สูงที่สุดในประเทศไทย
วันนี้เป็นที่ 24 พฤศจิกายน 2551 เป็นวันจันทร์ วันที่คนอื่นเขาทำงาน แต่คนในบ้านผมเที่ยว ถูกกาลเทศะดีไหมครับ นี่ก็เป็นเพียงการกบฏในชีวิตบ้างเล็กๆน้อยๆ ใครเขาว่าโรงเรียนมีความสำคัญนักหนา แต่สำหรับเด็กประถมผมว่าเที่ยวสำคัญกว่าไหนๆ วันนี้เราวางแผนจะขึ้นดอยอินทนนท์กันครับ
หลังจากตื่นนอน กินข้าวเรียบร้อย ก็แบบเดิมๆครับ พ่อมันอิ่ม ส่วนลูกก็กระเดือกอาหารลงไปนี๊ดเดียวเท่านั้นเอง และเดี๋ยวก็คงเหมือนเดิม คอยดูกันต่อไปนะครับ
ในตอนแรกผมรู้สึกกลัวการขึ้นดอยอินทนนท์มากกว่าดอยสุเทพ เพราะรู้กันอยู่ว่า กว่า 30 กิโลเมตรนั้นเราต้องไต่ขึ้นเขาตลอด แต่เมื่อเราสามารถผ่านเมื่อวานมาได้แล้ว มันก็ไม่น่าจะมีอะไรหนักหนาสาหัสมากนักใช่ไหม และ GPS ก็ทำหน้าที่ของมันได้อย่างไม่บกพร่อง ลูกสาวคนเล็กก็ทำหน้าที่ของเธอได้อย่างตรงเวลาเป๊ะ นั่นคือ เมื่อเราเลี้ยวขวาที่อำเภอจอมทองเพื่อขึ้นดอยไปได้สักพัก เธอก็เริ่มออกอาการหิวข้าว ฮ่า ฮ่า กินขนมไป ห้ามบ่น
จอดแวะซื้อบัตรผ่านประตูเข้าอุทยาน ซื้อดอกแกลดิโอลัส 4 ช่อ เพื่อนำไปนมัสการพระธาตุ แล้วเราก็ออกเดินทางต่อไป น้องจ้าเริ่มคลายหิวจากการกินขนม แล้วเธอก็ผลอยหลับไป ส่วนพี่แป้งก็ทำหน้าที่นั่งข้างผมเป็นเพื่อนกัน เช่นเคยครับ ปิดแอร์ เปิดกระจก สูดลมลึกๆ บรรยากาศข้างทางสวยงามชวนชมนัก ต้นไม้แปลกตาไม่เหมือนที่ภาคใต้ น้ำตกข้างทางก็สวยงาม ถนนขึ้นดอยก็แสนจะสะดวกสบาย รถราก็ไม่มาก นั่นน่าจะเป็นเพราะว่าวันนี้เป็นวันจันทร์กระมัง อีกอย่างตอนนี้ก็เริ่มสายแล้ว รถสวนลงมาจึงมากกว่ารถขึ้นไป วันนี้รายงานอากาศบอกว่า อุณหภูมิบนยอดดอยราวๆ 9 องศาครับ
ผมไม่ได้จับเวลาว่าเราใช้เวลานานเท่าไหร่จึงขึ้นผ่านมาถึงพระธาตุ 2 องค์ที่ใหญ่โตอยู่คู่กัน อ่าฮ้า ผมเคยมาแล้ว มาตั้งแต่ยังสร้างไม่เสร็จดีเสียด้วยซ้ำ และอีกเพียงไม่นานนักเราก็มาถึงยอดดอย แดดจ้า แต่หนาวเหน็บ จิ๋มปลุกน้องจ้าให้ตื่นมาชมความงามด้วยกัน ดูเธองัวเงียเล็กน้อย แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะผมต้องอุ้มเธออยู่แล้ว ส่วนพี่แป้งนั้นตื่นเต้นกว่าใคร เพราะคำว่าหนาวเหน็บนั้นเธอยังไม่เคยพบเห็น จึงสวมเสื้อเพิ่มเติมเข้าไปอีก 2 ชั้น สวมถุงมือ แล้วเดินไปตามทางด้วยกัน เราแวะถ่ายรูปป้ายตามแบบฉบับของนักท่องเที่ยวอย่างเราๆ
น้องจ้ายังไม่ยอมหายหิวง่ายๆ เราจึงเดินไปที่ที่ทำการอุทยาน ซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมากินไปพลางๆ กะว่าน่าจะเป็นมื้อเที่ยงได้เลย เพราะนี่ก็ปาเข้าไปเกือบเที่ยงอยู่แล้ว ซวบๆๆ คือเสียงลูกสาวผมซดบะหมี่ครับ ส่วนพี่แป้งก็กินโจ๊กคัพครับ ดีนะครับ กินของร้อนในที่เย็นๆ ไม่ต้องเป่ามาก เพราะว่าอากาศมันเย็นจริงๆ กินไป ดูนกไป ที่นี่นกเยอะมาก และมันก็ไม่กลัวเราด้วย มาหากินข้างๆตัวพวกเราตลอดเลยครับ
เมื่อลูกอิ่มท้องแล้วเราก็ออกเดินทางกันต่อไป ตอนแรกกะว่าจะเดินลงไปเที่ยวในอ่างกาหลวง แต่สังขารแบกเด็กไม่อำนวย เราจึงลงจากยอดดอยเพื่อแวะนมัสการพระธาตุคู่กัน ที่นั่นคือ พระธาตุนภเมทนีดล และพระธาตุนภพลภูมิสิริ พระธาตุคู่กันที่สร้างโดยกองทัพอากาศเพื่อฉลองพระชนมายุของในหลวงและพระราชินีครบ 5 รอบ สร้างไม่พร้อมกันครับ เมื่อ พ.ศ.2536 ที่ผมกับจิ๋มมาเที่ยวนั้น องค์ที่สองยังสร้างไม่เสร็จเรียบร้อย
พระธาตุนภเมทนีดล องค์สีน้ำตาล เป็นของในหลวง แปลว่า “พระสถูปเจดีย์บรรจุพระบรมธาตุที่ยิ่งใหญ่เพียงฟ้าจดดิน” ซึ่งก็เป็นที่น่าเชื่อถือดังคำแปล เพราะเราคงหาพระธาตุที่อยู่สูงที่สุดแบบนี้ไม่ได้อีกแล้วในประเทศไทย ส่วนพระธาตุนภพลภูมิสิริ องค์เป็นสีม่วง เป็นของพระราชินี แปลว่า “เป็นกำลังแห่งฟ้า เป็นสิริแห่งดิน”
ลูกๆและภรรยาของผมดูมีความสุข เดี๋ยวนี้เขามีบันไดเลื่อนพาขึ้นไปบนพระธาตุ อากาศเย็นยะเยือก เราสามารถมองเห็นหมอกถูกพัดพาเข้ามาปกคลุมพื้นที่อย่างรวดเร็ว และหายจากไปอย่างรวดเร็ว ทะเลหมอกยังคงสามารถมองเห็นได้ไกลๆในหุบเขามากมาย รู้สึกดีมากจริงๆ
เดี๋ยวนี้เขามีร้านอาหารอยู่ด้วย ผมและจิ๋มจึงถือโอกาสนี้กินมื้อเที่ยงจนอิ่มท้อง ก่อนที่เราจะออกเดินทางต่อไป คราวนี้เราจะลงยาวไปเลยครับ ผมอยากจะแวะเข้าไปในเมืองจอมทองสักหน่อย ทั้งนี้ก็เพื่อนมัสการพระธาตุศรีจอมทอง ซึ่งเป็นพระธาตุประจำปีชวด ปีเกิดของผมเอง ระหว่างที่ลงเขาไปนั้น ลูกๆของผมหลับสนิททั้งคู่ ครั้นเมื่อถึงวัดพระธาตุศรีจอมทอง ผมจึงต้องทิ้งลูกเมียไว้ในรถ และเดินไปไหว้พระธาตุเพียงคนเดียว เลยได้แต่รีบๆ ใจจริงอยากเดินดูให้นานกว่านี้ เพราะเท่าที่จำได้ ที่นี่มีพิพิธภัณฑ์เล็กๆภายในวิหารพระธาตุ น่าเสียดายจริงๆครับ
จิ๋มบอกว่าอยากพาลูกไปดูเขาทำร่มที่บ่อสร้าง ผมจึงตั้ง GPS และออกรถทันที เลยได้ทราบว่า บ่อสร้างกางจ้องนั้น อยู่ที่อำเภอสันกำแพง ซึ่งอยู่ติดกับอำเภอเมืองมากๆ และมีเรื่องตลกสำหรับการทำตามคำแนะนำของท่านพี่ GPS นั่นคือ บ่อสร้างของท่านอยู่ที่ป้ายบ่อสร้าง มันบอกให้ผมเลี้ยวขวา แต่ไอ้เราก็เห็นอยู่ตำตาว่าป้ายทางหลวงบอกให้เลี้ยวซ้าย แต่ลองทำตามพี่บอก เลยได้รู้ว่า มันบอกให้เราวิ่งมาหาป้ายบ่อสร้าง ฮ่า ฮ่า เจ็บใจนัก และที่บ่อสร้างก็ไม่ได้ป็นเหมือนที่คิดไว้ครับ เพราะตอนแรกนึกว่าเป็นหมู่บ้าน มีการสาธิตทำร่ม แต่ที่นี่กลายเป็นร้านขายของมากกว่า ร่มก็มีขายบ้าง แต่ก็ไม่ได้มากมายไปกว่าเสื้อผ้าครับ
วันนี้เรามีนัดคืนรถเช่าในเวลา 6 โมงครึ่งครับ ดูเวลาก็พอมีเหลือให้ลูกสาวได้ว่ายน้ำบ้าง ก็เลยรีบกลับโรงแรม ว่ายน้ำ อาบน้ำ และคืนรถตามเวลามาตรฐานเป๊ะ จากนั้นน้องที่บริษัทก็ขับรถพาไปส่งที่ร้านอาหารสวนผักซึ่งอยู่ใกล้กันนิดเดียว อาจจะมีคนทักท้วงว่า อะไรกัน วันแรกก็กินที่นี่ ทำไมไม่ไปหาที่อื่นบ้าง ช้าก่อนท่าน อย่าลืมว่าวันแรกมากินเย็นตาโฟ ผมยังไม่ได้พาเมียมากินสลัดอร่อยเลย นี่ก็เป็นที่มาสั้นๆครับ ว่าทำไมต้องเป็นที่นี่ถึงสองครั้งในทริปเดียว
ร้านอาหารสวนผักราคาค่อนไปทางแพง แต่ผักสด สะอาด และอร่อย ถูกใจผมยิ่งนัก แต่สำหรับเมียนั้น ก็ไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่ว่าเธอจะถูกใจแค่ไหน บอกแล้วไงว่าเป็นตระกูลปราบเซียนของอร่อย
ออกจากร้าน เราก็โบกรถสองแถวเพื่อที่จะไปไนท์บาร์ซาร์ อันนี้ถูกใจลูกสาวทั้งสองมากที่สุด เพราะว่าเธอตื่นเต้นที่จะได้นั่งมัน ดูๆไปก็เหมือนกับเด็กบ้านนอกเลยนะครับ ไม่เคยนั่งสองแถว พี่แป้งนั้นเคยแล้ว ผมพาขึ้นสองแถวตั้งแต่อยู่โรงเรียนนกฮูก รายนั้นก็โปรดปรานมากเช่นเดียวกัน
ไนท์บาร์ซาร์ไม่ได้สร้างความประทับใจผมเท่าไหร่ เพราะมัวแต่งงว่าไหนคือไนท์บาร์ซาร์ ไม่มีป้ายบอกสักแอะ เดาว่าไอ้ที่วางขายตามฟุตบาทและลานโล่งๆนั้นน่าจะใช่ คนเดินน้อยมากจนน่าใจหาย แต่ก็ดีนิดๆที่ไม่ต้องเบียดกันเหมือนที่ถนนคนเดิน จิ๋มแวะซื้อผ้าพันคอเป็นของฝากเพื่อนๆและน้องๆจากที่นี่ เราเดินกันได้ไม่นานนัก สองสาวก็เริ่มรวน เธอทั้งคู่ทั้งง่วงทั้งเหนื่อย ผมกับจิ๋มเลยยุติการเดินดูของเพียงเท่านี้ เราควบกะป๊อกลับกันครับ
แล้ววันนี้ก็จบลงไปอีกวัน เป็นวันหรรษาของครอบครัว ถ้าจะให้ถามว่าประทับใจอะไรที่สุด ก็คงจะเป็นการได้ไปเที่ยวย้อนรอยพ่อกับแม่ของลูก ครั้งนั้นผมได้ทำบันทึกการเดินทางเป็นหนังสือเล่มเล็กๆ พิมพ์กับเครื่องพิมพ์ดีด ปะกาวทำปก แจกเพื่อนๆผู้ร่วมเดินทางทุกคน ฝันไว้ว่า จะคัดลอกลงมาใสใน gotoknow ในอนาคต อยากรู้ไหมครับ ว่าสำนวนผมตอนนั้นเป็นอย่างไร
น่ารักมากเลยค่ะ เพิ่งเคยเห็นรูปน้องจ้ายิ้มแป้นขนาดนี้ สำหรับน้องแป้งนั้นยิ้มสวยเสมออยู่แล้วค่ะ ดูแล้วรู้สึกเลยว่าเป็นเวลาแห่งความสุขของทั้ง 3 สาวเลยจริงๆ คนอ่านก็พลอยอิ่มเอมไปด้วย ขอบคุณนะคะ
บันทึกการเดินทางของอ.แป๊ะเล่มเล็กนั่น อย่าคัดลอกเลยค่ะ เอาแบบ scan มาเลยดีกว่าเพราะของแบบนี้ ไม่ใช่แต่ข้อความนะคะที่น่าเก็บไว้ รูปลักษณ์ก็อย่าให้หลุดหายไปเชียว อยากเห็นด้วยค่ะ
สวัสดีครับหมอ
เขียนได้ดีเล่าได้ละเอียดน่าอ่านมากครับ
ขอบคุณากครับ
คุณหมอครับเห็นด้วยกับพี่โอ๋ 100% สแกนเลยครับ อยากดูมากๆ น่าจะเรียกว่า blog analog ได้หน่ะครับ
อ่านถึงตอนที่คุณหมอบอกว่าจะแวะพระธาตุทั้งสององค์ก็นึกๆอยู่ว่าคุณหมอจะได้ขึ้นไปข้างบนหรือเปล่า และก็ลุ้นว่าคุณหมอจะขึ้นไปยังไง เด็กๆจะเดินไหวหรือเปล่า แต่พอเห็นรูปด้านบนพระธาตุก็ดีใจที่คุณหมอได้ขึ้นไปด้านบนด้วย แต่ก็แปลกใจเล็กน้อยว่าเด็กๆจะขึ้นไหวหรือโดยเฉพาะน้องจ้า แต่ก็มาถึงบางอ้อว่าเดียวนี้เค้ามีบันไดเลื่อนแล้ว
แต่มานึกดูให้ดีถ้าไม่มีบันไดเลื่อน น้องจ้าก็น่าจะขึ้นไหว เพราะค่อยๆเดินไป เหมือนที่ผมก็เคยพาน้องหนุนไปเที่ยวบนพระธาตุ ตอนโน้นก็ยังไม่มีบันไดเลื่อน อายุน้องหนุนก็ประมาณน้องจ้านี้แหละ
เสียดายที่คุณหมอไม่ได้แวะโครงการหลวงดอยอินทนนท์ที่อยู่ไม่ไกลกันนักจาก ดอยอินทนนท์ ที่โครงการหลวงนี้นอกจากดอกไม้สวยๆเยอะแยะแล้ว ด้านหลังโครงการยังมีบ่อเลี้ยงปลาเทร้าท์ด้วย และยังมีบ่อเลี้ยงปลาสเตอร์เจี้ยน ซึ่งเป็นปลาที่เลี้ยงไว้เพื่อนำไข่ปลามาทำเป็นอาหาร คำถามคือ ไข่ปลาสเตอร์เจี้ยนนี้เรียกว่าอะไรครับ
คุณหมอคิดถูกแล้วครับว่า การพาเด็กเที่ยวในช่วงวัยเด็กนี้แหละสำคัญที่สุด เพราะเดียวเค้าเข้าช่วงวัยรุ่นเค้าก็ไม่มาเที่ยวกับเราแล้ว และการพาเด็กเที่ยวในช่วงวัยเด็กเราสามารถที่จะถ่ายทอดอะไรหลายๆอย่างให้เค้าได้ นอกเหนือจากที่เค้าซึมซับได้ด้วยตัวเค้าเองครับ
อย่าลืมตอบคำถามของผมหน่ะครับ ใครก็ตอบได้
พี่โอ๋
พี่ทำให้ผมต้องรีบหาหนังสือเล่มนั้น กว่าจะพบ เล่นเอาเหงื่อออก
ปัญหาต่อมาก็คือ scan แล้วไงครับ เอามาใส่ในนี้แล้วจะอ่านออกหรือพี่
ตัวอักษรน่าจะเล็กกะตี๊ดเดียว
สวัสดีครับท่านเกษตรยะลา
นี่ถ้าสามารถบรรยายให้เห็นความระบมของกล้ามเนื้อได้ จะทำให้ดูแล้วครับ ฮา
พี่หนึ่งครับ
จนป่านนี้แล้ว ยังไม่รู้เลยว่า โครงการหลวงอินทนนท์อยู่ที่ใด
อยู่ตรงที่ทำการอุทยาน ก่อนจะขึ้นเขาชันๆนั่นหรือเปล่าครับพี่
ตรวนั้นทฃมี amazing อย่างหนึ่งที่ผมแอบเห็น นั่นก็คือน้ำตกลงมาจากหน้าผาสูงสุดๆเลย ต้องมองจากถนนเท่านั้นจึงจะเห็น ขันรถเข้าไปจอดในที่ทำการอุทยาน มองไม่เห็นเลยครับ
เรื่อง scan คงต้องพึ่งพี่กับพี่โอ๋ะแล้วกระมัง
ผมว่าน่าจะได้หน่ะคุณหมอเพราะเวลาเราเซฟfileมันก็จะเป็นนามสกุล jpeg หรือเลี่ยงไปใช้นามสกุลอื่นที่ไฟล์เล็กหน่อย เพื่อสะดวกในการuploadรูป จากนั้นก็เป็นหน้าที่ของคนอ่านหล่ะครับว่าจะนำภาพไปขยายอย่างไร
จริงๆล้วเรื่องนี้ผมก็ไม่ถนัดครับ เพราะที่เข้ามาเล่น gotoknow นี้ก็ยังงูๆปลาๆเลยครับคุณหมอ เออ!นึกออกแล้ว ถามgotoknow ดีกว่าครับคุณหมอ
ส่วนโครงการหลวงดอยอินทนนท์นั้นอยู่บริเวณกลางทางที่จะขึ้นไปบนยอดสูงสุดครับ
ถ้าผมจำไม่ผิด ถ้าคุณหมอลงมาจากยอดดอยก็จะเจอพระธาตุ ลงจากพระธาตุก็จะเป็นโครงการหลวงครับ
EUREKA พี่หนึ่ง ผมแวะแล้ว แต่นั่นก็เพื่อจะจอดดูน้ำตกที่เมื่อเข้าไปก็มองไม่เห็น
ไม่ทราบเลยว่าเขาเลี้ยงปลาเทราท์ด้วย ส่วน sturgeon นั้นก็ไม่ทราบเหมือนกันว่ามันมีชื่อไทยว่ากระไร
เดี๋ยวจะเอาหนังสือที่เขียนไปให้ยืมอ่านเอาไหมพี่
ไข่ของปลาสเตอร์เจี้ยนก็คือ ไข่ปลาคาร์เวียร์ ที่โด่งดัง OTOPชื่อดังของรัสเซียครับ
ตอนนี้กำลังอยู่ระหว่างทดลองอยู่ถ้าสำเร็จเมืองไทยก็จะสามารถผลิตคาร์เวียร์เพื่อบริโภคในประเทศหรือแม้แต่ส่งออกไปในละแวกอาเซียน(มาเลย์ สิงค์โปร์ อินโด)ก็น่าจะเป็นไปได้
เหรอครับพี่หนึ่ง
แป้งท่าทางจะชอบกินไข่ปลาแบบนี้ ฮ่า ฮ่า
แอบไปดูใน website รูปปลา sturgeon นั้น มันใหญ่โตนัก อย่างนี้เนื้อมันจะอร่อยเหรอ
อ.แป๊ะแวะเอามาให้พี่โอ๋จัดการให้ได้เลยนะคะ ที่ห้องมีทั้งที่ scan และขยายค่ะ (อยากเห็นของจริงๆด้วย อิ..อิ..โชคดีจัง)
พรุ่งนี้นะครับพี่โอ๋ ขอบคุณครับ
โชคดีที่ได้เจออากาศหนาวนะคะ เพราะ พวกแป้นก็ไปเที่ยว แม่ฮ่องสอน และ ปาย ช่วง 18-23 พย.ที่ผ่านมา อุตส่าเปิดเวปอุตุดูบอกว่าอากาศหนาว ปรากฏว่าเมื่อไำปถึงที่ กลับร้อนแบบไม่น่าให้อภัย น่าเจ็บใจชะมัด อุตส่าห์แบกเสื้อหนาวกันไปให้เหนื่อยปล่าวจริงๆ
ว่าแต่ พระธาตุนภเมทนีดล มีบันไดเลื่อนแล้วเหรอเนี่ย ไปมาเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ยังไม่มีเลยนะ สงสัยต้องลอง ย้อนรอยแบบอาจารย์ดูบ้างนะคะเนี่ย
สวัสดีครับ PAN
ไม่หนาวน่ะดีแล้วครับ
บ้านเราเมืองเราทนหนาวกันเป็นซะที่ไหน