ในคืนวันที่ 1 ธันวาคม 2551 มีปรากฎการณ์ประหลาดที่เรียกว่า พระจันทร์ยิ้ม.

ตุ๊บตั๊บๆๆ  เจ้าหนูบีบีเด็กน้อยข้างบ้านวิ่ง ตุ๊บตั๊บๆๆ  เข้ามาในบ้าน

"ป้าแต๋งคร๊าบ  ป้าแต๋งต้องไม่เชื่อแน่ๆเลยว่าพระจันทร์ยิ้มได้...ป้าแต๋งไปดูกันเร็ว"

บีบีหน้าตาหน้ารักอย่างงี้

"ป้าเห็นแล้ว   ป้าถ่ายรูปไว้ด้วย.....ไปดูด้วยกันอีกก็ได้..แล้วมาดูในกล้องป้ากัน"

ดูซินั่นพระจันทร์ยิ้มแฉ่ง จากกล้องเล็กๆประสิทธิภาพต่ำ

 

 และเช้าวันนี้เพื่อหาคำตอบกับปรากฎการณ์ธรรมชาติที่พบก็เข้าไปค้นหา

ข้อมูล  ได้จากไทยรัฐ ว่า พระจันทร์ยิ้ม เขา เรียกว่า ปรากฎการณ์ดาวเคียงเดือน

 ปรากฏการณ์ดาวเคียงเดือน ถือเป็นปรากฏการณ์สวยงามอย่างหนึ่งบนท้องฟ้า เป็นปรากฏการณ์ที่ดาว 3 ดวงประกอบด้วยดวงจันทร์ ดาวศุกร์หรือดาวประจำเมือง และดาวพฤหัส โคจรมาใกล้กันและใกล้โลกมากที่สุด สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่จะมองเห็นได้ไม่นานนัก เพราะดาวจะตกเร็วลับจากขอบฟ้าเนื่องจากโลกหมุนรอบตัวเองตลอดเวลา

ปรากฏการณ์ดาวเคียงเดือนนี้ จะเกิดเป็นคู่ คือเกิด 2 ครั้งห่างกัน 10 เดือนโดยประมาณ ทุกๆ 2 ปีครึ่ง สำหรับปี 2551 นี้เคยเกิดปรากฏการณ์นี้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ทั้งนี้ ปรากฏการณ์ดาวเคียงเดือนครั้งต่อไป จะเกิดในช่วงใกล้สว่างของ

วันที่  11 พ.ค. 2554 และช่วงค่ำวันที่ 14 มี.ค. 2555

รอดูกันนะคะ แต่ที่แน่ๆมีภาพสวยๆจาก web ผู้จัดการมานำเสนอค่ะ

และ ภาพนี้ จาก web bangkokpost.com ค่ะ

ในต่างประเทศก็ฮือฮาไม่แพ้บ้านเราเขาเรียกว่า "lunar occultation," 

ใน www.spaceweather.com อธิบายไว้ว่า

: Last night, the three brightest objects in the night sky converged, producing a triple-conjunction of stunning beauty. Venus, Jupiter and the crescent Moon were crowded into a patch of sky just a few degrees across when Steve Lantz took this picture from the Garden of the Gods near Colorado Springs:

รูปนี้ของคุณ Steve Lantz มุมมองสวยแปลกตากว่าบ้านเรา

และที่ยุโรปเขาก็ถ่ายรูปไว้เหมือนกัน

LUNAR OCCULTATION OF VENUS: En route to last night's Great Conjunction, the Moon ran right over Venus. The event, which astronomers call a "lunar occultation," happened directly over Europe where Romanian photographer Stanescu Octavian took this picture:

 

 

และรูปนี้ของคุณ Stanescu Octavianจาก  แต่ใน www.spaceweather.com

บอกว่า 28 กพ.52 จะเกิดที่ขั้วโลกเหนือ และ 22 เมย. 52 เกิดที่ อเมริกาเหนือ

สรุปว่าฟ้าเดียวกันแต่มองเห็นพระจันทร์ยิ้มแฉ่งที่เมืองไทย ฮูเรย์ ฮูเรย์ ฮูเรย์ ที่เป็นเช่นนี้เพราะเรามี ปรากฎการณ์ Earth shine

สำหรับปรากฏการณ์ Earth shine คือปรากฏการณ์แสงอาทิตย์ส่องมายังโลก สะท้อนไปยังดวงจันทร์

ทำให้ดวงจันทร์ขึ้น 3 ค่ำ เห็นเป็น เสี้ยวกับเห็นเต็มดวง

เพื่อให้ข้อมูลรอบด้าน  ดูมุมมองโหรข้อมูลจากไทยรัฐฉบับวันที่ 2 ธค. 51 ต่อหน่อยเป็นไง

แม่นไม่แม่ติดตามตอนต่อไปเนาะ(ขอขอบคุณข้อมูลจากhttp://www.thairath.co.th/offline.php?section=hotnews&content=113586)

คนในวงการโหราศาสตร์คือนายภิญโญ พงศ์เจริญ นายกสมาคมโหราศาสตร์กล่าวว่า ดาวพฤหัสฯและดาวศุกร์เคียงคู่กับพระจันทร์   ขณะที่ดาวพุธขนาบข้างกัน ถือว่าเป็นการรวมตัวของดาวพระเคราะห์ให้คุณ ตีความหมายได้ว่าเหมือนดาวฝ่ายดีมาชุมนุมอย่างพร้อมเพรียงกันในช่วงต้นราศีมังกร ราศีธนูและราศีพิจิกซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนานๆครั้ง เป็นการรวมตัวของคนดีมีความรู้ ซึ่งเดิมคนกลุ่มนี้เก็บตัวเงียบ แต่จะมีการแสดงบทบาทออกมาให้เห็นมากขึ้น และการมาเคียงคู่กับดาวจันทร์จะเป็นตัวกระตุ้นเร่งทำให้ดาวพฤหัสฯกับดาวศุกร์ ซึ่งเป็นดาวฝ่ายดีเร่งให้คุณประโยชน์มากขึ้น 

นายภิญโญกล่าวต่อว่านอกจากดาวฝ่ายดีจะมารวมตัวกันแล้ว ยังมีดาวบาปพระเคราะห์อีกหลายดวงเช่นดาวมฤตยูและราหูขนาบดาวพระเคราะห์ ในลักษณะบีบหน้าบีบหลัง จะส่งผลให้ดาวศุภเคราะห์ที่ให้คุณแสดงบทบาทได้ยาก จะทำให้อึดอัดถูกขัดขวาง นอกจากนี้ดาวพระเสาร์ที่ให้โทษอยู่ในราศีสิงห์อย่างโดดเดี่ยว แสดงถึงปัญหาอุปสรรคยังมีสิทธิ์เกิดขึ้นได้ ความทุกข์ยาก อุบัติเหตุ ภัยพิบัติจะยังมีเกิดขึ้น อย่างไรก็ตามในวัน 4 ธ.ค. ดาวพฤหัสฯในราศีธนูจะยกเข้าราศีมังกร จะทำให้ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองออกมาแสดงบทบาท ห้ามปรามชี้แนะ เปรียบได้เหมือนกับพระพุทธรูปปางห้ามญาติ ออกมาห้ามความยุ่งเหยิงให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติ

ขณะที่นายลักษณ์ เรขานิเทศ หรือหมอดูฟันธง เลขาธิการสถาบันพยากรณ์ศาสตร์ กล่าวว่า ได้อ่านหนังสือพิมพ์ไทยรัฐหน้าความรู้การศึกษาทราบว่าเป็นปรากฏการณ์ดาวเคียงเดือน สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 27 พ.ย. เป็นวันจันทร์ดับ พระจันทร์โคจรทันพระอาทิตย์ ในราศีพิจิก ทำให้คนเกิดความหดหู่เศร้าใจ เมื่อตรวจสอบมาถึงวันที่ 1 ธ.ค. มีดาว 3 ดวง โคจรสัมพันธ์กันคือดาวจันทร์ ดาวพฤหัสฯและดาวศุกร์ โคจรร่วมกันในราศีธนู ทางดาราศาสตร์เห็นว่าอยู่ใกล้กันมากที่สุดซึ่งเมื่อวันที่ 1 ก.พ. ที่ผ่านมาเคยโคจรใกล้กันมาแล้วและจะมีอีกครั้งในเดือน พ.ค.2554 โดยดูตามปฏิทินดาราศาสตร์ของ พล.ต.บุนนาค ทองเนียม นักคำนวณปฏิทินซึ่งเป็นที่ยอมรับในวงการโหร

สำหรับปรากฏการณ์ครั้งนี้มีจุดที่น่าสังเกตทางโหราศาสตร์คือเป็นจุดศุภฤกษ์หรือจุดมงคลของดวงเมืองประเทศไทย ถ้าวิเคราะห์ว่าดาวพฤหัสฯ คือ พระ นักปราชญ์ ครู บัณฑิต กลุ่มนักกฎหมาย ตุลาการ เป็นบุคคลที่สังคมเชื่อถือยอมรับ ดาวศุกร์เป็นตัวแทนของบ้านเมืองเรื่องเศรษฐกิจ การเงิน การคลังและปากท้องชาวบ้าน ส่วนพระจันทร์คืออารมณ์ ความรู้สึกประชาชนหรือตัวแทนคนไทย ดาว 3 ดวง โคจรมาเจอกันและใกล้กันมากตั้งแต่วันที่ 29 พ.ย. เวลา 07.25 น. จนถึงเวลา 19.06 น. วันที่ 1 ธ.ค. และจะคงสภาพอิทธิพลนี้ไปข้างหน้าอีก 7 วัน 

สภาพดังกล่าวจะส่งผลกับประเทศไทยคือ จะมีทาง ออกของปัญหาภายใน 7 วันนี้แน่นอนขอฟันธง คนไทยจะมีความหวัง สบายใจ เห็นทางออก ซึ่งต่างจากก่อนหน้านี้ราวฟ้ากับดิน มีแต่บรรยากาศความขัดแย้ง การล่มสลาย การนองเลือด การจ้องทำลายกัน แต่เมื่อเกิดปรากฏการณ์นี้ชี้ให้เห็นว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีน่าชื่นใจ ขณะเดียวกัน ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. ผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราชคือสมเด็จพระพุฒาจารย์ นำพระสงฆ์ ทั่วประเทศสวดชัยมงคลคาถาที่พุทธมณฑลและให้ พระสงฆ์ทุกวัดสวดพร้อมกันจนถึงวันที่ 7 ธ.ค. โดยเฉพาะวันที่ 4 ธ.ค. สมเด็จเกี่ยวจะนำสวดที่วัดพระแก้ว 

“ขอให้คนไทยทุกคนสวดมนต์ไปพร้อมๆกันทุกวัน และคิดดี ทำดี พูดดี อโหสิกรรม ที่ประเทศเราเป็นเช่นนี้เพราะกรรมเก่าของชะตาเมืองที่ในอดีตเคยไปทำสงคราม เกิดการบาดเจ็บล้มตายพลัดพรากทั้งของเราและของศัตรูทำให้คนไทยแตกแยกทางอารมณ์ อยากให้ ฉวยโอกาสดวงดาวและฟ้าเปิด อโหสิกรรมแผ่เมตตา รับรองว่าจะพลิกวิกฤติเป็นโอกาสจากร้ายเป็นดี ให้เชื่อฟังคำสั่งสอนของพระ นักปราชญ์ ตุลาการ ศาล แล้วบ้านเมืองจะไปดีสงบสุข ฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว ฟันธง ผมดูตามดวงดาว ไม่เข้าข้างใคร” หมอลักษณ์กล่าวในท้ายสุด 

ค่ะป้าแต๋งก็เชญชวนสวดมนต์ช่วยประเทศฝ่าวิกฤตด้วย เพราะผลจากงานวิจัยทั่วโลกแสดงไว้ว่า

 การสวดมนต์เป็นทางออกที่มนุษย์เลือกใช้มากที่สุดเมื่อต้องเผชิญวิกฤตของชีวิต

หาตำราสวดมนต์มาเร็ว สำหรับคนสวดมนต์ไม่เป็น