(๑)   ปิ้กบ้านเฮา

วันหยุดยาว(ทางการ) + วันหยุด(อย่างไม่เป็นทางการ)  รวมแล้ว ทำให้ผมต้องตัดสินใจกลับบ้านเกิด ทั้งที่รู้ว่าบ้านเกิด "เมืองปาย"  คนคงแน่นเอี้ยด รถติดบนดอย บรรยากาศเหมือนเมืองหลวงแน่นอน

เมืองเล็กที่แทรกตัวอยู่ท่ามกลางใอหมอก และ ขุนเขา  - - - "ปาย"  ยังคงมนต์เสน่ห์ ตามกระแสการท่องเที่ยวในทุกๆปี ในปีนี้ก็ไม่ได้จางไป กระแสที่เพิ่มความแรงให้กับการท่องเที่ยวแม่ฮ่องสอน จากภาพยนตร์โรมานซ์เรื่องล่าสุด "แฮปปี้เบริ์ดเดย์" เหมือนจะช่วยส่งให้แม่ฮ่องสอนโดดเด่นมากที่สุด สำหรับทางเลือกการเที่ยวของคน พ.ศ.นี้

ผมแบกเป้วิ่งขึ้นรถที่ หมอชิต อย่างไม่กังวลมากนัก เพราะจองตั๋วได้ แต่ไม่ได้กลับบ้านหรอกครับ แอบวิ่งนอกเส้นทาง ไปนอนชมดาวที่เมืองเล็กๆ จังหวัดหนึ่งทางเหนือ ที่ผมเลือกไว้เสมอเวลาอยากพักผ่อน สักคืนสองคืน ค่อยไปเชียงใหม่และต่อรถเข้าปาย

ทำใจ ไว้ล่วงหน้าแล้วครับ...ว่า การเดินทางไปบ้านคงทุลักทุเล น่าดู...

โทรบอกคุณแม่ว่า หากกลับไม่ได้ไม่มีรถ จะกลับบ้านช่วงอื่นนะ...

นั่งรถไปถึง สถานีขนส่งอาเขต บ่ายสองโมง ได้รถไปปาย เกือบห้าโมงเย็น ถึงแม้ว่ามีรถตู้วิ่งทุก ๑๕ นาที ในช่วงพีค เช่นช่วงนี้ ...คนเยอะจริงๆ ทุกคนต่างมุ่งหน้าไป ปาย

(๒) นักท่องเที่ยว มิตรนิรนาม

ได้รถ...และขอหลับ อ่อนเพลียเหลือเกิน มีมิตรนิรนามมาทักทาย เป็นเรื่องปกติของนักเดินทางแบกเป้

"มาปายกี่ครั้งแล้วครับ" หนุ่มสวมแว่น(เหมือนผม) ถามแทรกขึ้นระหว่างรอยต่อของการพบกันใหม่ของคนแปลกหน้าในรถตู้ที่นั่งแนบชิด

"อืม..ผม คนปายครับ"   ยิ้ม....และ ยิ้ม :)  :)   ^__"

"ฮ้า...!!! จริงหรือคิดว่า คนกรุงเทพฯมาเที่ยวปายเหมือนกัน "  หนุ่มแว่น ท่าทางแปลกใจเอาอย่างมาก ...สังเกตว่าแววตาเขามีคำถามมากมายที่จะถามผม ...และไม่ผิด เขาระดมยิงคำถาม "ยอดฮิต" และผมก็ตอบคำถามยอดฮิตนั้น อย่างชำนาญ...

ไม่น่าเชื่อว่า มืดค่ำกลางดอย มีรถขับตามกันเป็นสาย ตามแสงไฟ ไม่มีใครแซงกันได้ เพราะถนนบนดอยมันชันและคดเคี้ยว คนในรถบางคนเริ่มมีอาการเมารถ นึกถึงวลีที่เขียนสนุกๆสกรีนบนเสื้อยืด "กว่าจะถึงปาย เกือบตายที่กลางทาง"  ผมยิ้มๆในความมืดของค่ำคืน และให้กำลังใจนักเดินทางทุกคนที่เก็บเอาเมืองปายเป็นทางเลือกของวันหยุดยาว...

ผมคิดว่า แม้คนจะเยอะ แต่เขาก็ไม่ผิดหวังหรอก...เขาจะกลับบ้านด้วยมี "ปาย" อิงแอบในซอกหนึ่งของใจแน่นอน

(๓) ปาย - บ้านของเรา...

ปายเปลี่ยนไป...ปายเปลี่ยนไป

แสงไฟพราว ...สวยงามแต่งแต้มเมืองเล็กๆกลางหุบเขา เป็นภาพที่ผมมองผ่านกระจกรถ ก่อนที่จะถึงปาย ๒๐ กิโลเมตร ...วิวแสงไฟ ดารดาษนั้น ทำให้ผมนึกรักเมืองเล็กๆบ้านเกิดผมมากขึ้น ...

รถตู้...(ขับวิ่งของผม) ขับมาถึง สะพานประวัติศาสตร์สงครามโลก ที่นี่มีแต่แสงไฟระยับ สวยงามเหลือเกิน...ในอดีตผมเห็นเพียงสะพานเก่าๆ ที่ขี่จักรยานไปเมื่อไหร่หวาดเสียวตกร่องไม้สะพานทุกที..

ก่อนหน้านี้สองวัน แม่โทรมาบอกผมว่า "บ้านเรามีแขกนักท่องเที่ยวมาพัก"

ทันสมัยมาก...บ้านผมเป็น "โฮมสเตย์" (บ้านพักสัมผัสวิถีชาวบ้าน) หรือ Stay at Home

บ้านของผม กับ ห้องที่ใช้เป็นโฮมสเตย์

(๔) โฮมสเตย์ "บ้านฉัน"

จริงๆผมรู้สึกแปลกแยกกับโฮมสเตย์มากพอสมควร ผมคิดว่า "ความเป็นส่วนตัว" ของผมหายไปเมื่อต้องมาอยู่ร่วมกับคนแปลกหน้า ....

แต่คิดอีกที...ก็สงสารนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวปาย กว่า ๗๐๐ รายที่ไม่มีที่พัก (ข่าวจาก สถานีวิทยุท้องถิ่นเมืองปายเช้าวันนี้)  บ้านผมจึงเป็นทางเลือกของรีสอร์ทที่มักพาแขกมาส่งเสมอไม่ขาด..

"มีนักท่องเที่ยว ประมาณ ๖ คน มาพักที่บ้าน กางเต้นท์ที่สนามหน้าบ้านด้วย พักสองคืนเพิ่งกลับ"  แม่โทรบอกให้ผมสองวันก่อน

วันนี้แม่ก็โทรบอกผมก่อนที่จะเดินทางกลับบ้านว่า "บ้านเรามีแขกมาพักคนใหม่อีกแล้ว คราวนี้เป็นครอบครัว สามคนแม่ลูก รู้สึกว่าเป็นรองอธิบดี"

แม่บอก...ผ่านสายโทรศัพท์   ผมก็ครุ่นคิดหนัก ว่าบ้านเราจะสะดวกสบายเพียงพอกับท่านๆหรือไม่ ก็ไม่รู้ รู้เพียงแต่ว่า เราเตรียมห้องพักที่สะอาด(มากๆ) ห้องน้ำ ที่สะอาด ห้องโปร่ง โล่ง  แถมรอยยิ้มและความเป็นกันเองของเจ้าของบ้าน...คิดว่าเราต้อนรับเขาให้ดีที่สุด ให้เขาได้ผ่อนคลาย ...และสุดท้ายนักท่องเที่ยวก็คงประทับใจ..

ผมมาทันนักท่องเที่ยวที่บอกว่าเป็นรองอธิบดี...ก็ได้สนทนาพูดคุย ทั้งในช่วงกลางคืน และ ช่วงเช้า เป็นกันเอง เขารู้สึกผ่อนคลายและมีความสุข ...เท่านี้ผมก็คิดว่า เราช่วยดูแลชื่อเสียงของบ้านเกิดของเรา"ปาย" ได้ด้วย ...อย่างน้อยมิตรภาพเล็กๆที่เราหยิบยื่นให้เขา เขาก็ประทับไว้ในใจ

....

เช้านี้นักท่องเที่ยวโบกมือ อำลา เรากลับกรุงเทพแล้วครับ

สายๆ....วันเดียวกัน (วันนี้)

รถสีบรอนซ์คันหรู ...ขับมาเทียบจอดหน้าบ้าน มาสอบถามว่าที่นี่มีที่พัก..หรือเปล่า??

เขาให้ข้อมูลว่า มีคนแนะนำให้มาพักแบบโฮมสเตย์ที่บ้านของผม ...เลยมาตามคำแนะนำ

ในช่วงแรกคิดว่าไม่รับแล้ว แต่ดูสายตาละห้อยของนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยว และไม่มีที่พักก็คงเคว้งคว้าง ผมเลยเชิญขึ้นมาบนบ้านก่อน เพื่อดูห้องหับไปพลาง เพื่อการตัดสินใจ ...ปรากฏว่า  นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ชอบ อยากขอพัก และบอกว่าขอพัก สองสามคืนได้ไหม...!!!

แบบนี้ต้องเรียกว่า งานเข้า...

บอกตรงๆว่าสงสารนักท่องเที่ยวครับ โดยเฉพาะที่มาเป็นครอบครัว ที่ไม่สามารถจองห้องพักได้ คราจะนอนเต้นท์เหมือนหนุ่มสาวที่มาแบบง่ายๆก็ไม่ได้ เพราะมีเด็ก... ผมเลยตกลงให้พักได้ตามสบาย บอกกับพวกเขาว่า บ้านของผมรับรองแบบกันเองนะครับ...

เด็กน้อยที่มาด้วยวิ่งเล่น ในโถงกว้างอย่างพึงใจ เสียงหัวเราะเอิ้กอ้าก...ดูท่าทางเด็กน้อยจะชื่นชอบลานกว้างที่บ้านผม 

ตกลงผมรับเช็คอิน...นักท่องเที่ยวชุดใหม่ของผมวันนี้เเล้วครับ

โฮมสเตย์ของผม..

พรุ่งนี้ ต้องรอต้อนรับพี่บุญญฤทธิ์ P ที่จะมาเยือนเมืองปายพร้อมครอบครัว แต่โชคดีที่ผมได้จองห้องพักให้พี่บุญญฤทธิ์เรียบร้อยแล้ว...และผมอาสาเป็นมัคคุเทศน์ท้องถิ่นให้ครับ...

เรื่องราวความเป็นไปของการกลับบ้านเกิด...ที่บ้านของผมกลายเป็นโฮมสเตย์ในครั้งนี้ ทำให้ ปีเก่า และช่วงรอยต่อของปีใหม่คึกคัก...ไม่น้อยเลยทีเดียว

ข่าวแว่วมาว่า countdown ที่ "ปาย" ในคืน ๓๑ คืนนี้ ไม่ธรรมดา...

นักท่องเที่ยวที่มาเยือนปาย ขอให้มีความสุขกับการท่องเที่ยว ชื่นชมธรรมชาติและวัฒนธรรมที่ปายนะครับ แม้ว่าคนอาจเยอะบ้าง เราคนปายก็พยายามหยิบยื่นไมตรีให้ท่านเสมอๆ อย่างน้อย เราก็มี "รอยยิ้ม" อันแสนบริสุทธิ์ ให้ทุกท่านครับ

และในโอกาสวาระดิถีนี้

ขอสวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๒ ทุกท่านครับ...