ห้องเรียนกวี 2
บทเดียวโดน
ครูกานท์
.
หลังจากโรงเรียนกวีออนไลน์ได้เปิด ห้องเรียนกวี 1 ชักชวนสมาชิกฝึกเขียน กลอนล้อบทครู กันไปแล้ว ครูกานท์รู้สึกได้ว่าสมาชิกแต่ละคนมีต้นทุนความรักในทางกาพย์กลอนกันอยู่มิใช่น้อย บางคนมีประสบการณ์การคิด การเขียน และการอ่านมามาก นับเป็นข้อดีอย่างยิ่งที่จะช่วยเฉลี่ยปันการเรียนรู้สู่การกระตุ้นการเดินทางของมวลน้องพี่สมาชิกให้กระตือรือร้น อย่างน้อยขณะนี้เราก็มี คุณกวิน ซึ่งเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์และที่ปรึกษาที่เป็นกำลังสำคัญ เชื่อว่าเวทีนี้น่าจะเป็นประโยชน์กว้างขยายยิ่งๆ ขึ้นไปครับ
สมาชิกท่านใด หรือผู้อ่านท่านใดที่เพิ่งแวะเข้ามาที่หน้านี้ ยังไม่ได้อ่านกติกาแรกเปิดโรงเรียน ก็สามารถย้อนไปอ่านได้ หรือท่านใดยังไม่ได้ร่วมเรียนรู้หรือฝึกกิจกรรมในห้องเรียนกวี 1 ก็ย้อนไปอ่านไปทิ้งการบ้านไว้ได้ด้วยเช่นเดียวกัน ...เข้าที่ เมนู krugarn - บล็อก - ทุ่งสักอาศรม : โรงเรียนกวีออนไลน์ - (แล้วก็เลือกหน้าที่ต้องการ)
ห้องเรียนกวี 2 นี้ ขอเชิญชวนสมาชิกเขียนบทกวี บทเดียวโดน ครับ หมายความว่าให้เขียนเพียงบทเดียวจบ โดยจะใช้คำประพันธ์ชนิดใดๆ ก็ได้ตามถนัด และเพื่อไม่ให้ประเด็นของเรื่องกระจัดกระจายไปมาก ครูกานท์ขอกำหนดให้ เขียนจากภาพที่นำมาเป็นแรงบันดาลใจเป้าหมาย นะครับ ให้มองกันเองด้วยจินตนารมณ์อิสระ แล้วก็อย่าลืม ตั้งชื่อกวีด้วย ครับ
เริ่มเลยครับ...
..........................................
...........................................
.........................................
..........................................

ภาพโดย ในดวงตา ปทุมสูติ
........................................................................
บันทึก...
- ลงทะเบียนสมาชิกล่าสุด
หมายเลข 1 เนปาลี
หมายเลข 2 วิโรจน์ พูลสุข
หมายเลข 3 เพ็ญศรี (นก)
หมายเลข 4 กวิน - สมาชิกกิตติมศักดิ์และที่ปรึกษา
หมายเลข 5 apple
หมายเลข 6 พรรณา ผิวเผือก
หมายเลข 7 แสงศรี
หมายเลข 8 พิมล มองจันทร์
หมายเลข 9 ศรีกมล
หมายเลข 10 บังหีม
หมายเลข 11 ฉัตร
หมายเลข 12 ภูสุภา
.
.
.
เ้ป็นช่วงพักกลางวัน.... ครับครู
ขอส่งการบ้านเลยครับ....ครูช่วยชี้แนะข้อผิดพลาดด้วยครับ...
ขอตั้งชื่อบทกวีว่า....ย้อนคิด
หนึ่งชีวิต .....ย้อนคิด.......ถึงวันเก่า
ใครกันเล่า....ผลาญเผา.....ไปหมดสิ้น
ทั้งไฟร้อน.....ไฟเย็น.......เข็ญชีวิน
ความหวังสิ้น....เหลือเพียง....กายทรงตัว
สูญ
...ร้อนแรงแดงฉาน แหลกรานราพณาสูรย์
รุ่มร้อนพาอาดูร โหยหวนไห้..ทำลายล้าง
สวัสดีคะคุณครู
หนูมาอ่าน
ขอไปแอบแต่งก่อนนะคะ
สู้ๆค่ะ
แก้ไ้ขครับครู....ก่อนกลับบ้าน
"หนึ่งชีวิต .....ย้อนคิด.......ถึงวันเก่า
ใครกันเล่า....ผลาญเผา.....ไปหมดสิ้น
ทั้งไฟร้อน.....ไฟเย็น.......เข็ญชีวิน
หมดแรงดิ้น ....เหลือเพียง....กายทรงตัว "
แก้จาก ความหวังสิ้น เป็น ... หมดแรงดิ้น... ครับ
เนื่องจากน่าจะเป็นสัมผัสช้ำจากบทเรียนชุดก่อน ใช่มั้ยครับครู
หากพรุ่งนี้..ไม่มีเธอ
เปลวเพลิง....แผดเผา....จนเร่าร้อน
อกสะท้อน....ใจสะเทือน....เหมือนสลาย
พายุพัด.....โหมกระหน่ำ....ช้ำใจกาย
คงเดียวดาย..หากยืนต้น...จนลำพัง
ส่งการบ้านครูคะ..บทกลอนบทนี้นกพยายามแต่งขึ้นโดยอ่านคำแนะนำของครูตามไปด้วยแต่ก็ยังหนักใจเรื่องการดูและพยายามหาความหมายของภาพ...นกเองยังมีปัญหาเรื่องการหาคำที่พยายามมาเป็นสัมผัสในของบทและแค่บทเดียวก็ถือว่า"หิน"มากค่ะ..ไม่รู้ว่าจะพอได้ไหมคะ..นกจะพยายามต่อไปค่ะ
ส่งการบ้านครับ...แม้การบ้านที่ครูการท์ให้จะย้าก..ยาก
แต่ก็พยายามเต็มที่ที่สุดแล้วครับ กรุณาชี้แนะด้วยครับ
ข้าไม่อาจทน
เปลวเพลิงลามเลียกิ่งใบ
ราวร้าวใจ...รักสลายไปจากฉัน
ต้นไม้ถูกเปลวเพลิงผลาญชีวัน
หัวใจฉันถูกลงทัณฑ์...โดยเธอ
ขอโทษครับเมื่อกี้ลืมใส่ชื่อตัวเองตอนส่ง งั้นเอาใหม่นะครับ
ข้าไม่อาจทน..
เปลวเพลิงลามเลีย..กิ่งใบ
ราวร้าวใจ..รักสลายไปจากฉัน
ต้นไม้ถูกเปลวเพลิง..ผลาญชีวัน
หัวใจฉันถูกลงทัณฑ์..โดยเธอ
เรียบร้อยแล้วครับ
แลทุ่งกว้างดงป่าถูกเผ่าผลาญ
ต้นไม้งามโดดเด่นเห็นขุนเขา
ไฟป่าลุกควันกระจายลายสีเทา
มองขุนเขาเศร้าใจใครหนอทำ
ขอส่งการบ้านด้วยคนครับอาจารย์
ขอความกรุณาลบความคิดเห็นที่ 9 ด้วยค่ะ (พิมพ์ผิด แดง-แด)
เปลวเพลิงลามทั่วท้อง....................แผ่นดิน
ดั่งความโกรธทำลายชีวิน.................ผ่าวไหม้
ทุกสิ่งล้วนพังภิณฑ์.........................แดเดือด
มีแต่ขันติได้..................................ดับร้อนผ่อนทรวง
ขอส่งการบ้านค่ะ ^^
ผมเข้ามาอ่าน ...
ได้อารมณ์ทุกกวีเลย...นะครับ
...อารมณ์...
คุณ..เนปาลี... มีธรรมะ มาช่วย ทำให้นิ่งและสงบ
คุณ..ศรีกมล.. มีอารมณ์เศร้า...ตัดพ้อ.....
คุณ..ฉัตร......เป็นอารมณ์ของการพลัดพรากจาก...ไป
คุณ..นก.......ใช้ความชอบช้ำของใจ..มากำหนด
คุณ..ภูสุภา.... เปรียบเปลวเพลิง..ดั่งความหายนะ
....อารมณ์..กวี
จุดประกายความคิดได้ดีจริงๆ เลยครับครู
ขอส่งการบ้านครับคุณครู
ผลาญใบให้มลาย
ผลาญภัยร้ายให้ชาวบ้าน
ผลาญทุกข์ที่บ่มนาน
ให้หอมหวานด้วยเม็ดเงิน
เปลวเพลิงลามทั่วท้อง แผ่นดิน
ดั่งความโกรธทำลายชีวิน ผ่าวไหม้
ทุกสิ่งล้วนพังภิณฑ์ แดเดือด
มีแต่ขันติได้ ดับร้อนผ่อนทรวง
ข้อ 1. ด.ญ.เนปาลี คำสีแดงคือคำที่ ด.ช.กวินคิดว่า ต้องใช้ คำเอก หรือถ้าหาคำเอก ไม่ได้ก็อนุโลมให้ใช้ คำตาย แทน (คำตาย คือคำที่สะกดด้วยแม่ กก กบ กด)
ข้อ2. เปลวเพลิงลามทั่วท้อง- แผ่นดิน
ปพลทท- ผด
ด.ญ.เนปาลี ใช้ คำว่า แผ่นดิน นั้นก็ได้รสความดีแล้ว แต่ถ้าเปลี่ยนจากคำว่า แผ่นดิน เป็น ธรณิณ ความว่า
เปลวเพลิงลามทั่วท้อง- ธรณิณ
ปพลทท- ธรณ
เห็นมั้ยว่า ด.ญ. เนปาลี ก็จะได้ เล่น สัมผัสอักษร ตกกระทบ (สัมผัสอักษรในที่นี้คือ อักษร ท/ธ ถึงสาม พยางค์)
เพราะว่าโคลง อ่านเอาความเพราะที่เสียงสูงเสียงต่ำของวรรณยุกต์ กวีสมัยก่อน (ยกเว้นสุนทรภู่เวลาแต่งโคลง) จะไม่นิยม ใช้ สัมผัสสระ แต่จะใช้ สัมผัสอักษร แทน
ลองแก้อีกที แล้วส่งครูใหม่ แก้เรื่องคำที่ หลุดเอกก่อนนะ
จาก ด.ช.กวิน
เพื่อนร่วมชั้นของเธอ
สัญลักษณ์ว่าด้วย ควัน และ ไฟ ที่กวีโบราณ นิยมใช้ มีดังนี้
โลกนิติคำโคลง
ห้ามเพลิงไว้อย่าให้ มีควัน
ห้ามสุริยะแสงจันทร์ ส่องไซร้
ห้ามอายุให้หัน คืนเล่า
ห้ามดั่งนี้ไว้ได้ จึ่งห้ามนินทาฯ
-ห้าม กองเพลิงไม่ให้มีควันไฟ
-ห้ามดวงตะวัน ดวงจันทร์ ไม่ให้ส่องแสง
-ห้ามอายุ ไม่ให้ผ่านล่วงไป (ห้ามความแก่ชรา)
-ห้าม สามอย่างที่ว่ามานี้ได้ ก็ย่อม ห้ามการ นินทาว่าร้าย ได้
อนิรุทธิคำฉันท์
ตอนพระอนิรุทธิ์ ถูกเทวดาประจำต้นไทร อุ้มไปวางไว้ บนเตียง นางอุษา ผู้เป็นธิดา ยักษ์พานาสูณ นักสนมกำนัล รู้เรื่องเข้า ว่ามีหนุ่มแปลกหน้ามา แอบปล้ำ เจ้านายของตน กลัวความคิด จึงเอาเรื่องไปฟ้อง พระยายักษ์เจ้าเมือง เพราะพระยายักษ์ สั่งนักสั่งหนาว่า
คดีนี้ บดี นฤบดี บิดรปราม
ควันความ บ ควรความ รึจะปิด จะป้องคง
พระยายักษ์ ปราม เรื่อง การคบผู้ชาย เมื่อเกิด คดี มีชายหน้าแปลกมาลอบปล้ำ พระนางอุษา หากเรื่องนี้รู้ถึงหูของพระยายักษ์ ผู้เป็นพระราชบิดาของ พระนางอุษา เหล่านักสนมกำนัลก็จะเดือดร้อน จึงตัดสินใจ นำข่าวไปบอกพระยายักษ์เสียก่อน ที่จะโดนหางเลข
กวีเล่นคำว่า คดี บดี (บ่ดี) นฤบดี (เล่นคำว่า ดี) ได้อย่างไพเราะ และกวี เปรียบเทียบกับคดีชู้สาวว่า เหมือนกับ ควันไฟ ที่ไม่สามารถที่จะปกปิดให้มิดได้
ควันความ บ ควรความ (ควัน แห่งคดีความที่ถูกจุดขึ้นจาก การกระทำความ ไม่ถูกไม่ควร) ย่อมไม่สามารถที่จะปกปิดได้มิดชิด ย่อมแพร่งพรายไหลรั่ว ให้คนได้เห็น ว่า เพราะมีไฟ จึงมีควัน
ถ้าไม่อยากมีควัน ก็อย่า เล่นกับไฟ (หรือ นั่นคืออย่าปล่อยให้ใจ คุกรุ่นไปด้วยเพลิงราคะ นั่นเอง)
ครูกานท์กำลังสนุกอ่าน ชอบของแต่ละคน ในจุดดีที่ต่างกัน ยังไม่ตัดสิน และไม่วิจารณ์ ให้ ที่ปรึกษาของห้องช่วยทำหน้าที่ไปพลางก่อน ดีครับ น่ารับฟังมาก...
มีของบางคนที่น่าจะลองทบทวนแก้ไข หรือปรับปรุงบางจุดบางวรรคดูนะ บางทีคำคำเดียว หรือสองสามคำก็ตามในกลอนวรรคหนึ่ง ถ้าสามารถสรรคำให้เหมาะได้แท้จริง ก็อาจทำให้บทกวีบทนั้นๆ มีค่าขึ้นอีกมากมายทีเดียว จะลองหยิบวรรคที่น่าแก้ไขของใครบางคนมาวางไว้ให้เจ้าตัวพิจารณาดูต่อไปนี้ครับ...
ต้นไม้งามโดดเด่นเห็นขุนเขา
ไฟป่าลุกควันกระจายลายสีเทา
มองขุนเขาเศร้าใจใครหนอทำ
เท่านี้ก่อนนะครับ
"หนึ่งชีวิต .....ย้อนคิด.......ถึงวันเก่า
ใครกันเล่า....ผลาญเผา.....ไปหมดสิ้น
ทั้งไฟร้อน.....ไฟเย็น.......เข็ญชีวิน
หมดแรงดิ้น ....เหลือเพียง....กายทรงตัว "
ครูกานท์ครับ... ถ้าแก้จาก
หมดแรงดิ้น ....เหลือเพียง....กายทรงตัว "
เป็น
ใจขาดวิ่น.....สูญสิ้น....กายอาดูลย์
พอได้มั้ย..ครับครู
ก่อนอื่นขอส่งงานที่แก้แล้วก่อนนะคะ
เปลวเพลิงลามทั่วท้อง....................ธรณินทร์
ดั่งจิตโกรธทำลายชีวิน..................ผ่าวไหม้
ทุกสิ่งจักพังภิณฑ์.........................แดเดือด
มีแต่ขันติได้.................................ดับร้อนผ่อนทรวง
เรียนคุณกวิน.. ^^ ตอนแรกคำที่ปิ๊งขึ้นในหัวก็คือ "ธรณินทร์" แต่ลังเลที่จะใช้ เพราะกลัวว่าจะดูมีความหมายลึกไปบ้าง เพราะหลายๆ คนรู้ว่า "ธรณี" หมายถึงแผ่นดิน แต่พอมาเป็น "ธรณินทร์" อาจจะไม่แน่ใจในความหมาย จึงเลือกใช้คำว่า "แผ่นดิน"
และขอคำแนะนำสำหรับบทที่ได้ทำการแก้ไขไปแล้วด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ ^^
ใจขาดวิ่น.....สูญสิ้น....กายอาดูลย์ - ยังไม่ดีครับ (และ อาดูลย์ ก็ เขียนผิด นะครับ...ลองเปิดพจนานุกรมดู)
ดั่งจิตโกรธทำลายชีวิน - คำเกินครับ (บาทหน้าของโคลงมีได้แค่ ๕ คำพยางค์ และถ้าจำเป็นต้องเกิน ๕ ก็ควรเป็นคำ สั้นยาว เช่น วิถี, ฤดี, ตะปู, มนุษย์, คะเน ฯลฯ พวกนี้นับเป็น ๑ คำพยางค์ได้)
พังภิณฑ์ - คำนี้เขียนผิด...ลองเปิดพจนานุกรมดู
โคลงคุณ เนปาลี แต่งได้ดีแล้วนะครับมาเสริมท่านอาจารย์นะครับ
ธรณินทร์=ธรณี(แผ่นดิน)+อินทร์(ผู้เป็นใหญ่)=ผู้เป็นใหญ่ในแผ่นดิน/พระเจ้าแผ่นดิน
ธรณี+อิน=ธรณิน=แผ่นดิน
โบราณท่านเรียกการแผลงคำในลักษณะนี้ว่า การเข้าลิลิต เช่น
กาย(ะ) แผลงเป็น กายา กายี กายิน กาเยน(ทร์) กายิน(ทร์) กาเยศ กายิศ
แต่ในสมัยปัจจุบัน การเข้าลิลิต ยกตัวอย่างเช่นคำว่า ธรณิน หรือ ธรณินทร์ คนอ่านก็จะรู้และแปลได้อัตโนมัติว่าจะแปลว่า พระเจ้าแผ่นดิน หรือ ผืนแผ่นดิน (โดยดูจากบริบทของโคลง)
แต่ถ้าให้ กวินเลือกใช้ กวินก็จะใช้ว่า ธรณิน เพื่อไม่ให้คนแปลสับสนครับ
โคลงของคุณเนปาลีที่มีพยางค์เกินก็แก้ได้ไม่ยาก โดยแก้โดยเน้น สัมผัสอักษร ก็ได้ เช่น
ดั่งจิต โกรธ กร่อน ชิวิน..................ผ่าวไหม้
1. ทำลาย อาจปรับแก้เป็น กร่อน เพื่อเล่นสัมผัสอักษร ก. กับคำว่า โกรธ
2.ชีวิน อาจปรับแก้เป็น ชิวิน (สระอี แผลงเป็นสระ อิ)
she-win แก้เป็น shi-win
เมื่อ ใช้ ชิวิน คำว่า ชิ ย่อมเป็น คำลหุ (เสียงแผ่วเบา รวดเร็ว) และย่อมอนุโลม เมื่ออ่านร่วมกับ ชิวิน ว่ามีเสียง 1 พยางค์ได้
ปล. กวิน ขอยืมใช้ ยูเซอร์เนมของ คุณน้อง ทิชา เข้ามาตอบครับ :)