วันนี้หลังเลิกงาน เดินลงไปหา นศพ. ปี 4 กลุ่มที่เลือกเรียนวิชาเลือก แต่ นศพ. กลุ่มดังกล่าวไม่ได้เข้าประชุม case จริยธรรม เพราะติด Orientation วิชาศัลย์ฯ ได้ฟังหมอปืนบรรยายธรรมะที่ห้องประชุม เยียน โพธิสุวรรณ เสียดายที่ไม่ได้ฟังตั้งแต่ต้น จากการสังเกต นศพ.ปี 5-6 ดูตั้งอกตั้งใจดี (นั่งนิ่งสงบเก็บอาการได้ดี) แต่ นศพ. ปี 4 นี่แสดงอาการโดยเด่นชัดสีหน้าดูเซ็งๆ เบื่อๆ พิกล พวกเขาจะรู้มั้ยว่า ธรรมะ ที่พวกเขาต้องทนนั่งฟัง ซึ่งดูหน้าเบื่อนี้ ในอนาคตพวกเขาย่อมมีโอกาสได้นำไปใช้ประพฤติปฏิบัติในวิชาชีพ?
เมื่อวันพฤหัสที่แล้ว หลังเลิกงานก็เดินมาที่ลิฟท์ เพื่อจะลงไปชั้นหนึ่ง พอเดินเข้าลิฟท์ ก็มีผู้ชายวัยกลางคนเดินสวนออกมาจากลิฟท์ จากนั้นชายคนนั้นก็มองซ้ายแลขวาแล้วเดินวกกลับเข้ามาใหม่ เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ Extern คนหนึ่งเดินเข้ามาในลิฟท์อีกคน พี่คนนั้นพูดขึ้นมาว่า
"ขอโทษทีครับ ผมเบลอไปหน่อย พอดีน้องชายเพิ่งเสีย เพิ่งขึ้นลิพท์มาจากชั้น 5 ว่าจะลงไปชั้นหนึ่ง "
บรรยากาศในลิฟท์ เงียบๆ (Extern ที่อยู่ในลิฟท์ก็กำลัง คร่ำเคร่งอ่านหนังสือไปด้วยขยันจริงๆ สงสัยมีสอบวันศุกร์) ถือวิสาสะ ถามเขาไปว่า ขอโทษนะครับ น้องชายเป็นอะไรเสียชีวิตครับ?
"หมอบอกว่าเป็นโรคฉี่หนูครับ"
ครับ นึกในใจ อ่อโรค Leptospirosis
"ทีแรกน้องชายมีอาการไข้ ก็นึกว่าเป็นไข้หวัดธรรมดา จึงไปหมอที่สถานนีอนามัยใกล้บ้าน แต่อาการไม่ดีขึ้นก็เลยมาหาหมอที่ โรงพยาบาลประจำจังหวัดนี่ล่ะครับ แต่มาช้าไป หมอบอกว่าเชื้อนี้ทำให้เกิดภาวะไตวาย"
ครับโรคนี้ ทราบว่าระบาดในพื้นที่ที่นำท่วมขัง แล้วพี่อยู่อำเภออะไรหรือครับ?
"อำเภอชุมแสงครับ"
อำเภอชุมแสงเป็นอำเภอที่น้ำท่วม นี่นะครับ
"ครับ น้องชายเพิ่งจะ 29 ปีต้องมาด่วนเสียแล้ว คนแถวบ้านก็เสียชีวิตด้วยโรคนี้ไปแล้ว 3-4 ราย" เสียงสั่นๆ เหมือนจะร้องไห้
พอลิฟท์ถึงชั้นที่ 2 Extern ที่เข้ามาด้วยในลิฟท์ก็เดินออกไปสงสัยจะขึ้นเวรอยู่แผนก กุมารฯ
พอลิฟท์ถึงชั้นที่หนึ่ง ก็ยกมือไปจับแขนของคู่สนทนา แล้วบอกว่า เสียใจด้วยนะครับ คุณพี่แกก็ยกมือไหว้ขอบคุณ
จากการสนทนาสั้นๆ ทำให้ทราบว่า อำเภอชุมแสง ซึ่งเป็นพื้นที่น้ำท่วมขัง มีการระบาดของโรคฉี่หนู ถ้าข้อมูลเป็นจริง และถูกต้อง ก็แสดงว่า มีผู้ป่วยที่เสียชีวิตไปแล้วประมาณ 3-4 ราย ตอนนี้ที่ รพ. ประจำอำเภอ คงทราบข้อมูล และคงกำลังประชาสัมพันธ์ ให้ชาวบ้านระวังป้องกันตนกันแล้ว
ลังเลๆ แต่ก็ได้กดโทรศัพท์โทรไปแจ้งกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรื่อง โรคฉี่หนูที่อำเภอชุมแสง และคิดว่าถ้าหน่วยงานของรัฐได้รับข้อมูลเร็ว การประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านรับทราบ ก็จะเป็นไปอย่างทันท่วงทีคนที่เป็นไข้ไม่สบาย ก็จะได้ไม่ชะล่าใจว่าเป็นแค่ไข้หวัดธรรมดา
สรุปข้อคิดจากการสนทนา
1. ว่าด้วยเรื่อง จิตตปัญญาศึกษา (The Contemplative Education) นี่ไม่ต้องเดินไปแสวงหาที่ไหนไกลเลยเนอะ แค่เดินสองสามก้าวก็เจอแล้ว เพียงแต่ว่าเราจะสนใจเข้าไปรับรู้ทุกข์ร้อนของผู้อื่นหรือไม่ก็เท่านั้น ทุกวันนี้ คนเรามักจะ กินด่าง กันเยอะ ทั้งที่อยู่ใกล้เกลือ (ทำให้เป็นโรคคอหอยพอก (goiter) แต่กินเกลือมากๆ ก็ไม่ดีเพราะมันเค็มขม พูดถึงเรื่องกินเกลือนี่ ทำให้นึกถึง สัตว์ป่าจำพวก ควาย หรือกระทิง เก้ง หรือกวางที่ชอบไปกิน ดินโป่ง (salt lick) ควายที่ชอบกินดินโป่ง ทำให้ตัวเองไม่ขาดเกลือแร่ แต่ควายก็ ถูกนายพราน ยิงเอาด้วยปืน เพราะเพลินอยู่กับการกินดินโป่ง นั้นๆ
กิจกรรม จิตตปัญญาศึกษา นี้ก็คงเหมือน ดินโป่ง ที่สัตว์ป่าจำพวก ควาย หรือกระทิง เก้ง หรือกวาง แสวงหานั่นเอง มีทั้งคุณทั้งโทษ ว่าแต่ใครเป็นนายพรานล่ะ? ใครกันนะที่ใช้ดินโป่ง เพื่อผลประโยชน์ในทางอ้อม? แล้วใครเป็น สัตว์ป่าจำพวก ควาย หรือกระทิง เก้ง หรือกวาง กันนะ?
จิตตปัญญาศึกษา ไม่ต้องเดินไปแสวงหาที่ไหนไกล เพียงแต่ว่าเราจะสนใจเข้าไปรับรู้ทุกข์ร้อนของผู้อื่นหรือไม่ก็เท่านั้น
แวะมาอ่าน เรียนรู้
ขอบคุณค่ะ
สุขภาพแข็งแรง นะคะ
สวัสดีคะ
ขอบคุณๆ พี่อาจารย์ @..สายธาร..@ ครับ
สวัสดีครับ ธรรมไม่ได้ต้องรอให้อายุมากก่อนถึงค่อยศึกษา หรือรอให้จบแพทย์ก่อน เป็นการอยู่ที่ปัจจุบันขณะอย่างระมัดระวัง และเรียนรู้ได้จากชีวิตและเหตุการณ์ในชีวิตประจำวัน
ขอบคุณอาจารย์ เอกราช แก้วเขียว ที่มาช่วยสรุปครับ
มาอ่าน แล้วมาสวัสดีตอนเช้า เจ้า
สวัสดียามเช้าครับครูใหม่
แวะมาเยือนจร้า
สวัสดีค่ะ
* แวะมาดูจิตตปัญญาศึกษาค่ะ
* การรับรู้สำคัญที่ทำให้ว่างและยินดีหรือพอจะรับรู้หรือไม่
* สุขกายสุขใจนะคะ
สวัสดีครับคุณกวิน
แวะมาด้วยความระลึกถึงที่กรุณาตั้งชื่อให้ผมครับ....
ชื่อ ใบโพธิ์ ดีกว่าชื่อ Bipolar มากเลยครับ
ชอบที่คุณกวินสรุปไว้ คุณกวินดูจะเป็นคนที่เข้าใจชีวิต เพราะศึกษาธรรมะมามากนะครับ.....ทว่า ชีวิตของผู้ใหญ่บางคน เช่นเราๆ ท่านๆ หากยังติดยึดอยู่กับความสุขแบบเด็กๆ คือขาดความระวังยั้งคิด ขาดการพิจารณาไตร่ตรอง ถึงจะเป็นชีวิตที่ไม่ต้องเดือดเนื้อร้อนใจ มีความสุข หรือมุ่งแต่จะเสพสุขไปวันๆ นั้นก็ดีอยู่หรอก แต่ก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดายเพราะเป็นชีวิตที่ไม่มีแก่นสาร ไม่มีการพัฒนา หรือยกระดับจิตใจของเราให้สูงขึ้น ความสุขแบบนี้ รัชกาลที่ 5 ท่านว่าเป็นความสุขแบบสัตว์ดีรฉาน นั่นเอง คนนั้นย่อมต่างจากดีรฉานก็คือ การรู้จักใช้ชีวิตด้วยปัญญา รู้ว่าสิ่งไหน ผิดสิ่งไหนชอบ สิ่งไหนชั่วสิ่งไหนดี นั่นเอง สิ่งที่จะทำให้คนเป็นคนอย่างแท้จริง ก็คือธรรมะ นั่นเอง เกลือช่วยไม่ให้เนื้อเน่าได้ฉันใด ธรรมก็ ทำให้ จิตใจของคนไม่เน่าเฟะฉันนั้น ทว่า คนจะรู้คุณเกลือก็ต่อเมื่อ รู้ว่าแกงมันจืด (แกงจืดจึงรู้คุณเกลือ) นั่นคือ คนมักที่จะรอให้เจอกับความทุกข์เสียก่อนแล้วจึงหันหน้าเพื่อศึกษาธรรม นั่นเอง
อ่านแล้ว ทำใจได้ว่า โลกก็เป็นเช่นนี้ ดิ้นรน ต่อสู้กันไป ที่สำคัญต้องต่อสู้กับข้าศึกในกายในใจเราก่อนจะไปรบกับศัตรูภายนอกครับ
สบายดีนะครับ มาส่งข่าวว่าผมสบายดีและไม่ต้องกินยาจิตเวช คุมอาการแล้ว .... ต้องดูแลตัวเองให้ดีครับ และ ขอบคุณกำลังใจที่คุณกวินเคยให้ด้วยครับ
ขอบคุณ ณกมล ครับ
สวัสดีครับคุณพี่อาจารย์ พรรณา ผิวเผือก การรับรู้สำคัญที่ทำให้ว่างและยินดีหรือพอจะรับรู้หรือไม่
ครับในบางครั้งตรรกกะนี้ก็ถูก
ขอบคุณๆ ใบโพธิ์ โลกก็เป็นเช่นนี้ ดิ้นรน ต่อสู้กันไป ที่สำคัญต้องต่อสู้กับข้าศึกในกายในใจเราก่อนจะไปรบกับศัตรูภายนอกครับสบายดีนะครับ มาส่งข่าวว่าผมสบายดีและไม่ต้องกินยาจิตเวช คุมอาการแล้ว .... ต้องดูแลตัวเองให้ดีครับ และ ขอบคุณกำลังใจที่คุณกวินเคยให้ด้วยครับขอเป็นกำลังใจให้เหมือนเดิมนะครับ ใช่ครับ
ขอเป็นกำลังใจให้เช่นกันนะครับ และขอบคุณสำหรับกำลังใจ สู้ๆ ....................
คุณกวิน
จะบวชเสียแล้ว...อ่านแล้วปลงอ่ะ ...บวชวัดไหนบอกด้วยนะ จะไปอนุโมทนาสาธุค่ะ
แต่ปลงยังไม่ตกนะสิ ...รู้น่า... ^_^
สบายดีหรือคะ
+ สวัสดีค่ะ...คุณน้องกวิน
+ ไม่ได้มาเยี่ยมหลายวันสบายดีนะค่ะ...
+ ชอบจิตตปัญญาศึกษา ค่ะ...ชอบประโยคนี้ด้วยค่ะ " เพียงแต่ว่าเราจะสนใจเข้าไปรับรู้ทุกข์ร้อนของผู้อื่นหรือไม่ก็เท่านั้น "
+ ด้วยความคิดถึงค่ะ....
สวัสดีครับพี่อ๋อย แอมแปร์~natadee เพียงแต่ว่าเราจะสนใจเข้าไปรับรู้ทุกข์ร้อนของผู้อื่นหรือไม่ก็เท่านั้น
อย่าเชียวนะครับ เป็นคำพูดที่เป็นอุดมคติ ไม่งั้นจะหาว่ากวินไม่เตือน แล้วจะรู้ว่านรกมีจริง เพราะการไปรู้เรื่องราวของคนอื่นนี่มันเป็นทุกข์นะครับ เจ้าตัวอาจจะไม่ทุกข์ไม่ร้อน ก็ได้