพในการดูแล และสามารถถ่ายทอดความรู้, ทักษะแก่เพื่อนเบาหวานที่จะดูแล (ข้อนี้เราต้องมาจัดอบรมอีกครั้ง)

 

เดี๋ยวลองทำ แล้วจะมาเล่า คนที่เราตามหา คนที่เราฝันถึง คนที่เราเฝ้ารอ มีคุณสมบัติที่เลิศ ประมาณนี้มีมากน้อยแค่ไหน  อะ อะ  ไม่ได้ตัง ได้แต่เครื่องตรวจน้ำตาลเป็นอาวุธ   ใครนะจะมา

อีกสองเดือนจะมาเล่าว่าเมื่อได้ทำแล้ว Progress Market ของ OC เป็นไง แต่ตอนนี้ฝันได้Love to See  คือ  เมือได้ทำแล้วอยากเห็นการช่วยเหลือเกื้อกูล ดูแลเอาใจใส่ผู้ป่วยเบาหวานในชุมชน โดยคนในชุมชนเอง  อย่างต่อเนื่อง และยั่งยืน  การช่วยเหลือเกื้อกูลของสังคมที่เราอยู่จะกลับมาง่ายขึ้น  รั้วหรือประตูบ้าน จะไม่ได้กั้นความรักของผู้คนที่มีต่อกัน  เราจะร่วมกันสร้างและทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสุขภาพที่ดี ทำให้คุณภาพชีวิตของผู้ที่เราดูแลดีขึ้น  จากกระแสความรัก ความเอื้ออาทร ที่มีต่อกัน

ความจริงที่ว่า   ...วันนี้เราสามารถเดินทางไปถึงโลกพระจันทร์แล้ว แต่เรากลับพบว่าแค่การข้ามถนนไปทักทายเพื่อนบ้านกลับยากเย็น.....จะสลายหายไป

 

ยุทธศาสตร์ที่ส่งเสริม OC และ PM

·       ทำประชาคมในชุมชน โดยทุกภาคส่วนในชุมชน

·       จัดเสริมความรู้ เพิ่มศักยภาพอาสาสมัครแกนนำในชุมชน

·       สนับสนุนงบประมาณเบื้องต้น

·       เสริมสร้างกระบานการเรียนรู้ โดยมีเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างชุมชนเพื่อขยายเครือข่าย

·       นำความรู้สู่การปฏิบัติให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของตนเอง

·       พัฒนากระตุ้นโน้มน้าวให้เกิดความแข็มแข็งของกลุ่มผู้ดูแล

·       สนับสนุนให้เกิดกิจกรรมในการดูแลตนเองแบบยั่งยืน

·       มีแนวทางในการยกย่องคนต้นแบบ, ครอบครัวต้นแบบ

 

 

มือใหม่หัดขับ.....ในเรื่องนี้คะ......  พี่โต้งขา อาจารย์นิพัธ อาจารย์วัลลา  ต้องการคำแนะนำคะ

ผู้เล่า อ้อ รัชดา