มุมมองของฉันเอง

วันนี้หลังจากจัดกิจกรรมทักษะทางวิชาการ  เพื่อคัดเลือกนักเรียน ระดับอนุบาล และช่วงชั้นที่ 1-2 เป็นตัวแทนสพท. สมุทรสาคร  (ช่วงชั้นอื่นๆ ได้จัดกิจกรรมนี้ไปแล้ว) ไปเข้าร่วมแข่งขันในงานศิลปหัถตกรรมนักเรียนระดับภาคกลาง และภาคตะวันตก ปี 2551 ณ จังหวัดสุพรรณบุรี ระหว่างวันที่ 5-8 มกราคม 2552 นั้น ฉันได้รับคำสั่งให้ปฏิบัติหน้าที่ เป็นคณะกรรมการตัดสินการประกวด และแข่งขัน ในสาระภาษาต่างประเทศ  เวลาพูดถึงกลุ่มสาระ แล้วเหมือนดูดีและก็เหมือนเช่นทุกปี แต่ปีนี้ ทางเขตฯ มอบหมายให้รับผิดชอบด้านการแข่งขัน English Quiz ในช่วงชั้นที่1  กรรมการมี 6 ท่าน แต่ไม่มา  2ท่าน ป่วย 1 ท่าน การกำหนดเกณฑ์ต่างๆ เหมือนของสพท.สุพรรณบุรี

ต่อไปนี้เป็นมุมมองของฉันเอง

เมื่อสิ้นสุดการดำเนินการแข่งขัน พบข้อสังเกตที่น่าสนใจ ดังนี้

1. มีกลุ่มโรงเรียน ส่งนักเรียนตัวแทนนักเรียนเข้าแข่งขันน้อยมาก ของQuiz มี เพียง 7 กลุ่ม เท่านั้นที่เข้าร่วมกิจกรรม ใน 7 กลุ่มนี้ ไม่เข้าเกณฑ์ 1 กลุ่ม อันเกิดจากความเข้าใจผิดของโรงเรียน สรุปว่าแข่งขันกันเพียง 6 กลุ่มๆละ 2 คน

2. เมื่อการแข่งขันสิ้นสุดลง และพิจารณาผลคะแนน พบว่า ความสามารถของโรงเรียนสังกัดสพท.ของสมุทรสาคร ไม่แตกต่างจากโรงเรียนเอกชน มากนัก 
3. เด็กรัฐบาลไม่ได้ด้อยกว่าเด็กเอกชน เมื่อแข่งขันความสามารถภาษาอังกฤษ เร่งอีกนิดๆ ก็น่าจะไปคู่กันได้

เชิญร่วมวิพากษ์กันด้วยปัจจัยต่อไปนี้

1.นักเรียนในช่วงชั้นที่ 1 (ป.1- ป.3 ) ของเอกชน มีชั่วโมงเรียนในแต่ละสัปดาห์มากกว่า เวลาเรียนของนักเรียนของเขตพื้นที่สมุทรสาคร

เมื่อมีเวลาเรียนมาก ย่อมรู้มาก  หรือไม่

เมื่อมีความพร้อมด้านปัจจัยพื้นฐานมากกว่า การเรียนรู้ รับรู้ ย่อมมีมากกว่า หรือไม่

เทคนิด วิธีการเรียนรู้ ที่แตกต่างกัน ทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ต่างกัน หรือไม่

ประสบการณ์การสอน ของครูมีผลต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ และทัศนคติ ของผู้เรียนมากน้อยเพียงใด

 

2.การจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรของกระทรวง ของโรงเรียนรัฐบาลในช่วงชั้นที่ 1 ไม่เน้นการเขียน มากไปกว่าการฟังและการพูด แต่ของโรงเรียนเอกชนเด็กจะฝึก เขียนตั้งแต่ชั้นอนุบาล

ผลการตรวจแบบทดสอบ พบว่า เด็กจากโรงเรียนรัฐบาล เขียนประโยคคำตอบสั้นๆ และถูก แต่เด็กเอกชน เขียนคำตอบยาวและถูกต้อง

การฟังคำถามและตอบ เด็กเอกชนฟังคำถาม ได้เข้าใจ และตอบถูกไม่แตกต่างจากเด็กโรงเรียนรัฐบาล แต่เด็กรัฐบาลคิดเขียนคำตอบช้ากว่า

3.ความพร้อมของนักเรียนจากโรงเรียนรัฐบาล แตกต่างจากความพร้อมของนักเรียนโรงเรียนเอกชน

ในการแข่งขันผู้เข้าแข่งขันต้องตอบปัญหา 2 รอบคือ

1.ในรอบแรกเป็นคำถามชนิดตัวเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 20 ข้อ ใช้เวลาข้อละ 1 นาที

แบบทดสอบมีข้อกำหนดคือ

1.เนื้อหาคำศัพท์ตามหลักสูตร

2.เน้นความเข้าใจภาษา

3.ถามความรูทั่วไป และเหตุการณ์ปัจจุบัน

4.ต้องสอดคล้องกับวัฒนธรรมทางภาษา

5.กำหนดเวลา ในรอบแรก ใช้เวลา 20 นาที และรอบที่ 2 ใช้เวลา 30 นาที่

 

2.รอบที่ 2 กรรมการจะถามคำถามนักเรียนเขียนตอบ / เลือกคำตอบที่ถูกต้อง ในกระดาษคำตอบ ตามระดับช่วงชั้น โดยกรรมการจะมีปัญหาสำรองอีก หนึ่งชุด ในกรณีที่มีคะแนนเท่ากัน

ฉันเห็นว่า วิธีดำเนินการแข่งขัน ไม่ค่อยจะสอดคล้องกับความคาดหวังของหลักสูตร และกระบวนการเรียนรู้

ของนักเรียนในช่วงชั้นที่1  ฉันคิดว่า น่าจะให้โอกาสเด็กได้พูดตอบคำถาม

 

สิ่งหนึ่งที่ฉันคิดว่า พลาดมาตลอด คือ เด็กไทยเราใช้เวลาในการเรียนภาษาอังกฤษ นานมาก ตั้ง 12 ปี รวม ป.ตรีอีก 4 ปี รวม 16 ปี แต่พูดไม่ได้ มันน่าคิด คุยกับชาวต่างประเทศ ลับหลัง ฝรั่งมันแอบขำฉิบ
เพราะดันเอาภาษาวรรณกรรม มาแหลงกัน แบบบ้านเราเรียนกันว่า พูดแบบลิเกงั้นแหละ

แล้วใครควรแก้ ครูผู้สอนงั้นรึ ก็น่าจะถูกเน๊อะ  แต่อาจถูกกล่าวหา ว่าโป้แน่ ต้องรอให้ผู้ใหญ่ที่รับผิดชอบท่านเสนอให้แก้ ท่านแก้ให้ดู อิอิ ...ไม่น่าเกลียด

โฮ๊ยย !  ที่นี่ ประเทศไทย นะคะพี่น้อง  (ที่สมุทรสาคร )

เพลงประจำจังหวัดบรรเลง ...อิอิ

ว่ากันขำๆ นะพี่น้อง  

หลักสูตรเปิดใจกว้าง ใครใคร่ทำ ทำ แต่อย่าล้นขอบ ขอถามสักคำใครตอบได้ มีเฮ .......
ไอ้เพื่อนคนหนึ่งบอกว่าจะมาคุย เรื่องเก่าสมัยเรียน  เจ้านี่ถ้าจะแก่งักจริงๆ ก็จะมาคุยความหลัง
ไม่พูดว่าแก่แล้วจะว่าอะไร สมัยเรียนใครๆก็เรียกน้า ที่จริงอายุน้อยกว่าฉันอีก แต่ใบหน้ามันทรยศ...

เพื่อนฉันจบเอกอังกฤษมา แล้วก็ต่อโทบริหาร  มันบอกว่า "ข้าจบมาได้ก็บุญแล้ว"

อ้าว ....มันพูดแปลกฮิ
ไอ้หมอนี่เคยพูดว่า "นี่หล่อนรู้ไม๊ว่า ความรู้ที่เรียนมาจากมหา'ลัยน๊ะ เก็บไว้เถอะ ฉันถามว่า เก็บไว้ทำไม
ไอ้หมอคนเดิมมันก๊ากกกก...ใส่
แล้วพูดว่า  "จะบ้าหรือความรู้ที่เรียนมามากมายเกินเด็กจะรับได้ 
แล้วแกจะบ้าเอามาสอนไอ้ตัวเปี๊ยกๆได้ไง"
ตกลงใครบ้า  เจ้าเพื่อนตัวดี  หรือฉัน อิอิ...