วันนี้...เด็กๆพบแมงดาที่สนามหญ้าหลังโรงเรียน  ใกล้ๆริมสระน้ำ  ก็เลยเก็บมาให้คุณครู  เมื่อวานก็เก็บมาได้  1  ตัว  วันนี้  2  ตัว  เค้ากอดคอกันอยู่  ผู้เขียนนึกว่าตายแล้ว      เพราะเค้านิ่งมาก...อีกซักพักแมงดาขยับขา......ก็เลยทราบว่ายังมีชีวิตอยู่ค่ะ.....พี่พนักงานบริการ(นักการภารโรงเดิม)  บอกว่า.....ตัวผู้จะกลิ่นหอมกว่าตัวเมีย      ึ่งนิยมนำไปทำน้ำพริก........จะมีกลิ่นหอมน่ารับประทาน ็เลยเก็บสาระเกี่ยวกับแมงดา  าฝากเพิ่มเติมด้วยค่ะ...

 

ธรรมชาติของมันแล้วน่าจะเรียกว่า "แมลงดา" จะถูกต้องกว่าเพราะมันมีขาแค่ 6 ขาไม่ใช่ 8 ขาซึ่งเรียกว่า "แมง"ตามจำแนกวิธีเรียกของสัตว์เล็กๆจำพวกนี้แต่น้อยคนที่จะเรียกกันว่า แมลงดานาก็เอาเป็นว่ายอมรับคำว่า "แมงดา"กันโดยปริยาย


    
แมงดานาจัดเป็นสัตว์จำพวกมวนน้ำชนิดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกนี้ฝรั่งจึงเรียกแมงดานาว่า "มวนน้ำยักษ์"ลักษณะทั่วไปของสัตว์ชนิดนี้ที่เห็นเด่นชัดที่สุดคือ ตานูนแข็งขนาดใหญ่ 1 คู่มีขาคู่แรกเป็นอวัยวะจับอาหาร ส่วนขาคู่ที่ 2 และ 3 เป็นขาว่ายน้ำโดยเฉพาะขาคู่หลังสุดจะมีลักษณะคล้ายใบพายทั้งนี้เนื่องจากแมงดานาเป็นสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกอวัยวะส่วนนี้จึงมีความจำเป็นมากในการดำรงชีพสำหรับในบ้านเราเท่าที่เคยมีการจำแนกชนิดของแมงดานานั้น บอกต่อๆกันว่ามีอยู่ 3 ชนิดคือ แมงดาหม้อแมงดาเหลืองหรือแมงดาทอง และแมงดาลาย โดยจำแนกกันตามลักษณะภายนอกโดยแมงดาพันธุ์หม้อนี้จัดเป็นแมงดาพันธุ์ไข่ดก ขอบปีกมีลายเหลืองทองยาวไม่ถึงหางส่วนพันธุ์เหลืองหรือพันธุ์ทองนั้นจะออกสีเหลืองทองทั้งตัวและนับว่าหายากที่สุดสำหรับพันธุ์ลายนั้นขอบปีกจะออกลายสีเหลืองทองคล้ายกับพันธุ์หม้อแต่ขอบปีกจะยาวจนถึงหางและในตลาดที่เราเห็นกันบ่อยๆโดยเฉพาะช่วงหน้าฝนนี้จะเป็นแมงดาพันธุ์ลายเสียส่วนมาก


    
ส่วนสำคัญที่ขายได้ของแมงดานาจะอยู่ที่หางยาวแหลมคล้ายเดือยส่วนนี้จะมีต่อมกลิ่นหอมฉุน และจะมีแต่เฉพาะตัวผู้เท่านั้นและแม้ว่าแมงดานาทั้งตัวผู้และตัวเมียจะมีขนาดใกล้เคียงกันคือลักษณะลำตัวยาวรีเหมือนใบไม้ออกโทนสีน้ำตาล ยาวประมาณ 2-4 นิ้วแต่ข้อสังเกตง่ายๆคือ ตัวผู้ลำตัวจะกลมป้อม และเล็กกว่าตัวเมียนิดหน่อยส่วยตัวเมียลำตัวจะออกแบนๆ ส่วนท้องใหญ่ กว้างและที่สังเกตคือมักจะไม่มี่เดือยหางแม้ว่าบางครั้งเราหยิบขึ้นมาดมดูจะพบว่ามีกลิ่นฉุนๆก็ตามนั้นแสดงว่าแม่ค้าเขาเหยาะกลิ่นแมงดานาเข้าไปแล้วเหตุที่ต้องทำเช่นนี้เพราะว่าราคาแมงดาตัวผู้จะแพงกว่าแมงดาตัวเมีย

 

ขอบคุณข้อมูลจากพนักงานบริการที่โรงเรียน และ

http://www.nicaonline.com/articles9/site/view_article.asp?idarticle=149

http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B8%87%E0%B8%94%E0%B8%B2