มายังภาคใต้ของประเทศไทยโดยเฉพาะเมืองปัตตานีนั้นเอง

ศาสนาอิสลามที่เผยแผ่เข้ามาในไทย...

ในดินแดนตะวันออกกลางมีศาสนาที่เผยแผ่อยู่ในคาบสมุทรอาหรับตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 12 ก่อนจะขยายไปยังหมู่เกาะต่าง ๆ ในเอเชียใต้ยังไม่มีบทบาทมากนักจนมาถึงพุทธศตวรรษที่ 19-20 จึงได้เป็นที่ยอมรับนับถือในหมู่ชนชั้นปกครองมากขึ้นตามเส้นทางการค้าขายนั้นคือศาสนาอิสลาม  การเข้ามาสู้ประเทศไทยโดยการนำของพ่อค้าชาวอาหรับโดยตรงและชาวอินเดียเป็นการติดต่อกันระหว่างประชาชนก่อนจึงถึงเจ้าผู้ครองนครที่เปลี่ยนแปลงมานับถือศาสนาอิสลามในปีประมาณปลายพุทธศตวรรษที่ 20 เจ้าผู้ครองเมืองปัตตานีหันไปนับถือศาสนาอิสลามและมีฐานะเป็นสุลต่าน 

 ปัตตานีจึงกลายเป็นรัฐอิสลามแต่บัดนั้นและมีการเปิดประตูเมืองออกสู่ประเทศอาหรับ  ทำให้ปัตตานีกลายเป็นศูนย์กลางศิลปะวิทยาการ  ศาสนาอิสลามและการค้าที่สำคัญทางประวัติศาสตร์รวมไปถึงแหล่งรวมวัฒนธรรมที่สำคัญอีกด้วย

จากเส้นทางการมาค้าขายของชาวอินเดียเห็นว่าเส้นทางเรือจากอินเดียสู่แหลมสุวรรณภูมิหรือมลายูนั้นมีร่องรอยที่ตะกั่วป่า  อ่าวบ้านดอน 

 เพราะบริเวณแถบนี้มีกลิ่นไอของวัฒนธรรมฮินดู-พุทธ-มุสลิม แม้แต่การปกครองยังเลียนแบบในอินเดียเช่น  ไชยา  ตามพรลิงค์  สะทิงปุระ  และลังกาสุกะ  เป็นต้น

ในส่วนของชาวอาหรับ-เปอร์เชีย  ก็พบหลักฐานที่แหลมโพธิ์  ไชยา  และที่เกาะคอเขา  ตะกั่วป่า  มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 13  ได้แก่เครื่องถ้วยเคลือบสีน้ำเงินทำมาจากเปอร์เชีย  และเมืองท่าชื่อ กลาห์  ( บริเวณตะกั่วป่า ) เป็นที่รู้จักของชาวอาหรับและเปอร์เชียมากที่สุด  เพราะเป็นเมืองท่าที่สำคัญและมีชาวมุสลิมอาหรับ  เปอร์เชีย  และอินเดียมาตั้งหลักแหล่งอยู่ 

 ต่อมาในยุคพุทธศตวรรษที่ 20 จึงมีพ่อค้าและนักเผยแผ่ศาสนาชาวมุสลิมเพิ่มจำนวนมากขึ้นในบริเวณประเทศมาเลเซีย  หมู่เกาะในอินโดนีเซียและขยายขึ้นมายังภาคใต้ของประเทศไทยโดยเฉพาะเมืองปัตตานีนั้นเอง.