การดำเนินชีวิต...
บางครั้งการที่เรา... รับรู้ว่าสิ่งนี้ คือ "ใช่"... หรือ สิ่งนี้ คือ "ไม่ใช่"...
แต่เมื่อถึงคราแห่งห้วงเวลา... ใช่ที่ว่า อาจหมายถึง ไม่ใช่ และ ไม่ใช่ อาจหมายถึงใช่
ทุกอย่างต่างล้วนอยู่ภายใต้ ... เหตุและปัจจัย
ที่เรานำ... อารมณ์ ความคิด ความรู้สึก... เข้าไปพัวพัน นั้นบ่งถึง การยึดอยู่ ยึดอยู่ในสิ่งที่สัมผัสได้ในคราแรก... ปราศจากการน้อมลงด้วยใจเบาเบาว่า ทุกสรรพสิ่งต่างล้วนอยู่ภายใต้แห่งความเป็น "อนิจจัง"
ในความที่ว่า... สูญเสีย เสียหาย... อาจไม่มีความสูญเสียหรือเสียหายเลย
ในความที่ว่า...ล้มเหลว... อาจไม่มีความล้มเหลวเลยก็ว่าได้
ในความที่ว่า... ผิดหวัง..อาจไม่มีทั้งความผิดหวังหรือสมหวัง...
แต่...
ในเมื่ออารมณ์ และความคิด ยังติดอยู่..และผูกไว้ซึ่งความพอใจหรือไม่พอใจนั้น
สืบเนื่องจากการติดยึด และไม่เข้าใจในทุกสรรพสิ่งตามเหตุแห่งความเป็นจริง
ใจของเราจึงได้แต่คอยเคลื่อนไปสงสัย ตำหนิ ขุ่นมัว พอใจ ไม่พอใจ...ไป โดยทั้งนี้เรายึดเอาเรา "อัตตา" นี้เป็นที่ตั้ง ของความคิด และความรู้สึก ที่เคลื่อนเข้าไปทำปฏิกิริยาสัมพันธ์กับสิ่งที่มากระทบ ไม่ว่าจะเป็นบุคคล เรื่องราว เหตุการณ์... พร้อมกับการตัดสินโดยอิงอาศัยอัตตา มากกว่าการอิงอาศัยกฏที่ว่า อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา...
เมื่อรู้ไม่เท่า ทัน ตาม การเคลื่อนไปของจิตนี้...
เราจึงได้แต่จมจ่อ อยู่กับอารมณ์ พอใจ - ไม่พอใจ นี้อยู่เรื่อยไป
แต่...
ตามมรรคา แห่งวิถีตามธรรมพึงปรากฏ...
ทุกสรรพสิ่งในดวงจิตนี้... ไม่มีสิ่งใดแน่นอน... ทุกดวงจิต ต่างล้วนมาอิงอาศัยและเรียนรู้ ผ่านเรื่องราว เหตุการณ์ และบุคคล เพื่อนำจิตดวงนี้สู่ความ "ปภัสสร"...
----------------------------------
เราเท่านั้นเป็นผู้รู้ในเจตนาของเรา ว่ามีความบริสุทธิ์มากหรือน้อยเพียงใด
อารมณ์ ความรู้สึกนึกคิดของผู้คน ก็เป็นไปตามการปรุงแต่งทางจิตของแต่ละผู้นั้นไป
เราไม่พึงไปยึดอยู่ในกิเลสของผู้อื่น
มากไปกว่า...การตั้งอยู่ในเจตนาที่ดีงามของเราสู่การมุ่งขัดเกลา "ดวงจิต" นี้
เห็นด้วยกับคุณไชยยุทธิ์ครับ การทำดีหรือไม่ดีของแต่ละคนมีความแตกต่างกันขึ้นอยู่กับบรรทัดฐานของจิตใจ สุดท้ายกระจกที่สะท้อนว่าเราทำแบบใดได้ผลอย่างไร ก็คือความเป็นสุขหรือทุกข์ในใจเรานั่นเองครับ
อนุโมทนาครับ
เชิญเข้าไปศึกษาธรรมะในเวปของผมบ้างนะครับ http://www.khunsamatha.com/