พลิกวิกฤต เป็นโอกาส

ขอตอบคำถามกับประโยคที่เขียนว่าโชคดีที่เป็นมะเร็งได้...อย่างไรค่ะ

โชคดีเพราะ

1.ได้ทดสอบกำลังใจ กำลังกายตนเองว่า ขณะคิดว่าตนเองใกล้ตายหรือถือว่าวิ่งเฉียดความตายนั้น ควรทำตัวอย่างไร เรียกว่า ได้ทำบทบาทสมมติว่าตนเองตาย

2.ได้รู้จักวางแผนชีวิตตนเอง เช่น การเก็บข้าวของให้เป็นที่ เอกสารสำคัญที่ต้องใช้ เวลาเราตายจัดการเก็บเป็นที่เป็นทาง จะได้ไม่เป็นภาระลูกๆ ค้นหา บอกกล่าวเรื่องราวสำคัญ (สั่งเสีย) ลูกๆเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ รวมทั้งหนี้สิน (ผู้มีพระคุณที่สำคัญ) ว่าอยู่ที่ไหนบ้าง จะได้ไม่ลืมตอบแทนท่านบ้าง

3.ตั้งสติได้ว่า เราไม่รู้จะจากเขาจริงๆวันใด เวลาใด ทุกวันก่อนนอน (ถ้านึกได้) จะบอกลาลูกๆทุกครั้ง -พยายามสอนให้เขาพึ่งตนเอง โดยถอนตนเองออกจาก การสั่งการใดๆที่ไม่จำเป็น ฝึกให้ลูกรู้จักคิดเป็น ทำเป็น (ทั้งที่ก่อนหน้านี้ ก็ทำอยู่ แต่ต้องสอนมากขึ้น)

4. อยากทำอะไรดีๆให้ใคร มีโอกาสต้องรีบทำ เพราะไม่รู้ว่าพรุ่งนี้ ใครคนใดจะจากกันก่อน (จะได้ไม่เสียใจ)

ได้รับรู้ถึงสัจธรรมว่า คนเรานี้หาเงินสะสมทรัพย์สมบัติทำอะไรกันหนักหนา เวลาตายหรือเจ็บป่วย ใครในโลกทั้งที่รักหรือไม่รักเรา ก็ช่วยเราไม่ได้ เพราะป่วย เจ็บปวดแทนกันไม่ได้ เราจงทำวันนี้ให้ดีที่สุดพอแล้ว อย่างไรก็ตามทุกวันนี้ดิฉันยังบ้าทำงานไม่หาย แต่ปล่อยวางได้อย่างมากๆๆๆๆๆ (ใครจะโชคดีอย่างเราใช่ไหมคะ)

5.โชคดีที่ค้นพบว่าเป็น ตั้งแต่อายุเท่านั้น ถ้าเป็นตนอายุมาก สังขารเราคงสู้มะเร็งไม่ไหว ใช่ไหม (เจอศัตรู ตอนกำลังแข็งแรง) ต่อไปต้องเตรียมตัวดีๆ เพื่อจะได้รบชนะศัตรูใช่ไหม (ไม่งั้น เราคงตั้งอยู่ในความประมาท ใช่ไหม)

กิจกรรมตอนนี้ ทำทุกอย่างเพื่อสุขภาพตนเอง และคนรอบข้าง จากนิสัยไม่ชอบทานผัก ตอนนี้พยายามทานประจำ

6. ได้ทดสอบกำลังทางสังคม วัดใจคนใกล้ชิดว่า ใครรักเราจริงบ้าง ตอนนอนป่วยหลังผ่าตัด ครั้งแรก เพื่อนๆพยาบาลสวนดอก รุ่น 12 เป็นผู้ดูแล มาเยี่ยมตลอดโดยเฉพาะคุณพิมพรรณ(เพื่อนดีเด่นแห่งรุ่น) เพื่อนที่ไม่เคยเห็นหน้าก็ได้พบกัน กำลังใจเยอะ (เป็นเหตุผลหนึ่งที่อยากโอนย้ายมาเป็นอาจารย์ที่เชียงใหม่) เพื่อนร่วมรุ่นเรียนปริญญาเอกน้องๆทั้งปริญญาโท ปริญญาเอก คณาจารย์ที่สถาบันวิจัยประชากรและสังคม น้องๆที่สภานักศึกษาบัณฑิต ม.มหิดล (ดิฉันเป็นประธานสภาฯ) ล้วนมีส่วนร่วมให้กำลังใจทั้งสิ้น หลังการผ่าตัดครั้งที่สอง –สาม (ตอนนี้โอนย้ายมาเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยแล้ว) ลูกศิษย์ปริญญาตรีวิชาเอกสุขศึกษา รวมทั้งเพื่อนๆลูกชาย(เป็นนักศึกษาแพทย์) เปลี่ยนกันไปนั่งเฝ้าทุกวันจนออกโรงพยาบาล ญาติทั้งฝ่ายเรา ฝ่ายสามีก็ช่วยกันดูแล ทำให้ตามองเห็นความดีของแต่ละคนมากขึ้น (เพราะก่อนโน้น มัวแต่คิดถึงเรื่องของตนเอง) ทุกวันนี้จึงพยายามตั้งใจสอน ทำทุกเรื่องเพื่อลูกศิษย์ และทุกคนๆที่สัมผัสด้วย (เอาใจเขามาใส่ใจเรา ทำให้ฉลาดขึ้นเยอะ ว่างั้นเถอะ) รู้ว่าเรานี้ช่างโชคดีเกิดมาท่ามกลางคนดีมีน้ำใจทั้งสิ้น

7) สุดท้ายได้รู้จักว่าแพทย์ พยาบาลเมืองไทย เก่งที่สุดในโลก แม้จะเจอทั้งหมอปากหมานก็ตาม เจอภูมิปัญญาท้องถิ่น วิธีคิดของคนบ้านเรา ว่าวิเศษมากๆ ทำให้เข้าใจคำคติโบราณมากขึ้น

จะไม่บอกว่า โชคดีที่เป็นมะเร็ง จะว่าอย่างไร ใช่ไหมคะ ตอนต่อไปจะเล่าให้ฟัง ถึงเทคนิคการคิดทางบวกค่ะ