เช้าวันนี้ เวลา ๖ โมงเช้าพี่สาวจากสระบุรีมารับไปเที่ยวอำเภอท่าตะโก จังหวัดนครสวรรค์ สอบถามได้ความว่าจะไปเที่ยววัดป่าสิริวัฒนาวิสุทธิ์
คุณยายซิ่งรถไฟฟ้าไปตลาดเช้า ที่ตลาดร้อยปี
อ. สามชุก จ. สุพรรณบุรี
เราตั้งใจแวะกินข้าวเช้าที่ตลาดร้อยปีสามชุก ขับรถเข้าตลาดเราเห็นคุณยายเราก็อยากได้ภาพแต่คณะของเรายังหาที่จอดรถไม่ได้ กว่าจะได้จอดรถคุณยายก็ไปไหนต่อไหนเสียแล้ว ขากลับขณะที่รถติดในซอยเพื่อรอหลีกกัน หันไปมองข้างหลัง เฮ้ย! คุณยายขับรถมาเร็วๆๆๆๆ ลงไปขอถ่ายรูปหน่อย ถ่ายภาพเสร็จเจ้าเอ้ตากล้องเล่าให้ฟังว่า " คุณยายถามว่าจะถ่ายไปทำไม แต่คุณยายก็กรุณาถอยรถ(ออกจากซอยที่กำลังจะเลี้ยวเข้าบ้าน)และเก็กท่าให้เราได้ภาพสวยๆ "
พุทธสถานเจดีย์พุทธคยาจำลองพร้อมกับลานหยินหยาง ที่วัดป่าสิริวัฒนาวิสุทธิ์ อ. ท่าตะโก จ. นครสวรรค์ เป็นวัดที่สวยงามมาก เมื่อถึงท่าตะโกผู้ท่องเที่ยวต่างสับสนเพราะมีวัดที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งคือวัดเขาพนมฉัตร
น้องฮ่องเต้ เราพบน้องคนนี้ขณะเดินลงเขาเพื่อเดินทางกลับ แรกเห็นน้องก็หายเหนื่อยเลย เราจึงขอถ่ายภาพน้อง ใครเห็นใครทักน้องเลยทำหน้างงงง....เกือบแงแง
เครื่องมือชนิดหนึ่ง........ใครรู้ช่วยบอกด้วยค่ะ เกี่ยวข้องกับการรถไฟไทย
นี่ก็เครื่องมืออีกชนิดหนึ่ง........ของการรถไฟไทย มีภาษาไทยเขียนไว้ด้วย คือ ทางปิด ขบวนรถจะออก ขบวนรถจะถึง
นี่เจ้าเอ้ขอถ่ายภาพกับรถไฟซึ่งเป็นตู้สุดท้ายสำหรับพนักงานรักษารถของขบวนตู้สินค้า ...ลูกไม่เคยเห็นเพราะส่วนใหญ่คุ้นเคยกับตู้โดยสาร ...ที่วัดนี้ตั้งแสดงไว้ ๒ ตู้ พร้อมกับที่นั่งของผู้โดยสารที่ทำด้วยไม้(สมัยเก่า) และเครื่องมือ ๒ เครื่องที่อยู่ภาพบน
ต่อสู้เพื่อชีวิต....มะละกอต้นนี้ขึ้นอยู่กลางซอกหินและโน้มเอียงลำต้นเพื่อหาแสงแดดในการเจริญเติบโต
กลับจากวัดป่าสิริวัฒนา เราก็เลยต้องแถมขอขึ้นไปดูวัดเขาพนมฉัตร .....วัดนี้แรกเห็นต้องคิดว่าเป็นวัดสระโบสถ์ รถหลายคันหลงเข้าไปวัดนี้กันทั้งสิ้นไม่เว้นแม้แต่คณะของเรา...สอบถามจึงได้ความว่าทางเข้าต้องไปเข้าเส้นทางเดียวกับวัดดอนคา ไกลพอสมควรเชียวหละ แต่เมื่อได้ขึ้นไปแล้วก็ไม่ผิดหวังมีพระธาตุให้นมัสการด้วย.... วัดนี้ได้เงินส่งเสริมในการสร้างพุทธสถานจากคุณบุญชู โรจนเสถียร ประมาณ ๑๗ ล้านบาท เป็นเงินส่วนตัว เขาเขียนป้ายไว้ว่าอย่างนั้น.....ใครที่เคยไปนมัสการวัดพระธาตุช่อแฮ ที่ จ. แพร่ จะรู้สึกคุ้นๆ กับพุทธสถานแห่งนี้ ... เขายังสร้างไม่เสร็จ ทางขึ้นก็ชันและโค้งหักศอก ที่จอดรถก็ต้องเรียกว่ายังไม่มี เห็นมีจอดอยู่ ๔ คัน รวมทั้งของเราด้วยก็เต็มพื้นที่แล้ว
กลอง....เพิ่งเชื่อนิทานเรื่องที่นางอรพิมหนียักษ์เข้าไปอยู่ในกลองก็คราวนี้แหละ ..ดูหนังกลองน่าจะใช้หนังช้างมั้ง..ใหญ่เหลือเกิน กลองนี้อยู่ทางทิศเหนือของมณฑปที่บรรจุพระธาตุ...ลองตีดูเสียงดังไพเราะดี..ตีเสร็จแล้วจึงเห็นไม้ตีกลอง๕๕๕
ดูขนาดซิ...ใส่คนได้มากกว่า ๑ คนแน่นอน
ดอกงิ้ว ...หนึ่งเดียว....งามท่ามกลางขวากหนาม....และหุบเหว....อยู่ด้านทิศตะวันตก
ขากลับลงมาข้างล่างที่วัดดอนคาก็ได้คำตอบว่าชาวบ้านมาทำอะไรกันมากมาย...เขาบวชนาคกัน นี่คงเป็นนาคคนจนมั้ง...ถ้าคนรวยสมัยก่อนเขานั้งรถยนต์ไปวัดกันนี่นา...เจ้อูฐเล่าให้ฟังว่าเมื่อก่อนพี่ๆ เขาเราเช่นลูกป้าคนนั้นคนนี้บวชพร้อมกันสี่คนที่วัดบ้านบน ท่าน้ำอ้อย พี่ๆ เขาก็ขี่ช้างไปวัดกัน...เหอๆ บ้านอยู่ห่างวัดห่างโบสถ์ไม่ถึง ๕๐ เมตรเนี่ยนะต้องขี่ช้างไปวัด....ที่หมูบ้านดอนคา(เขาล้อ)นี่เราขับรถผ่านตอนแรกคิดว่าหมู่บ้านเล็กๆ พอขึ้นไปอยู่บนเขามองลงมาไม่เป็นอย่างที่คิด...เป็นหมู่บ้านใหญ่มีมากกว่า ๕๐๐ หลังคาเรือนและบ้านแต่ละหลังก็ใหญ่โตมีทั้งบ้านแบบโบราณและสมัยใหม่แต่สิ่งที่เขาอนุรักษ์ไว้(คิดเองนะคะ) น่าจะเป็นยุ้งข้าวเพราะเห็นมีแทบทุกบ้าน
กลับจากท่าตะโกเราก็เดินทางกลับตามเส้นทางพยุหะคีรีเพื่อความสะดวกในการเดินทาง...เราก็เลยได้แวะไปที่วัดปากคลองมะขามเฒ่าเพื่อกราบหลวงปู่สุข แล้วเจ้าเอ้ก็ได้ภาพเครื่องมือเสี่ยงทำนายโชคชะตาหรือที่เราเรียกกันว่าเซียมซี ...เขาบอกถูกใจเพราะเล็กดีและสวยงามมาก
แม่เจ้าเอ้ลองหมุนดูว่าหมุนได้จริงไหม...หมุนได้จริงและลื่นมากเรียกว่าหมุนติ้วเลยหละ แสดงว่ามีผู้คนมาเสี่ยงทายกันมาก
เจ้อูฐพี่สาวคนโตของครูพรรณา กับพี่เล็กพี่เขยผู้มีอาชีพขับรถลากไม้จากป่าต่างๆ ทั่วประเทศไทย แถมพม่า มาเลย์ และลาว...ครูพรรณาชอบฟังพี่เล็กเล่าเรื่องราวต่างๆ จากการทำงานของเขา...
สวัสดีค่ะ
สวัสดีค่ะครูคิม
* ว่างๆ เชิญเที่ยวสามชุก และท่าตะโกนะคะ
* ให้สุขกายสุขใจค่ะ
สวัสดีค่ะคุณ
คนพลัดถิ่น~ต้นตอ-natachoei(หน้าตาเฉย)
* อยู่ที่คนประสงค์จะนำมันไปใช้นะคะ
* ตอนเด็ก ๆก็เคยปั่นขนมสายไหมบ้าง โรตีสายไหมบ้าง แตงเมบ้าง
* คนขายเขาฉลาดถ้าเราปั่นได้หลายๆ อันเขาก็ห่ออันเล็กๆ ให้ ถ้าได้อันเดียวก็ห่ออันใหญ่ให้
* ให้สุขกายสุขใจนะคะ
ว๊าวๆๆๆๆๆ คุณยายซิ่ง
สวัสดีค่ะคุณ
Gutjang
* ใช่เลยค่ะแรกเห็น ว้าวๆๆๆๆ
* ยายคงนึกนะคะ เออไว้ถึงคราวพวกเอ็งบ้างเหอะ?????
* ปีใหม่นี้ให้สุขกายสุขใจตลอดไปนะคะ
http://gotoknow.org/blog/krukim/233338
เปรียบเหมือนคนค่ะ..ถ้าอยู่หนึ่งเดียวรับรองโดดเด่นแน่นอน...อิอิ
คุณพรรณา ผิวเผือก ( ไม่มีชื่อกลางครับ ) ผมอ่านแล้วมาสดุดใจตรงที่พีเขยนั้น มีอาชีพขับรถลากไม้ มหา เคยพาหลวงพ่อจากจังหวัดลำพูน มีความประสงค์ไปเยี่ยมญาติที่ประเทศกำพูชา คนจังหวัดแพร่ไปทำไม้ปาเก้ ในเขตขะเมนแดง หล่วงพ่อดีใจที่ได้พบญาติให้พระองค์ ชื่อพระรอด มหาเก็บไว้ที่บังเกอร์ลืม ยังเสียดายทุกวันนี้ วาสนาไม่มี
สวัสดีค่ะครูคิม
* แวะไปกินแมลงมาแล้วค่ะ
* อร่อยมากโดยเฉพาะไข่มดแดง มหัศจรรย์แห่งมดแดง
* ขอบคุณที่มาชวนค่ะว่างๆ ช่วยหามดเป้งมาแบ่งกันกินบ้างนะคะ
* อยากมีมากขอซะเลย ...อิอิ
สวัสดีค่ะศน.
add
* โอ...คนเดียวเด่นโดด..ยอมๆๆ...ยกให้ค่ะ
* นี่ขนาดท่ามกลางขวากหนามและหุบเหวยังไม่พ้นแม่สื่อแม่ชัก(หมู่ภมร)เลยนะคะ
สวัสดีค่ะคุณ
เหรียญชัย เหรียญชัย มาวงษ์
* เพราะเป็นพระรอดนั่นเอง..จึงรอดมือเราไปได้
* อิอิ..ล้อเล่นน่า
* อะไรที่เป็นของเราสักวันก็ต้องกลับมาเป็นของเราจนได้
* สุขกายสุขใจนะคะ
ขอลัดคิวให้อาจารย์ขจิตก่อนนะคะคุณปรีดา
สวัสดีค่ะอาจารย์ขจิต
* วันเสาร์ที่โรงเรียนวัดย่านซื่อค่ะ
* บางแม่หม้ายทางผ่านค่ะ
* โห..กามนิตไปทั้งที...ยังบางแม่หม้ายอีกเหรอนี้...อิอิ
* น้องจะเอ้กลับสารคามพรุ่งนี้เช้าแล้วค่ะ..ไม่ได้พบกันเลย
สวัสดีค่ะคุณปรีดา
* น่าคนกันเอง...ถ้าไม่กันเองไม่ทำหรอก
* เหมือนกันเองราคาพิเศษ..แพงกว่าชาวบ้าน(เพราะพิเศษค้ำคอ)อิอิ
* ภาพอะไรโ.....สมคนจริงๆ..เป็นงงจ้า
* เกิดไม่ทัน..ดีกว่าไม่ทันเกิดนะคะ ๕๕๕๕
* สุขกายสุขใจค่ะ
สวัสดีค่ะคุณ
naree suwan
* เมื่อสักครู่แอบติดรถชมดอยด้วยแล้วค่ะ
* สุขใจจริงๆ
สวัสดีค่ะคุณ
พิมญดา ศรีสวัสดิ์
* ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมน้องฮ่องเต้ค่ะ