ความจริง ความดี ความงาม

สองวัน..ที่เต็มไปด้วยความรัก ความอบอุ่น อิ่มเอมในหัวใจของการทำงานในรอบปีที่ผ่านมา คงจะเป็นสองวันนี้กระมัง ที่ได้รวบรวมผสมผสานความคิด ความทุ่มเทและความตั้งใจของฉัน ในการทำงานการพัฒนาโรงพยาบาลคุณภาพด้วยความรัก โดยการนำแนวคิดของการบริการด้วยหัวใจของความเป็นมนุษย์ หรือความเป็นคนธรรมดาๆ ของคนนี่แหละเป็นตัวเดินเรื่อง อาจารย์ท่านหนึ่งบอกว่าการพัฒนาคุณภาพด้วยความรัก เป็นชื่อที่ฟังแล้วเข้าใจชัดเจนว่าความรัก..นำพาให้ทำได้ทุกๆสิ่งค่ะ เพราะความรักเป็นสิ่งที่จะก่อให้เกิดและจุดประกาย การทำความดี การทำได้ทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน เพราะเรามีความรัก ความเอื้ออาทร เมตตากรุณาต่อเพื่อน พี่น้อง ผู้ร่วมงาน ตลอดจนผู้ทุกข์ยาก ผู้ทุกข์ทรมานจากความเจ็บป่วย สิ่งนี้เองที่เป็นแรงขับเคลื่อนที่จะทำให้เราจะดูแลรักษาพวกเขาให้ดีที่สุด เพราะเราคือแพทย์ พยาบาล คงไม่มีใครทำหน้าที่ได้ดีเท่าเราอีกแล้ว ตลอดระยะเวลาเกือบปีที่ได้เรียนรู้กับเรื่องราวของความดีงาม ความรัก ของคนทำงานในรพ.ทำให้ได้พบว่าความดีมีอยู่ในทุกคนในทุกแห่ง ทุกรพ.ไม่ว่ารพ.นั้นจะผ่านการับรอง หรือยังไม่ผ่านการรับรองคุณภาพก็ตาม เรา...หมายถึงสถาบันฯและพอลล่าในฐานะที่ปรึกษามีหน้าที่ชื่นชม และเห็นคุณค่า..ของเขา เพื่อให้เกิดการงอกงามและขยายความดีออกไปอย่างไม่รู้จบ...และสิ่งนี้เองที่จะเป็นจุดเชื่อมของความยั่งยืนของการพัฒนาในทุกๆเรื่องและสูงสุดคือการพัฒนาจิตใจของคนให้สูงขึ้นเป็นจิตวิวัฒน์...ต่อไป

วันที่ 24 - 25 ธันวาคม ที่ผ่านมา สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล หรือพรพ. ได้จัดให้มีเวทีเล่าเรื่องการทำงานของคนในวงการสาธารณสุข ที่ได้ทำงานด้วยหัวใจในการดูแลผู้ป่วย ตลอดจน ญาติ ชุมชนที่เกี่ยวข้องด้วยหัวใจจำนวน 10 เรื่อง โดยเป็นเรื่องราวที่ได้คัดเลือกจากผลงานเรื่องเล่าทั้งสิ้นจำนวน 800 กว่าเรื่องที่รพ.ทั่วประเทศได้ส่งมายังสถาบันฯ

การประชุมครั้งนี้เราได้สร้างบรรยากาศของการเรียนรู้ที่แปลกใหม่ ที่ไม่คุ้นชินมาก่อน เดิมทีเรามักจะเรียนรู้กันจากเอกสารเป็นเล่มหนาๆ ผู้เข้าประชุมมารับเอกสาร รับประทานอาหารว่างแล้วก็กลับรพ. กลับไปก็อาจจะลืมสิ่งที่ได้มาฟังในห้องไปแล้ว.... แต่ครั้งนี้ เราไม่มีเอกสาร เราไม่มีกำหนดการ ไม่มีพันธนาการใดๆ กับผู้เข้าร่วมประชุม ว่าต้องอ่าน ต้องทำการบ้าน ต้องเลิก พัก เข้าประชุมตรงเวลา และอย่ากลับก่อนเวลา... แต่น่าแปลกใจเป็นอย่างยิ่ง ตลอดสองวันที่ผ่านมา ทุกคนนั่งฟังนิ่ง สงบ ฟังอย่างตั้งใจ และไม่กลับก่อนเวลาเลิกประชุม ขนาดท่านรองผอ. กล่าวปิดประชุมแล้วเขาก็ยังไม่ลุกกลับบ้านกัน ...คงจะเป็นนิมิตหมายที่ดี ที่เราจะได้เรียนรู้กันอย่างแท้จริง เรียนรู้จากสิ่งดีงาม จนเกิดการเปลี่ยนแปลงในตนเอง...ความดีมีอยู่แล้วในทุกคน พอลล่าเชื่ออย่างนั้น นอกจากรพ.แล้วเรายังสร้างบรรยากาศที่ก่อให้เกิดสุนทรียภาพ โดยการมีการแสดงดนตรี ศิลปะ วาดภาพตามจินตนาการของทุกคนได้ มีบูธนิทรรศการของเด็กๆ น้องๆ จากรร.ชลบุรีสุขบถ “คุณครูชบา” คุณครูผู้ซึ่งเปิดโลกใบใหม่ให้กับพวกเขาได้แสดงศักยภาพที่แท้จริงของเขาออกมา ถึงแม้เขาจะไม่ใช่เด็กเรียนเก่งแต่เขาก็สามารถทำเรื่องอื่นๆ ได้ดี.. น้องๆภูมิใจในงานที่เขาทำมาก เขาสามารถหารายได้เพื่อช่วยเหลือสุนัขจรจัดที่ถูกนำไปทิ้งไว้ที่วัดได้ จนเกิดกิจกรรมดีๆ ขึ้นอีกมากมายซึ่งเป็นกิจกรรมที่น้องๆ เขาคิดด้วยตัวเขาเอง

มาพัฒนาสมองซีกขวากันบ้าง ค่ะ

สองวันแห่งความอิ่มเอมนี้จะเล่าอย่างไรดีให้หมด.....กับความประทับใจที่เกิดขึ้น ..ในวันแรกช่วงเช้าเรานำเข้าสู่การประชุมด้วยดีวีดีของรพ.ลำพูน ซึ่งเป็นการทำงานของแพทย์ พยาบาล ตลอดจนช่างซ่อมบำรุงที่คิดวิธีการที่จะทำเพื่อผู้ป่วย ทำให้เขามีความสุข รักผู้อื่นได้โดยไม่มีข้อแม้ มีความเมตตา ซึ่งเริ่มจากจุดเล็กๆ และพยายามจะสร้างและขยายออกไปให้มากขึ้น เรื่องราวดีๆ นี้ได้ดูครั้งใด ก็ประทับใจทุกครั้ง...ดูกี่รอบก็ไม่รู้สึกเบื่อเลย..

ต่อมาเราสร้างสีสันให้การประชุมขึ้นมา จากการรำอวยพรจากน้องๆ น่ารักๆ จากรร.พรพระร่วงประสิทธิ์ อ่อนช้อยงดงามมาก ราวกับมืออาชีพ

 

 

วงดนตรีไทย...บรรเลงเพลงขล่ยได้ไพเราะ..จับใจผู้ฟังค่ะ

พอลล่ากับน้องๆ ค่ะ

หลังจากนั้น...ท่านผอ.และรองผอ.ได้มาเปิดใจ เล่าความประทับใจในการได้นำแนวคิดนี้มาริเริ่มในประเทศไทย ซึ่งเป็นแนวคิดที่ทันสมัยและเป็นที่น่าชื่นชมของชาวต่างชาติที่ประเทศไทยมีการนำเรื่องวิถีชีวิตบริบทของประเทศมาใช้ในการพัฒนาคุณภาพ น่าปลื้มแทนรพ.ทุกแห่งค่ะ

ต่อมาท่านดร.นพ.โกมาตร ท่านปรมาจารย์ในเรื่อง Humanized Healthcare อีกท่านหนึ่ง ท่านได้มาเล่าเรื่องให้เราฟังในเรื่องของความจริง ความดี ความงาม ขอให้เราสัมผัสและเข้าถึงทั้งสามสิ่งเราจะมีความสุข คนรอบข้าง จะมีความสุข “ความเป็นจริงในโลกนี้ ยิ่งใหญ่และกว้าง..กว่าความรู้ในโลกนี้” แค่เรามองหา ความจริง ความงามที่มีอยู่ มองคนทั้งคน ไม่ใช่แค่โรค แค่อวัยวะ บางครั้งคนไข้มาด้วยอาการที่เราไม่สามารถจะวินิจฉัยแยกเป็นส่วนๆได้ เราไม่สามารถรักษาเขาให้หายขาดได้ จึงพบการกลับมารักษาซ้ำอยู่บ่อยๆ อาจารย์พูดถึงเรื่อง “สวอย syndrome” เป็นโรคทางใจ ที่ไม่สามารถจะหาความปิดปกติได้เฉพาะส่วนหรือเฉพาะอวัยวะใด อวัยวะหนึ่ง “การที่เราได้เยียวยาคนอื่นเหมือนการได้เยียวยาตนเองด้วย” และอาจารย์ยังได้พูดให้เห็นภาพชัดเจนในเรื่องการเล่าเรื่อง story telling ซึ่งเป็นเรื่องง่ายๆ ที่เราทำได้และรู้จักกันมาตั้งแต่เกิด..แต่..ปัจจุบันเรามักมองหาตัวชี้วัดที่เป็นตัวเลข จับต้องได้ ทำให้เรามองข้ามความงามที่มีอยู่...เหมือนเรามองดอกไม้ เรามักมองแต่กลีบ สี ใบ เกสร แต่เราไม่ได้พูดถึงความงามของดอกไม้ที่มาจากทุกส่วนของดอกไม้ที่ผสมผสานกัน....และในครั้งนี้เองทำให้พอลล่าได้รู้จักกับแพทย์ท่านหนึ่ง..ความจริงคงจะได้ผ่านหูผ่านตากันมาก่อน แต่ไม่เคยได้พูดคุยกันซักเท่าไหร่...ครั้งนี้ได้พูดคุยและรู้จักกับนพ.สุพัฒน์ ใจงาม ซึ่งให้เกียรติมาเป็น moderator รับเชิญให้ด้วยค่ะ

 P

อ่านความรู้สึกของท่านได้ที่นี่ค่ะ... http://gotoknow.org/blog/km-sabai/230856

นพ.สุพัฒน์เป็นหมอที่น่ารัก มีน้ำเสียงที่สุภาพอ่อนโยน ทำให้มองไปไกลถึงเวลาเขาตรวจคนไข้..ธรรมะจัดสรร...ให้เราได้มาพบคนดีๆอีกแล้วค่ะ..ท่านพี่เอก จตุพร ชอบใช้คำนี้...แอบยืมมาค่ะ  ไว้จะมาเล่าต่อว่า อ.นพ.สุพัฒน์เขาทำอะไร และเรื่องราวดีๆ มีอะไรอีกบ้างค่ะ แต่ขอบอกไว้ก่อนว่า ท่านรู้สึกดีใจมากกับสิ่งที่ได้ทำเป็นครั้งแรกบนเวทีนี้ค่ะ

 

นิทรรศการของสถาบันฯ นำมาจาก forum ครั้งที่ 8 แต่ก็ยังเป็นแนวคิดที่ทันสมัยอยู่เสมอค่ะ

ไว้จะมาเล่าต่ออีกนะคะ...ไปเตรียมของขวัญปีใหม่ก่อนค่ะ พี่น้อง...