ถ้าทำได้เราก็ยังชื่อว่าเป็นชาวพุทธหรือศาสนิกชนของพระพุทธศาสนานั้นเองละ.

วิถีชาวพุทธที่ต้องทำในชีวิตประจำวัน

ช่วงแห่งพระพุทธศาสนาได้ผ่านมาแล้ว 3 ช่วงคือช่วงแห่งการตรัสรู้ธรรม  ช่วงแห่งการสนใจใฝ่รู้  และช่วงแห่งขนบธรรมเนียมประเพณีนิยม

ในส่วนที่เป็นช่วงแห่งการสนใจใฝ่รู้นั้น    เมื่อท่านผู้รู้  ผู้ตื่น  ผู้เบิกบานด้วยธรรมได้ดับขันธปรินิพพานไปแล้ว  เราก็มาเข้าสู่ช่วงที่ผู้คนเข้าหาพระคัมภีร์อันเป็นขุมทรัพย์ทางปัญญาอย่างมหาศาล 

ผู้คนได้อาศัยการแสวหาสัจธรรมจากผู้ศึกษาเรียนรู้หรือนักปราชญ์ในศาสตร์ต่าง ๆ ท่านเหล่านั้นต่างอธิบายตีความตามกระบวนการของหลักธรรมที่ผู้ตรัสรู้ธรรมทรงชี้แนะแนวทาง  ด้วยเหตุดังกล่าวมาจึงก่อเกิดเป็นการแตกแนวคิดตามลัทธิความเชื่อออกไปกลายเป็นหลายนิกายในทางศาสนาดังกล่าว

ต่อมาก็เกิดเป็นช่วงแห่งขนบธรรมเนียมประเพณีนิยม  ที่สืบทอดกันต่อ ๆ มา  เพราะการห่างไกลจากคติธรรมในช่วงต้นพุทธกาลมานานเหลือเกินแล้วหรือบางลัทธิศาสนาก็เกิดมุมมองใหม่มีศาสดาองค์ใหม่มาประกาศแนวทางดำเนินชีวิตสืบต่อไปอยู่อย่างนี้

สำหรับแนวทางการปฏิบัติของผู้คนที่ยังนับถือพระพุทธศาสนานั้นควรเป็นดังนี้

1 . เกี่ยวกับวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา

ชาวพุทธทุกคนควรใส่ใจไปร่วมงานในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาเช่นวันมาฆะบูชา  วันวิสาขบูชา  และวันพระ 8 ค่ำ  14 ค่ำ  15 ค่ำ  เราควรไปวัดทำบุญไหว้พระสวดมนต์รักษาศีลที่เราต้องอารธนาเอง ตามกำลังศรัทธาเท่าที่จะทำได้  เป็นต้น

2 . เกี่ยวกับการดำเนินในวิถีชีวิต  ชาวพุทธควรเข้าร่วมงานบุญต่าง ๆ เช่น ทำบุญวันเกิด  งานบวชนาค  งานแต่งงานที่มีพิธีสงฆ์  งานบำเพ็ญกุศลศพตลอดถึงงานบุญที่ชุมชนต้องร่วมด้วยช่วยกันเช่นการใช้แรงกายสร้างถนนเข้าวัดเป็นต้น

3 . เกี่ยวกับการปฏิบัติในชีวิตประจำวัน

ชาวพุทธควรใส่ใจจดจำกระตนดังนี้เช่น  เมื่อตื่นนอนตอนเช้าก็ตั้งสติสำรวจตนโดยการตั้งใจจะทำความดีมีประโยชน์ตลอดวันจนเข้านอนอีกแล้วทบทวนว่าเราทำตามสัญญาใจรึยัง    และเมื่อเวลามีโอกาสได้ทำบุญตักบาตรบ้าง  และก่อนนอนก็ท่องมนต์ภาวนาแผ่เมตตาบ้าง

 

อย่างนี้ถ้าทำได้เราก็ยังชื่อว่าเป็นชาวพุทธหรือศาสนิกชนของพระพุทธศาสนานั้นเองละ.