เพิ่งเห็นดอกสาละ เต็มๆ ตา ครั้งแรกค่ะ ตื่นเต้นค่ะ

 

  • สวัสดีค่ะ วันนี้ทุกคนคงกำลังฉลองวันสิ้นปี และต้อนรับปีใหม่กับครอบครัวกันอยู่นะคะ
  • มาดูของฝากจะสุพรรณบุรีกันนะคะ  เป็นจังหวัดหนึ่งค่ะ ที่ดิฉันแวะไปท่องเที่ยว ก่อนจะไปภาคเหนือค่ะ

หลายๆ ท่านคงได้ไปแวะเยี่ยมโบราณสถานแห่งนี้กันแล้วนะคะ

อ่านประวัติศาสตร์ของชาติไทยกันแล้ว .. รู้สึกอย่างไร ... สำหรับดิฉันแล้ว ... การที่เราอยู่เป็นสุข สบายกันทุกวันนี้ เราเป็นหนี่บุญคุณอันใหญ่หลวงต่อบรรพบุรุษของชาติเราในสมัยโบราณค่ะ

 

 

เจดีย์เก่าแก่ ควรค่าแก่การอนุรักษ์ไว้ค่ะ  แต่น่าจะมีการทะนุบำรุงให้มากกว่านี้นะคะ

 

 

ดิฉันมาที่นี่ตั้งแต่ยังสร้างไม่เสร็จค่ะ  มาครั้งนี้สร้างเสร็จสมบุรณ์สวยงามยิ่งใหญ่มากค่ะ

 

 

สีสรรสวยงามค่ะ

 

 

ตัวต่อยักษ์ค่ะ 

 

 

คุ้มขุนแผนค่ะ  เป็นเรือนไม้แบบไทยโบราณ ท่ามกลางบรรยากาศอันร่มรื่นค่ะ

 

เที่ยวไป ทำบุญ ทำทานไปค่ะ  กับปลาสวายยักษ์เต็มแม่น้ำเลยค่ะ

 

เพิ่งเห็นดอกสาละ  เต็มๆ ตา ครั้งแรกค่ะ  ตื่นเต้นค่ะ

ดอกกำลังบานพอดีค่ะ

 

มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ค่ะ

 

 

นำเอาข้อมูลเกี่ยวกับดอกสาละในพระพุทธศาสนามาฝากนะคะ ข้อมูลจาก forward mail ค่ะ

สาละ เป็นคำสันสกฤต อินเดียเรียกต้นสาละว่า "Sal" เป็นไม้ที่มีความสำคัญเกี่ยวข้องกับพระพุทธเจ้าโดยตรง ท้งตอนประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน มีความสำคัญในพุทธประวัติดังนี้

ตอนพระพุทธเจ้าประสูติ
ก่อนพุทธศักราช 80 ปี พระพุทธมารดาคือพระนางสิริมหามายาทรงครรภ์ใกล้ครบกำหนดพระสูติการ จึงเสด็จออกจากกรุงกบิลพัสดุ์ เพื่อไปมีพระสูติการที่กรุงเทพวทหะ อันเป็นเมืองต้นตระกูลของพระนาง ตามธรรมเนียมประเพณีพราหมณ์ เมื่อขบวนเสด็จมาถึงครึ่งทางระหว่างกรุงกบิลพัสดุ์กับกรุงเทวทหะ ณ ที่ตรงนั้นเป็นสวนมีชื่อว่า "สวนลุมพินีวัน" เป็นสวนป่าไม้ "สาละ" พระนางได้ทรงหยุดพักอิริยาบท (ปัจจุบันคือตำบล "รุมมินเด" แขวงเปชวาร์ ประเทศเนปาล) พระนางประทับยืนชูพระหัตถ์ขึ้นเหนี่ยวกิ่งสาละ และขณะนั้นเองก็รู้สึกประชวรพระครรภ์ และได้ประสูติพระสิทธัตถะกุมาร ซึ่งตรงกับวันศุกร์เพ็ญเดือน 6 ปีจอ ก่อนพุทธศักราช 80 ปี คำว่าสิทธัตถะแปลว่า "สมปรารถนา"

อีกตอนหนึ่งก่อนที่เจ้าชายสิทธัตถะจะตรัสรู้
เมื่อพระองค์เสวยข้าวมธุปายาสที่บรรจะอยู่ในถาดทองคำของนางสุชาดาแล้ว ได้ทรงอธิษฐานว่า ถ้าพระองค์ได้สำเร็จพระโพธิญาณ ขอให้การลอยถาดทองคำนี้สามารถทวนกระแสน้ำแห่งแม่น้ำเนรัญชลาได้ เมื่อทรงอธิษฐานแล้วได้ทรงลอยถาด ปรากฎว่าถาดทองคำนั้นได้ลอยทวนกระแสน้ำ จากนั้นพระองค์เสด็จไปประทับยังควงไม้สาละ ตลอดเวลากลางวัน ครั้นเวลาเย็นก็เสด็จไปยังต้นพระศรีมหาโพธิ ประทับนั่งบนบัลลังก์ภายใต้ต้นโพธิ และได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในเวลารุ่งอรุณ ณ วันเพ็ญเดือน 6

ตอนสุดท้ายที่พระพุทธเจ้าจะเสด็จดับขันธปรินิพพาน
เมื่อพระพุทธเจ้า พร้อมด้วยพระภิกษุสงฆ์สาวก เสด็จถึงเขตเมืองกุสินาราของมัลละกษัตริย์ ใกล้ฝั่งแม่น้ำหิรัญวดี พระองค์ทรงเหน็ดเหนื่อยมาก จึงมีรับสั่งให้พระอานนท์ ซึ่งเป็นองค์อุปัฏฐากปูลาดพระที่บรรทม โดยหันพระเศียรไปทางทิศเหนือ ระหว่างต้นสาละทั้งคู่ แล้วพระองค์ก็ทรงสำเร็จสีหไสยาสน์ โดยพระปรัศว์เบื้องขวา (นอนตะแคงขวาพระบาทซ้ายซ้อนทับพระบาทขวา) และแล้วเสด็จเข้าสู่พระปรินิพพาน

 

 

จนกว่าจะพบกันใหม่นะคะ

โชคดีปีใหม่ค่ะ