มหาชาติหรือเรียกอีกอย่างว่า มหาเวสสันดรชาดก

เจริญพร สมาชิกและผู้อ่านทุกท่าน

ในหนังสือประเพณีไทยกล่าวถึงเรื่อง มหาชาติไว้ว่า มหาชาติ มีความหมายว่า การประชุมลงแห่งบารมีครั้งยิ่งใหญ่ คำว่า บารมี หมายถึง การบำเพ็ญคุณธรรมที่จะนำไปสู่ผลสำเร็จ คือ พระโพธิญาณ

บารมีพระโพธิสัตว์มีมากถึง 30 เรียกว่า บารมี 30 ทัศ แบ่งเป็น 3 ขั้นคือ

1. บารมีธรรมดา เป็นบารมีขั้นต้น เริ่มปฏิบัติมี 10

2. อุปบารมี บารมีขั้นกลาง คือ การปฏิบัติจวนใกล้ทางสำเร็จมี 10

3. ปรมัตถบารมี เป็นบารมีขั้นสูงสุด คือ ขั้นบรรลุผลสมบูรณ์

มหาชาติ หรือเรียกอีกอย่างว่า มหาเวสสันดรชาดก เป็นประเพณีมาแต่สมัยกรุงสุโขทัยจนถึง สมัยกรุงรัตนโกสินทร์

มหาเวสสันดรหรือมหาชาติ เดิมแต่งเป็นภาษามคธ มีคาถาพันหนึ่งเรียกว่า คาถาพัน ต่อมานักปราชญ์แต่งเป็นร่ายสำหรับเทศน์ โดยถือคำมคธเป็นหลัก มีทั้งหมด 13 กัณฑ์

ประเพณีเทศน์มหาชาติ นิยมทำเมื่อพ้นกาลกฐินแล้ว โดยมักกำหนดไว้เป็นประจำปี พอใกล้จะถึงวันเทศน์ ผู้ที่รับเป็นเจ้าภาพกัณฑ์เทศน์ จัดเครื่องกัณฑ์ มีจำพวกผลไม้ชนิดต่างๆและขนมและมีขันเรียกว่า ขันประจำกัณฑ์ สำหรับเจ้าภาพติดเครื่องกัณฑ์ ส่วนผู้ที่ไม่ใช่เจ้าภาพก็นำเงินมาใส่ขันนั้น เมื่อถึงกัณฑ์ของใครก็ไปอยู่ใกล้พอสมควรกับพระเทศน์

สถานที่จะเทศน์นั้น จะจัดให้เป็นป่า มีต้นไม้ มีราชวัตรฉัตรธง ผูกกล้วยอ้อยตามธรรมเนียม เจ้าภาพกัณฑ์ก็เตรียมเอาธูปเทียน เท่ากับคาถาประจำกัณฑ์หนึ่งๆ เช่น กัณฑ์ทศพล มี 19 คาถา ซึ่งเป็นกัณฑ์ที่มีคาถาน้อยที่สุด ก็นำเอาธูปเทียนมาอย่างละ 19 ดอก ส่วนกัณฑ์ที่มีคาถามากที่สุดคือ ทานกัณฑ์ มี 209 คาถา ก็นำธูปเทียนมาอย่างละ 209 ดอก เป็นต้น และเมื่อเทศน์กัณฑ์หนึ่งๆจบลงก็จะประโคมดนตรีพิณพาทย์ประจำกัณฑ์

มหาชาติ เป็นคัมภีร์สำคัญคู่บ้านคู่เมือง สอนให้รู้จักโอบอ้อมอารี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ แบ่งปันน้ำใจแก่กันและกัน อันเป็นเหตุบันดาลให้สังคมสงบสุข.