รอบปีที่ผ่านมา การทำงานมีทั้งที่สำเร็จมาก สำเร็จน้อย

ตอนแรก

ช่วงที่ดิฉัน AAR ได้เล่าว่าในรอบปีที่ผ่านมาได้ทำอะไรบ้าง เมื่อย้ายไปทำงานที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ก็ได้พยายามเอา KM ไปใช้เป็นเครื่องมือในการทำงาน แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะวิธีคิดวิธีทำงานของคนในชุมชนนี้แตกต่างไปจากที่คุ้นเคยในวงเบาหวาน แต่ละคนดูเหมือนมีงานมากและรีบเร่ง

ดิฉันได้มีโอกาสจัดตลาดนัดความรู้งานสหกิจศึกษา (อ่านบันทึกที่ , ) ให้แก่มหาวิทยาลัย ๑ ครั้ง เป็นโอกาสที่ได้ฝึกคนของเราทั้งอาจารย์และเจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างๆ ในการทำหน้าที่ “คุณอำนวย” “คุณลิขิต” แต่การขับเคลื่อนให้เกิดเป็นเครือข่ายสหกิจศึกษาต่อไป ต้องอาศัยคนทางสหกิจศึกษาที่มีใจ

เมื่อมีโอกาสได้ conduct วงการประชุมต่างๆ เช่น เทคนิคการออกข้อสอบอัตนัย (อ่านบันทึกที่ , ) เสวนางานบัณฑิตศึกษา (อ่านบันทึกที่นี่) ดิฉันมักใช้วิธีการให้แต่ละคนเล่าเรื่องการทำงานของตนเอง คอยสรุปและตั้งคำถาม ไม่มีการอภิปรายโต้แย้ง ผู้รับผิดชอบในการจัดประชุมบอกว่าชอบวิธีการแบบนี้เพราะทุกคนได้พูด เราได้ข้อมูลไปใช้พัฒนาและจัดระบบการทำงานต่อไป

ในช่วงเวลาปีกว่าที่เข้ามารับผิดชอบบริหารงานสำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ ดิฉันได้ปรับใช้เวทีตลาดนัดความรู้ในการจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการให้แก่กลุ่ม อบต. พยาบาลและเจ้าหน้าที่ รพช. และ สอ. ในโครงการสร้างพยาบาลของชุมชน เปิดโอกาสให้อาจารย์พยาบาลได้เรียนรู้กระบวนการไปในตัว (อ่านบันทึกที่นี่)

สิ่งที่ทำอยู่ตลอดคือการบันทึกเรื่องราวการทำงานในบล็อก แม้จะบันทึกไม่ได้ทั้งหมด แต่ก็พยายามบันทึกให้มากที่สุด เมื่อเวลาประชุมอาจารย์และเจ้าหน้าที่ของสำนักวิชาก็นำเสนอบล็อกว่าได้ไปทำอะไรมาบ้าง กิจกรรมในโครงการสร้างพยาบาลของชุมชน ดิฉันก็บันทึกไว้ อาจารย์อุไร จเรประพาฬ ผู้ประสานงานโครงการชอบมาก บอกว่ามีข้อมูลอยู่ครบทำให้สรุปงานได้ง่าย

ดิฉันเชิญชวนให้อาจารย์เขียนบล็อก ผศ.ดร.นัยนา หนูนิล ให้นักศึกษาในวิชาอนามัยชุมชนเขียนอยู่ระยะหนึ่ง (อ่านบันทึกที่นี่) ส่วนอาจารย์ต่างๆ ยังตั้งท่ากันอยู่ ไม่ได้เริ่มต้นเสียที

อาจารย์หลายคนมีความกระตือรือร้น อยากเรียนรู้เรื่อง KM ปี ๒๕๕๒ น่าจะเป็นโอกาสดีที่จะเอาจริงเอาจัง นอกจากนี้ยังมีงาน “KM สุขภาวะชุมชนภาคใต้” ซึ่งได้รับงบประมาณจากสำนัก ๓ ของ สสส.ที่ต้องดำเนินการ

สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เป็นสถาบันหนึ่งในเครือข่ายพยาบาลศาสตร์เพื่อการสร้างเสริมสุขภาพ (พย.สสส.) ดิฉันรับผิดชอบเป็นประธานทีมอนุกรรมการจัดการความรู้และเครือข่าย จึงมีเวทีเรียนรู้เรื่อง KM (อ่านบันทึกที่ , , , ) และตลาดนัดความรู้ย่อยๆ ให้อาจารย์จากสถาบันการศึกษาต่างๆ ได้ทำความรู้จักกับเครื่องมือ KM (อ่านบันทึกที่ , )

ดิฉันยังคงทำงานเบาหวานอยู่ ผู้บริหารระดับสูงของมหาวิทยาลัยก็ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ แต่กิจกรรมลดระดับความบ่อยลงไปเพราะต้องให้ความสำคัญกับหน้าที่หลัก

ปี ๒๕๕๒ เราจะมีโอกาสจัด DM Walk Rally ในงานประชุมวิชาการ HA Forum เดือนมีนาคม และจะจัด KM เบาหวาน-ความดันโลหิตสูง ๔ ภูมิภาค รวมทั้งมหกรรมการจัดการความรู้อีกเช่นเคย

น่าดีใจที่ VDO เปิดงานมหกรรม KM เบาหวานครั้งที่ ๒ เรื่อง "สมดุลของความรู้ สมดุลของชีวิต สมดุลของระบบสุขภาพ" ได้รับความนิยมและมีการใช้ในเวทีต่างๆ ทั้งในการประชุมและในการเรียนการสอน ขณะนี้เรามี version ที่มี subtitle ภาษาอังกฤษและได้เผยแพร่ให้ชาวต่างชาติได้รู้จักแล้ว

หนังสือ “เรื่องเล่าเบาหวาน : เรียนรู้ร่วมกันผ่านการปฏิบัติ” ที่เหลืออยู่ที่ดิฉันก็หมดแล้ว ล่าสุดคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวรได้สั่งซื้อให้นักศึกษาแพทย์จำนวน ๑๕๐ เล่ม

รอบปีที่ผ่านมา การทำงานมีทั้งที่สำเร็จมาก สำเร็จน้อย (ไม่ค่อยสำเร็จ) ปี ๒๕๕๒ ดิฉันก็จะยังคงใช้ KM ในการทำงานต่อไปและตั้งใจจะทำให้ดีกว่าที่ผ่านมา

วัลลา ตันตโยทัย