เขาเป็นพี่น้องร่วมชาติของเราจริงๆค่ะ
ขอเล่าเรื่องการไปออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ กับสมาคมเพื่อนแพทย์ไร้พรมแดนกันต่อนะคะ
ในที่สุดก็เป็นไปตามคาดเดา คือเราต้องเดินเท้าไปอีก 3 กม.(แม้ว)จึงจะถึง มีรถที่พอจะไปได้ตามที่บอก แต่ก็ต้องบรรทุกสิ่งของ เครื่องยาต่างๆ เราจึงคัดผู้ที่อาจเดินไม่ไหว ไปก่อน เริ่มด้วยอาสามัครที่มีโรคประจำตัว(มะเร็ง) สองคน ถึงเขาจะมีอาการกระฉับกระเฉงอยู่ แต่เราก็อยากให้ร่างกายเขา ได้รับการดูแลมากกว่านี้ จากนั้น ก็เป็นผู้สูงวัยบ้าง ที่เหลือ เดิน
ในระหว่างทาง เรายังเดินไปทันรถที่นำหน้าไปก่อน แต่ติดโคลน ถนนลื่น จึงต้องเฮโลส่งท้ายรถกันไปอีก ที่นั่น ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ วิทยุสื่อสาร ก็ได้เฉพาะพวกเราเอง แต่ผู้เขียนไม่รู้ว่า ที่นี่ผู้นำทางเรา ที่เป็นผู้ใหญ่บ้าน และพระเขาสื่อสารกันแบบไหน เพราะไม่นาน ก็มีรถจาก สจ. อบต. นำรถโฟร์วินไดร์ ลงมารับพวกเราไป
ระหว่างทางที่เราเดินนั้น ผู้เขียนรู้สึกได้ถึงความมีจิตใจ ที่ผ่องใสของทุกคน มีแต่การให้กำลังใจซึ่งกันและกัน มีแต่ความห่วงใยผู้รอคอย เพราะยาและเวชภัณฑ์คงไปถึงแล้ว แต่หมอยังย่ำต๊อก บนถนนสายทำมือนี้อยู่เลย
ก่อนขึ้นมาที่นี่ เราได้มีโอกาส แวะไปนมัสการ พระเดชพระคุณพระพิศาลประชานุกูล ผู้นำที่ยิ่งใหญ่ แห่งอาศรมธรรมจาริกแม่สลิดหลวง ที่ต้องจดจำชีวประวัติท่านไว้ตลอดการ เพราะท่านเป็นผู้ชักชวน ชาว ปะวากะญอ ขุดถนนเส้นทางสำคัญ เพื่อใช้ในการเดินทาง ติดต่อกันระหว่างอำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก ถึง อำเภอ อมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ เป็นระยะทาง ที่ยาวถึง 110 กม. ยังเหลือระยะทางอีก 15 กม. จึงจะเชื่อมต่อ สองอำเภอนี้ ได้เสร็จสมบูรณ์ รับการขนานนามจากสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดปาก น้ำภาษีเจริญ เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ ว่า ถนน "พุทธวิถี" เพื่อแก้ไขปัญหานานับประการของพี่น้องชาวไทยภูเขา และยังอำนวยประโยชน์ให้ทางการสามารถเข้าไปดูแลพื้นที่ได้อีกด้วย
เริ่มดำเนินการขุดถนนตั้งแต่ในวันที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2541 เป็นต้นมา
ถนนที่ท่านเจ้าคุณฯ ท่านคิดจะสงเคราะห์ชาวไทยภูเขา ให้มีทางเดิน แทนการลัดเลาะ หุบเขายามเดินทาง ไม่นึกว่า แล้ววันหนึ่ง ผู้เขียน และหมู่คณะ จะได้มาอาศัยเส้นทางสายนี้ เพื่อไปสร้างคุณงามความดี ต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ดังนั้นจิตใจของผู้เขียน จึงรู้สึกเบิกบาน ทุกขณะก้าวที่เดินย่ำไป และหมู่คณะก็คงรู้สึกเช่นเดียวกัน
ถ้าจะถามว่า ใจสู้หรือเปล่า คงตอบได้โดยไม่ต้องคิดว่า สู้เสมอ เพราะการต่อสู้ความรู้สึกยากลำบากครั้งนี้ คงไม่เทียบเท่า เศษหนึ่ง ส่วนล้าน ของท่านเจ้าคุณ และชาว ปะวากะญอ ที่ลงแรงกาย ใจ ขุดถนน ให้เราเดิน
ผู้เขียนไปถึงที่หมายด้วยรถของ อบต. เป็นชุดสุดท้าย หลังจากเดินทางด้วยเท้ามาไกลถึง 1 กม.เศษ
และแล้ว เวลาแห่งการเป็นผู้ให้ก็เริ่มขึ้น นับเป็นช่วงเวลาที่รอคอยของทุกคน ในการมาครั้งนี้
ในอาคารศูนย์การเรียนชุมชน แคบๆ เก่าๆ หลังนี้ ที่ทั้งผู้ให้ และผู้รับ มารวมตัวกัน อย่างหนาแน่น เพราะ ภายนอกนั้น ฝนยังไม่ขาดเม็ดเลย การสื่อสารต้องใช้ล่าม คือครู และพี่เลี้ยงศูนย์เด็กเล็ก ที่พูดได้ทั้งไทย และพื้นเมือง เป็นบรรยากาศที่อบอุ่นใจเป็นพิเศษ
เจ้าของเท้าคู่นี้ ดูช่างเหน็ดเหนื่อยทุกข์ยาก ขาดแคลน เหมือนอยู่คนละแดนดินกับเรา แต่พวกเขา มีบัตรประชาชน 13 หลัก ที่แสดงตนเป็นคนไทยทุกคน มีสิทธิและหน้าที่ เท่าเทียมกับเราทุกประการ ความเพียงพอและความเป็นสุขของเขา เท่านั้นที่อาจแตกต่างกับพวกเราอย่างสิ้นเชิง เขาเป็นพี่น้องร่วมชาติของเราจริงๆค่ะ

ภาพนี้ผู้เขียนแอบถ่ายไว้ ขณะที่เสร็จสิ้นภารกิจ คุณหมอได้นั่งเป่าเครื่องดนตรี ด้วยท่วงทำนองอันไพเราะ น่าฟัง จนหนูน้อยชาวเขา ประทับใจ
เกาะขาแหงนหน้าฟังเพลงอย่างเพลิดเพลินจำเริญใจ
***ดูเหมือนความสุข จะไม่ได้อยู่ไกลเกินไขว่คว้าเลย
ความสุขไม่ได้หายาก หรือมีพรมแดนขวางกั้น
แต่ความสุขอยู่ใกล้ จนสัมผัสได้ด้วยใจเราเอง***
เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจในวันนั้น ทุกอย่างน่าจะจบลงด้วยดี
ถ้า......
เราไม่ต้องเดินทางกลับ ถนนสายทำมืออีกครั้ง
บันทึกหน้า ขอนำเรื่องราวตอนจบมาฝาก เป็นการส่งท้ายปีเก่ากันค่ะ








เออ...กว่าจะเดินมาถึงนะคะเนี่ย...
มีความสุขในการทำงาน
คุณความดีคุ้มครอง นะคะ
ตามมาอ่านต่อ ตอนที่2
ชีวิตที่เลือกไม่ได้ จงภูมิใจในชาติกำหนิดและมาตุภูมิ
ความสุขความทุข์..อยู่ที่ใจ
ขอบคุณมาก ที่นำเรื่องดีๆมาแบ่งปัน
สวัสดีค่ะคุณnuch
สวัสดีปีใหม่เช่นกันค่ะ
ส.ค.ส. ที่น่ารักมาก
ขอให้ผู้ส่งมาได้รับความสุขกลับไปด้วยนะคะ
ให้มีความสุขที่ละเอียดยิ่งๆขึ้นไปทุกปีค่ะ
สวัสดีค่ะคุณadd
เท้าคู่นี้ แสดงถึงความเหน็ดเหนื่อยได้จริงๆ
ส่วนรองเท้านั้น ก็สมบุกสมบันไม่แพ้กัน
จึงเป็นเรื่องของคน ที่ควรจะแบ่งปันกันค่ะ
ขอบคุณคุณadd
ที่ติดตามอ่านเรื่องราวค่ะ
สวัสดีค่ะคุณ@..สายธาร..@
ขอบคุณหัวใจทั้งสามดวงค่ะ
ถ้าหัวใจดวงเดืยว คงจะว้าเหว่มาก
สุขสันต์ วันเริ่มต้นปีนะคะ
สวัสดีค่ะคุณนายประจักษ์~natadee
รางวัลใจที่มอบให้มา
ได้รับแล้ว ด้วยความรู้สึกยินดี
ขอบคุณมิตรภาพ และน้ำใจค่ะ
สวัสดีค่ะพี่เกษตรยะลา
จริงๆด้วย
สุข ทุกข์ อยู่ที่ใจ
เขาก็ีความสุขตามอัตภาพ
สิ่ที่ขาดแคลน ก็ยังขาดแคลน
แต่การยอมรับสภาพ ทำให้เขาก็ไม่ได้ฟุ้งซาน เปรียบเที่ยบอะไร
แต่ก็ยินดี ที่เราไปเยี่ยมเยียน แบ่งปันค่ะ