แต่ฉันอยากจะบอกตัวเองว่า.....ไม่เพียงแค่บอกยกโทษให้ หรือเพียงแค่การปลอบใจและคำพูดยกย่องชื่นชมที่หวานหูเท่านั้น

                ทุกวันพุธ  สัปดาห์สุดท้ายของเดือน  นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ - ๓ จะมีกิจกรรมนักเรียนธรรมาภิบาล  ครั้งนี้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ มาก่อนเพื่อน ติดตามมาก็เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ และ ๓ ทยอยตามมา เมื่อถึงเวลา นักเรียนยังมาไม่ครบก็ต้องคอยเล็กน้อย  แต่นักเรียนโดยนักเรียน  ทำให้มีการออกคำสั่งกันเล็กน้อย  แต่นักเรียนก็สนุกสนาน  มีเสียงหัวเราะ

         ผู้อำนวยการ (เสื้อสีม่วง) และคุณครูแต่ละท่าน  นำเสนอปัญหาให้นักเรียนทราบ  นักเรียนช่วยกันเสนอแนวทางแก้ไข ...  แต่เหตุการณ์ที่ฉันต้องนำมาเล่าในบันทึก  เนื่องจากขณะที่ฉันเสนอปัญหาให้กับนักเรียนนั้น  มีนักเรียนชายชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ กำลังเล่นและหยอกล้อกัน  เพื่อน ๆ ตักเตือนแล้วยังไม่ยอมหยุด  เมื่อฉันพูดจบแล้วก็เดินหลีกออกไปเพื่อไปสอนน้องชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔  แต่ฉัน....มองไปที่เด็กชายคู่นั้นด้วยสายตาที่ไม่พึงพอใจมากนักเพื่อให้ทราบว่า.....นี่คือการตำหนิ

         เวลา ๑๑.๐๐ น. ขณะที่ฉันอยู่ในห้องเรียน  กำลังสอนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕  เด็กชายที่กล่าวถึงทั้งสองคน  เดินเข้ามาในห้องเรียนภาษาอังกฤษ ท่าทางยิ้ม ๆ กวน ๆ แบบที่เคยเห็นประจำ นั่งคุกเข่าลงและบอกว่า "คุณครูครับ..ผมสองคนขอกราบขอโทษคุณครูครับ" ฉันได้ถามว่า "เรื่องอะไรหนอ"  เขาบอกว่า "ก็เรื่องที่ผมเล่นกันในขณะที่คุณครูกำลังพูด"

        การสอบถามก็ได้ความว่า..ไม่ได้มีใครบอกหรือบังคับให้มา  แต่ได้ปรึกษากันเพียงสองคนว่ากลัวครูโกรธ  กลัวครูไม่สบายใจ  กลัวครูน้อยใจ และ.."ผมก็ทราบครับว่าคุณครูไม่โกรธพวกผมแน่ครับ"   แล้ว..ทั้งสองก้มลงกราบเท้าโดยที่ฉันห้ามไม่ทัน..

ทวีลาภ  และ สยามรัฐ

            ตอนบ่ายชั่วโมงแรกเป็นการเรียนภาษาอังกฤษ  ฉันได้พูดยกย่อง ชื่นชมพฤติกรรมเด็กชายทั้งสองคนให้เพื่อน ๆ ในห้องเรียนทราบ เพื่อน ๆ ทุกคนปรบมือให้กำลังใจ

          หลังเลิกเรียนนักเรียนกลุ่มธรรมาภิบาลต้องไปนำเสนอวิธีการแก้ปัญหาร่วมกัน  ตามปกติฉันไม่ได้เป็นครูพี่เลี้ยง  เพราะฉันทำหน้าที่อื่น ๆ  วันนี้นักเรียนกลุ่มนี้ไปเชิญให้ฉันมาเป็นครูพี่เลี้ยง  ที่จริงฉันต้องปฏิเสธเพื่อให้คุณครูท่านอื่นมาทำหน้าที่  แต่วันนี้ต้องยอมและยินดีเป็นพี่เลี้ยงให้

          "คุณครูครับ"...ฉันมองไปตามเสียงนั้น...และสามารถเดาสถานการณ์ได้ดี ขณะที่คุยกันฉันมองเห็นอะไร ๆ หลายอย่างจากดวงตาของเด็กทั้งสองคน  ฉันได้โอบกอด  จูงมือเด็กสองคนมานั่งคุยกันที่ระเบียง ๒-๓ นาที....ทำให้ฉันครุ่นคิดตลอดเวลาขณะที่เดินทางกลับบ้าน  ฉันต้องการโจทย์สักข้อที่ง่าย ๆ ไม่ซับซ้อน  แม้ว่ายังคิดอะไรไม่ออก  แต่ฉันอยากจะบอกตัวเองว่า.....ไม่เพียงแค่บอกยกโทษให้  หรือเพียงแค่การปลอบใจและคำพูดยกย่องชื่นชมที่หวานหูเท่านั้น