ทั้งคู่คาดหวังว่าจะอยู่ที่นี่ได้นานเท่านาน ตราบเท่าที่เรื่องราวทุกอย่างของคนทั้งคู่ยังเป็นความลับหรือถึงวันที่เขาทั้งคู่หมดอายุไปเอง...นี่แหละคู่แท้ตัวจริง...ศิลามณี

คู่แท้...ศิลามณี

 

      น้องมณี เข้ามานั่งในห้องสิจ๊ะ เสียงจิตราหัวหน้าพยาบาลเรียกพยาบาลรุ่นน้อง ซึ่งเดินออกมาจากห้องคนไข้ชาย ให้เข้ามานั่งในห้องพัก ทั้งคู่เป็นพยาบาลเวรในคืนนี้โดยรุ่นน้องเป็นเวรบ่าย ส่วนรุ่นพี่เป็นเวรดึก

      ขอบคุณค่ะพี่ เดี๋ยวน้องจะไปดูคนป่วยที่คลอดลูกเมื่อบ่ายอีกครั้งค่ะ เสียงจากเจ้าของใบหน้าแสนงามตอบรุ่นพี่ก่อนเดินไปเปิดประตูห้องอีกด้านหนึ่ง

            เมื่อตรวจดูคนไข้เสร็จเรียบร้อยก็ออกเวรพอดี มณีเข้ามาที่ห้องพัก เสียงพี่จิตรารุ่นพี่ที่เตรียมไปเข้าเวรดึกแทน พูดแซวมาว่า
     
แหมน้องมณี ห้องปลัดศิลานักเรียนนอกน่ะ เห็นน้องเข้าไปตรวจบ่อยจัง

            มณีไม่พูดโต้ตอบรุ่นพี่ แต่หน้าเป็นสีชมพูจัดแล้วก็มีเสียงจากจิตราพูดจากริมหน้าต่างบรรยายถึงบรรยากาศด้านนอกอาคารด้วยเสียงวิตกลึก ๆ

      คืนนี้แรมสิบห้าค่ำ เดือนมืดจังเลยนะน้อง พี่ไม่ชอบเลย มณีถามรุ่นพี่กลับไปว่า

      ทำไมล่ะคะพี่

      อ๋อ...ช่วงนี้ผีเป้ากำลังออกอาละวาดมาหลายคืนแล้วจิตราตอบ

      ผีเป้า...นี่เป็นยังไงคะพี่เสียงหวานเย็นของมณีดังขึ้นถามอีกครั้ง

      ผีเป้า คือคนที่แก่กล้าวิชาอาคม แต่รักษาศีลไม่ได้ ของจะย้อนกลับเข้าตัวกลายเป็นผีดิบชอบกินตับคนตับสัตว์ หรือกินอาหารสดอาหารคาว ผีเป้าจะออกหากินในเวลากลางคืน โดยเฉพาะในคืนเดือนมืดที่ตรงกับวันพระมักจะออกหากิน คนที่เป็นผีเป้าจะมีแสงสีเขียวออกที่รูจมูกทั้งสองข้าง ที่สำคัญคืนนี้สิบห้าค่ำเสียด้วยสิจิตราตอบรุ่นน้อง

      น่ากลัวเหลือเกินคะพี่มณีร้องบอกรุ่นพี่ ก่อนที่จะหลับตา และหลับสนิทไปในที่สุดด้วยความเหนื่อยอ่อนที่ทำงานมาตั้งแต่บ่าย

            จิตรารับเวรแล้วออกตรวจดูคนไข้ทุกห้อง จากนั้นก็มานั่งเขียนบันทึกอาการคนไข้ จนใกล้เสร็จก็ต้องเงยหน้ามองไปยังห้องทำคลอด ด้วยมีเสียงผิดปกติมาจากห้องนั้น

            เมื่อถึงหน้าห้องจิตราก็ค่อย ๆ เปิดประตูแล้วมองเข้าไปในห้อง เห็นร่าง ๆ หนึ่งจากแสงสลัว ๆ กำลังหยิบรกเด็ก จากถุงดำในถังที่เตรียมนำไปทำลายในวันพรุ่งนี้ มากัดกินอย่างหิวโหย และกำลังเงยหน้ามองจิตรา ทำให้เห็นแสงสีเขียวที่ออกมาจากรูจมูกอย่างชัดเจน

      กรี๊ด ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เสียงของจิตรากรีดลั่น ดังไปทั่วทั้งโรงพยาบาลเมื่อเห็นภาพนั้นถนัดตา

      พี่จิตราคะ มีอะไรหรือค่ะ เสียงมณีร้องถามพยาบาลรุ่นพี่ที่ร้องฟูมฟายอยู่กลางลานหน้าห้องคลอด

      ผีเป้า...มันน่ากลัว....น่ากลัวเหลือเกิน เสียงพร่ำรำพันตัวสั่นงันงกของจิตรา ทำให้มณีต้องกอดพยาบาลรุ่นพี่ไว้ด้วยความสงสาร

            เช้าวันรุ่งขึ้นมณีก็เข้ามาตรวจสอบความเรียบร้อยในห้องปลัดหนุ่ม คนป่วยซึ่งตื่นรออยู่แล้วก็ส่งเสียงทักทายด้วยความตื่นเต้น และถามต่อว่า

      เมื่อคืนนี้มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นหรือครับ ผมได้ยินเสียงร้องลั่นโรงพยาบาล

      อ๋อ...พี่จิตราค่ะ แกอยู่เวรแล้วไปเจอผีเป้าในห้องคลอดกำลังกินรกเด็กอยู่ค่ะ

            ปลัดหนุ่มไม่กล่าวอะไรต่อ เพียงแต่มีสีหน้าเฝื่อนไปเล็กน้อย มณีซึ่งกำลังพูดก็ทันสังเกตเห็น แต่ก็พูดต่อไปว่า

      เดี๋ยวสาย ๆ เจ้าหน้าที่เขาก็จะเอากล้องวงจรปิดมาเปิดดูก็จะรู้ว่าใครเป็นผีเป้า

            ปลัดหนุ่มหน้าซีดเผือดมือสั่นเทา ทันใดนั้นมณีก็ยืนมือนิ้วเรียวงามไปจับมือของปลัดหนุ่มพร้อมพูดปลอบโยนว่า

      ไม่เป็นไรหรอกค่ะคุณปลัดศิลา มณีแอบเข้าไปลบเทปทิ้งหมดแล้ว

            ใบหน้าของปลัดหนุ่มยิ่งกลับเผือดลงไปอีกจนแทบไม่มีสีเลือด พร้อมกับส่งเสียงถามด้วยเสียงอันสั่นเครือว่า

      คุณมณี...ทราบได้อย่างไรหรือครับว่าเป็นผม

            มณียิ้มหวานและส่งเสียงหัวเราะเบา ๆ น่ารักให้ปลัดหนุ่ม ก่อนตอบให้หายข้องใจ

      อิอิ...ก็เราเป็นพวกเดียวกันนี่คะ...

 

            อีกสามปีต่อมา ชาวบ้านในอำเภอแถบชายแดนอีสานใต้ ที่เงียบสงบก็ได้ต้อนรับท่านปลัดอำเภอศิลา และภรรยาพยาบาลสาวแสนสวยคุณนายมณี ที่ทั้งคู่พากันจูงมือเดินลงจากรถและสบตากัน ส่งสายตาที่เปล่งประกายเข้าหากัน บ่งบอกถึงความสุขใจอย่างที่สุด ที่ได้มาประจำอำเภออันสงบเงียบเช่นนี้....ทั้งคู่คาดหวังว่าจะอยู่ที่นี่ได้นานเท่านาน ตราบเท่าที่เรื่องราวทุกอย่างของคนทั้งคู่ยังเป็นความลับหรือถึงวันที่เขาทั้งคู่หมดอายุไปเอง...นี่แหละคู่แท้...ศิลามณี

 

                  จบบริบูรณ์

 

                        ขอให้ทุกท่านโชคดี

 

                              สวัสดีครับ

โปรดติดตามเรื่องต่อไป "เจ้าหญิงมะพร้าว"