
พระพุทธรูปปางนี้ จะใช้นิ้วชี้ของมือขวาชี้ลงที่พื้นดิน เพื่อขอให้พระธรณีเป็นพยาน โดยมีที่มาของเรื่องว่า เมื่อครั้งพระพุทธเจ้าบำเพ็ญเพียรอยู่นั้น ด้วยพระบารมีของพระองค์จึงเกิดบัลลังก์ที่ประทับสำหรับพระองค์บำเพ็ญภาวนา แต่ในครั้งนั้นพระยามารที่มีชื่อว่า พระยาวัสวดีมาราธิราชมาขัดขวางการบำเพ็ญบารมีธรรม โดยบอกให้พระพุทธเจ้าออกจากบัลลังก์และอ้างว่าบัลลังก์นั้นเป็นของตน โดยกล่าวอ้างพยานซึ่งเป็นลูกน้องเหล่ามารทั้งหลายว่า เหล่ามารทุกตัวตนล้วนแต่รู้ดีว่า บัลลังก์นี้เป็นของพระยามารทั้งสิ้น พระพุทธเจ้าจึงตรัสว่า ท่านจะขอให้พระธรณีซึ่งไม่ได้เป็นฝ่ายใดเป็นพยานว่าบัลลังก์นี้เป็นของพระองค์ที่เกิดจากการทำทานบารมีอันยิ่งใหญ่มาแล้วในอดีต เมื่อครั้งที่พระองค์สละนางมัทรีให้เป็นทาน พื้นพระธรณีก็ส่งเสียงกึกก้องถึง 7 ครั้งเพื่อรับทราบในการบำเพ็ญกุศลทานครั้งนั้น ในครั้งนี้พระองค์ทรงชี้นิ้วลงที่พื้นดินและขอให้แม่พระธรณีเป็นพยาน ในการนี้แม่พระธรณีก็ปรากฎกายขึ้นมาจากพื้นดินต่อหน้าพระพุทธเจ้าและกล่าวว่า นางได้ทราบถึงบารมีที่พระพุทธเจ้าได้บำเพ็ญมาตลอด และทุกครั้งที่พระองค์หลั่งน้ำลงพื้นดินหลังจากบำเพ็ญทานบารมีแล้ว น้ำก็ตกลงอยู่ในเส้นผมของนางจนประมาณมิได้ เพื่อพิสูจน์เรื่องนี้จะขอบิดมวยผมให้น้ำไหลออกมาให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ ว่าการบำเพ็ญทานนั้นแล้วพระธรณีก็บิดมวยผมเป็นเกลียว ทำให้มีน้ำไหลออกมานองท่วมไปทั่วบริเวณนั้น เหล่าพระยามารและลูกน้องก็ลอยตามกระแสน้ำไปหมด
อนุโมทนาบุญ....คุณโสภา....สง่ายิ่ง
ได้ทำสิ่งมีคุณค่าพระศาสนา.......
ขอกุศลผลบุญหนุนนำพา........
ปรารถนาสิ่งใด.....ให้เกิดบุญ