| วัดศรีชุม |
|
วัดศรีชุมลำปาง เคยเป็นวัดที่มีศิลปะแบบพม่าอันสวยงามและสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่มีอยู่ในภาคเหนือ มีชื่อเป็นภาษาพม่าว่า ” หญ่องไวง์จอง ” ซึ่งหมายถึง “ ต้นโพธิ์ ” วัดศรีชุมตั้ง ๖๔๒๔ ศรีชุม , วัด ที่อยู่เลขที่ ๑๖๘ ถนนศรีชุม - แม่ทะ บ้านศรีชุม ตำบลสวนดอก อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ ๙ ไร่ ๑๖ ตารางวาปัจจุบันสังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย แต่เดิมที่ตั้งของวัดศรีชุมเคยมีวัดเก่าแก่อยู่ก่อน มีบ่อน้ำและศาลา รวมทั้งต้นโพธิ์ขึ้นรายรอบวัดจำนวนหลายต้นแต่ไม่มีกุฎิพระและไม่มีพระสงฆ์จำพรรษาอยู่ ที่มาของชื่อวัด ” ศรีชุม ” ในภาษาล้านนา จึงมาจากคำว่า “ สรี ” ซึ่งหมายถึงต้นโพธิ์ และคำว่า “ ชุม ” ซึ่งหมายถึงเป็นชุด ชุมนุมหรือล้อมรอบ ประวัติความเป็นมาของวัดศรีชุมตามลำดับมีดังนี้ คือสร้างขึ้นเมื่อ พ . ศ . ๒๔๓๓ รายชื่อผู้ที่เริ่มการก่อสร้าง ได้แก่พ่อเลี้ยงโย - แม่เลี้ยงคำป้อม พ่อเลี้ยงส่วยยอง - แม่เลี้ยงโต๊ะ พ่อเลี้ยงส่วยโอ่ง - แม่เลี้ยงหมุก พ่อเลี้ยงเม่งโหน่ง - แม่เลี้ยงแปง โดยคนเหล่านี้ได้ร่งฃวมกันสร้างกุฎิเจ้าอาวาสขึ้นจนเสร็จสมบูรณ์เมื่อปี พ . ศ . ๒๔๔๔ ด้วยฝีมือช่างชาวพม่าทั้งหมด ต่อมามีการสร้างอุโบสถและกุฎิทรงพม่าข้นมาอีกในปีเดียวกันนั้นเอง โดยบุคคลต่อไปนี้ พ่อเลี้ยงหม่อง - แม่เลี้ยงคำสุก พ่อเลี้ยงส่วยหยิ่น - แม่เลี้ยงคำมูล พ่อเลี้ยงโพเข้ง - แม่เลี้ยงอ่อน พ่อเลี้ยงส่วยปิ - แม่เลี้ยงถาพ่อเลี้ยงส่วยยอง - แม่เลี้ยงน้อย เมื่อถึง พ . ศ . ๒๔๖๗ ทายาทของพ่อเลี้ยงโย - แม่เลี้ยง พ่อเลี้ยงโย - แม่เลี้ยงคำป้อ คือแม่เลี้ยงป้อม บริบูรณ์ พร้อมกับพ่อเลี้ยงใหญ่ บริบูรณ์ ( บางตำรากล่าวว่า แม่เลี้ยงป้อมร่วมกับพ่อเลี้ยงอูหม่องยีและจองตะก่าอูโอ ได้ขออนุญาตจากผู้ครองเมืองในสมัยนั้น ได้แก่ เจ้าหลวงนรนันท์ชวลิต สร้างวัดศรีชุมขึ้นมาใหม่ในปี พ . ศ . ๒๔๓๖ ) ได้จัดสร้างกุฎิขึ้นริมสระน้ำอีกหลังหนึ่งและทำการฉลองอย่างใหญ่โต โดยการตั้งโรงทานเป็นเวลา๕วัน๕คืน เมื่อปี่ พ . ศ . ๒๔๖๘ต่อมาในปี พ . ศ . ๒๔๙๑ทายาทของพ่อเลี้ยงส่วยยอง - แม่เลี้ยงโต๊ะ ได้สร้างพระธาตุและทำการฉลองในปีเดียวกันนั้นเอง ( บางตำรากล่าวว่าผู้สร้างพระธาตุเจดีย์ คือพ่อเลี้ยงอุลั่นลิน โดยสร้างในปี พ . ศ . ๒๔๙๒ และสำหรับปราสาทหลังกลางของวัด สร้างโดยจองตะก่าอูโยในปี พ . ศ . ๒๔๔๓ โดย สร้างเป็นกุฎิไว้ก่อน ต่อมา พ่อเลี้ยงอูหม่องยีผู้เป็นเขย ไต้สร้างขึ้นใหม่ตามศิลปะแบบพม่า เป็นตึกแถวแทนอาคารไม้แบบเดิมและใช้ช่างชาวมัณฑะเลย์ ) ภายหลัง กุฎิหลังหนึ่งเกิดทรุดโทรมลง ประจวบกับขณะนั้นไฟไหม้วัดสวนดอก พ่อเลี้ยงใหญ่และแม่เลี้ยงป้อม บริบูรณ์ จึงรื้อกุฎิหลังนี้และนำไปปลูกที่วัดสวนดอก เมื่อถ่ง พ . ศ . ๒๔๙๔ หลังจากที่แม่เลี้ยงป้อมถึงแก่กรรมลง ( วันที่ ๒๙ สิงหาคม พ . ศ . ๒๔๙๐ ) พ่อเลี้ยงใหญ่ ได้จัดสร้าง ตึกฉันขึ้นแทนกุฎิที่ถูกรื้อไปปลูกยังวัดสวนดอกและทำการฉลองในปีนั้นเอง ต่อมาเมื่อวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ พ . ศ . ๒๔๙๗ พ่อเลี้ยงใหญ่ได้ถึงแก่กรรมลง วัดศรีชุมจึงอยู่ในความอุปถัมภ์ของห้างหุ้นส่วนบริบูรณ์ปราการด้วยการดูแลเอาใจใส่แลบูรณ์ปฎิสังขรณ์เรื่อยมา อีกทั้งทางการพม่าได้จัดส่งพระสงฆ์ผู้มีความรู้ทางธรรมวินัยมาประจำที่วัดนี้เพื่อทำการเผยแพร่พุทธศาสนาไปในตัว อาคารเสนาสนะของวัดประกอบด้วย อุโบสถศิลปะแบบพม่า มีหลังคาทรงปราสาทเจ็ดชั้น หอสวดมนต์และกุฎิ ๒ หลังสำหรับปูนนียวัตถุ ได้แก่ เจดีย์ พระพุทธรูปจากพม่าและพระพุทธรูปปางต่างๆ อีก ๓ องค์ สิ่งสำคัญของวัดที่ได้รับการขึ้นทะเบียน คือวิหารทรงพม่า ๑ หลัง และโบสถ์ทรงมณฑปแบบพม่าอีก ๑ หลัง สำหรับวิหารนั้นเป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้หลังคาเครื่องไม้ยอดแ หลมเหมือนพระอุโบสถ ( ปัจจุบันได้รับการซ่อมใหม่ ) ลวดลายที่ประดับบนหลังคาสวยงามมาก ตรงทางขึ้นบันได ด้านบนประดับด้วยกระจกสีต่างๆ เป็นรูปนกยูงจับนาคสองตัวหมอบเฝ้าพระพุทธเจ้า หลังคาด้านในแกะสลักเป็นภาพพระเวสสันดรทรงประทานช้างเผือกปัจจัย หลังคาด้านในของ บันไดที่สองแกะสลักเป็นภาพสุวรรณสามชาดก ประตูทางเข้าของวิหารมีลายฉลุโปร่งใช้ไม้สักแผ่นบางๆ สลักเป็นลายก้านขดและลายเครือเถาห้อยลงมาคล้ายม่าน ทาสีชาดและสีทอง ฝีมือละเอียดมาก ตรงตะเข็บที่ต่อไม้ใช้ไม้แกะสลักเป็นนางฟ้าและเทวดาเล็กๆติดไว้ เสาวิหารปิดทองและติดกระจกสีต่างๆ ภายในวิหารบนฝาผนังและประตูแต่ละบานทาสีดำเกี่ยงกับพุทธประวัตินอกจากนี้ในวิหารยังมีพระพุทธรูปศิลปะพม่า วึ่งเป็นพระพุทธรูปสำริดปางมารวิชัย ประดิษฐานเป็นพระประธานอยู่บนซุ้มบูชา สร้างที่เมืองมัณฑะเลย์ สหภาพพม่า ด้านหลังของวิหารมีสระบัวขนาดใหญ่ก่อสร้างด้วยอิฐถาวร ทั้งนี้เป็นที่น่าเสียดายที่สถาปัตยกรรมอันล้ำค่าดังกล่าวถูกเพลิงไหม้ไปแล้วเมื่อ วันที่ ๑๖ พฤษภาคม พ . ศ . ๒๕๓๖ วัดศรีชุมได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ . ศ . ๒๔๓๖และได้รับการประกาศข้นทะเบียนพร้อมกับกำหนดขอบเขตในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๙๘ ตอนที่ ๑๗๗ ลงวันที่ ๒๗ ตุลาคม พ . ศ . ๒๕๒๔ ปัจจุบันกรมศิลปากร ดำเนินการสร้างวิหารใหม่แทนของเดิม ( เรียบเรียงจาก กรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ ประวัติวัดทั่วราชอาณาจักร พ . ศ . ๒๕๓๒ , คณาจารย์โรงเรียนลำปางกัลยาณี จังหวัดลำปาง พ . ศ . ๒๕๒๕ , ทรงพันธ์ วรรณมาศพจนานุกรมภาพศิลปวัฒนธรรมล้านนาและหัวเมืองฝ่ายเหนือ พ . ศ . ๒๕๓๖ และ กรมศิลปากรการขึ้นทะเบียนโบราณสถานภาคเหนือ พ . ศ . ๒๕๒๕ ) http://lanna.mju.ac.th/lannatemple_lampang_detail.php?recordID=6
|
วัดศรีชุม
เป็นวัดที่มีศิลปะแบบพม่าอันสวยงามและสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่มีอยู่ในภาคเหนือ มีชื่อเป็นภาษาพม่าว่า ” หญ่องไวง์จอง ”
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
somporn pui bantharawan · 19 ธ.ค. 2551
ssoponn · 19 ธ.ค. 2551
kungnoit · 19 ธ.ค. 2551
somporn pui bantharawan · 19 ธ.ค. 2551
มาลี · 19 ธ.ค. 2551
สุภี · 19 ธ.ค. 2551

ใช่ครับ สวยมากครับวัดนี้ ทุกซอกทุกมุมล้วนวิจิตรงดงามมาก