เหตุฉะนั้นการลงโทษจึงไม่มีแก่คนทั้งหลายที่อยู่ในพระเยซูคริสต์.

คนบาปในทัศนะของศาสนาคริสต์

บาปเกิดขึ้นมาในจิตใจของคนเราตั้งแต่เมื่อไหร่  บาปจะละไปจากคนได้อย่างไร  คงเป็นปัญหาที่ศาสนามีคำตอบอยู่แล้ว  ตามหลักภาษากรีกมีศัพท์ว่า  Parabasis ( พาราบาสิส )  สื่อถึ่งการละเมิดกฎอย่างใดอย่างหนึ่ง  Hamatia ( ฮามาเทีย )  สื่อถึ่งการไม่ตรงตามพระประสงค์ของพระเป็นเจ้า  Anomia ( อโนเมีย )  สื่อถึงการนอกกรอบ  นอกกฎหรือการเป็นกบฏต่อพระผู้เป็นเจ้า 

นั้นคือคนที่ทำความผิดเป็นบาปนั้นเป็นการกระทำผิดกฎทางศีลธรรมของพระผู้เป็นเจ้า  ตามตำนานที่นายอาดัมมีความผิดบาปเพราะการทำผิดกฎของพระเป็นเจ้าเพราะหลงเชื่อฟังงูแนะนำล่อลวงและงูนั้นอยู่ในอำนาจของซาตาน  ในขณะที่พระเป็นเจ้าตั้งกฎว่า...ห้ามกินผลไม้แห่งต้นไม้ความรู้ดีรู้ชั่วเพื่อทดสอบว่าคนจะเชื่อฟังไหม...และการกระทำของซาตานคือการทำให้คนสงสัยและละเมิดกฎ  โดยการพูดปดให้คนหลงเชื่อว่าสิ่งเหล่านั้นไม่จริง 

 พร้อมยื่นข้อเสนอให้คนกินผลไม้ดังกล่าว  ส่วนนางอีวาเริ่มหลงเชื่อและกระทำผิดกฎจึงกระทำบาปและนางก็ส่งผลไม้นั้นให้อาดัมกินด้วยกัน  ยังผลให้คนคู่แรกของชาวโลกผิดบาปเพราะละเมิดในกฎของพระเป็นเจ้า  ทำให้มีกำแพงกั้นกลางระหว่างพระเป็นเจ้ากับชาวโลก 

โดยพระองค์สั่งให้คนคู่แรกออกจากสวนเอเดน  ส่งผลให้คนคู่แรกกล่าวหากันว่าเป็นคนผิดบาป  ส่งผลต่อวิถีการดำเนินชีวิตชาวโลกทางร่างกายต้องกลับคืนสู่ดินส่วนจิตใจก็ต้องไปรับโทษทัณฑ์  และเชื้อสายของคนเราต้องกลายเป็นคนบาปตามไปด้วย  ดังนั้นคนมีบาปตามทัศนะของศาสนาคริสต์จึงมีลักษณะเป็นบาปที่สืบทอดมาจากคนคู่แรก  และบาปที่คนแต่ละคนสร้างสมกระทำขึ้นมาด้วยตนเอง 

 จึงทำให้คนเราพบกับความตายทางร่างกายที่เป็นผลมาจากการลงโทษของพระเป็นเจ้า  แต่คนที่เชื่อและศรัทธาในพระเยซูคริสต์นั้นไม่ต้องกลัวต่อความตาย  เพราะเขานั้นจะผ่านพ้นความตายฝ่ายร่างกายแล้วไปรวมอยู่กับพระเป็นเจ้า...เหตุฉะนั้นการลงโทษจึงไม่มีแก่คนทั้งหลายที่อยู่ในพระเยซูคริสต์...โรม 8 : 1  นั้นเอง.