สัญลักษณ์ว่าด้วย ควัน และ ไฟ ที่กวีโบราณ นิยมใช้ มีดังนี้


โลกนิติคำโคลง


ห้ามเพลิงไว้อย่าให้   มีควัน
ห้ามสุริยะแสงจันทร์  ส่องไซร้
ห้ามอายุให้หัน        คืนเล่า
ห้ามดั่งนี้ไว้ได้        จึ่งห้ามนินทา

-ห้าม กองเพลิงไม่ให้มีควันไฟ
-ห้ามดวงตะวัน ดวงจันทร์ ไม่ให้ส่องแสง
-ห้ามอายุ ไม่ให้ผ่านล่วงไป (ห้ามความแก่ชรา)
-ห้าม สามอย่างที่ว่ามานี้ได้ ก็ย่อม ห้ามการ นินทาว่าร้าย ได้

อนิรุทธิคำฉันท์
ตอนพระอนิรุทธิ์ ถูกเทวดาประจำต้นไทร อุ้มไปวางไว้ บนเตียง นางอุษา ผู้เป็นธิดา ยักษ์พานาสูณ นักสนมกำนัล รู้เรื่องเข้า ว่ามีหนุ่มแปลกหน้ามา แอบปล้ำ เจ้านายของตน กลัวความคิด จึงเอาเรื่องไปฟ้อง พระยายักษ์เจ้าเมือง เพราะพระยายักษ์ สั่งนักสั่งหนาว่า

คดีนี้ บดี                    นฤบดี บิดรปราม
ควันความ บ ควรความ  รึจะปิด จะป้องคง


พระยายักษ์ ปราม เรื่อง การคบผู้ชาย เมื่อเกิด คดี มีชายหน้าแปลกมาลอบปล้ำ พระนางอุษา หากเรื่องนี้รู้ถึงหูของพระยายักษ์ ผู้เป็นพระราชบิดาของ พระนางอุษา เหล่านักสนมกำนัลก็จะเดือดร้อน จึงตัดสินใจ นำข่าวไปบอกพระยายักษ์เสียก่อน ที่จะโดนหางเลข

กวีเล่นคำว่า  คดี บดี (บ่ดี) นฤบดี (เล่นคำว่า ดี) ได้อย่างไพเราะ และกวี เปรียบเทียบกับคดีชู้สาวว่า เหมือนกับ ควันไฟ ที่ไม่สามารถที่จะปกปิดให้มิดได้

ควันความ บ ควรความ (ควัน แห่งคดีความที่ถูกจุดขึ้นจาก การกระทำความ ไม่ถูกไม่ควร) ย่อมไม่สามารถที่จะปกปิดได้มิดชิด ย่อมแพร่งพรายไหลรั่ว ให้คนได้เห็น ว่า เพราะมีไฟ จึงมีควัน

ถ้าไม่อยากมีควัน ก็อย่า เล่นกับไฟ (หรือ นั่นคืออย่าปล่อยให้ใจ คุกรุ่นไปด้วยเพลิงราคะ นั่นเอง)